
เครือสหพัฒน์ เซ็น MOU ครั้งใหญ่ในรอบ 3 ทศวรรษ เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ในระบบเศรษฐกิจไทย
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x เครือสหพัฒน์
ถ้าถามว่า องค์กรไหนที่หลายคนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
“เครือสหพัฒน์” น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะนี่คือองค์กรที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 84 ปี ด้วยแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคมากมายที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคคนไทย
“เครือสหพัฒน์” น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะนี่คือองค์กรที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 84 ปี ด้วยแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคมากมายที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคคนไทย
“จุดเปลี่ยน” ที่น่าสนใจคือ ในช่วงที่ผ่านมา เครือสหพัฒน์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ธุรกิจเดิม ๆ เหมือนในอดีต
แต่สร้าง New S-Curve ผ่านการร่วมมือกับบริษัทมากมาย และยังเป็นธุรกิจที่คาดไม่ถึง เช่น อสังหาริมทรัพย์, เทคโนโลยี, อีคอมเมิร์ซ, การลงทุนระหว่างประเทศ, พลังงานสะอาด, การศึกษา เป็นต้น
แต่สร้าง New S-Curve ผ่านการร่วมมือกับบริษัทมากมาย และยังเป็นธุรกิจที่คาดไม่ถึง เช่น อสังหาริมทรัพย์, เทคโนโลยี, อีคอมเมิร์ซ, การลงทุนระหว่างประเทศ, พลังงานสะอาด, การศึกษา เป็นต้น
ตอกย้ำการเป็นบริษัทที่ต้องการเติบโตในอุตสาหกรรมหลากหลาย
ล่าสุดในงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 นอกจากจัดแสดงสินค้าและความบันเทิงมากมาย
เครือสหพัฒน์ ยังได้ลงนาม MOU กับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ 20 ฉบับ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือธุรกิจครั้งใหญ่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ เลยทีเดียว
ล่าสุดในงานสหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 นอกจากจัดแสดงสินค้าและความบันเทิงมากมาย
เครือสหพัฒน์ ยังได้ลงนาม MOU กับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ 20 ฉบับ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือธุรกิจครั้งใหญ่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ เลยทีเดียว
การลงนาม MOU ครั้งนี้จะสร้างการเติบโตระยะยาวให้แก่เครือสหพัฒน์อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ระบบเศรษฐกิจโลกทุกวันนี้เข้าสู่ยุคใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการเกิดของ AI, Smart City, Wellness Economy, ความร่วมมือธุรกิจข้ามประเทศ และการลงทุนสร้างบุคลากรรุ่นใหม่
ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นอยู่ในการลงนาม MOU 20 ฉบับ ที่ทุกความร่วมมือมีโจทย์ที่ท้าทายคือ การผลักดันทั้งธุรกิจเก่าและใหม่ของเครือสหพัฒน์ให้เติบโต ด้วยแนวคิดความยั่งยืน
โดยเฉพาะโจทย์ใหญ่ที่หลายองค์กรกำลังมองหาคำตอบ คือ ธุรกิจจะเติบโตด้วย AI ได้อย่างไร
คำตอบของเครือสหพัฒน์ คือการผนึกกำลังกับพันธมิตรเทคโนโลยีชั้นนำ ได้แก่ AWS ร่วมกับ SiS Distribution (Thailand), MFEC ผู้ให้บริการ Google Cloud, TrueBusiness, EGG Digital และ SoftBank Corp. เพื่อนำ Cloud, Artificial Intelligence และ Agentic AI มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล พร้อมยกระดับทักษะดิจิทัลของบุคลากรและขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
เช่น ยกระดับคุณภาพการผลิต, สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า, กลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคตรงจุด ไปจนถึงการต่อยอดไปสู่การสร้างธุรกิจใหม่ ในยุคดิจิทัลที่จะเป็นธุรกิจ New S-Curve ที่ยั่งยืนให้แก่บริษัทในอนาคต
เช่น ยกระดับคุณภาพการผลิต, สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า, กลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคตรงจุด ไปจนถึงการต่อยอดไปสู่การสร้างธุรกิจใหม่ ในยุคดิจิทัลที่จะเป็นธุรกิจ New S-Curve ที่ยั่งยืนให้แก่บริษัทในอนาคต
บทบาทการเป็น Tech Company ของเครือสหพัฒน์ ยังต่อยอดมาสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด
เมื่อได้ร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์สมรรถนะระบบพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย AI และ Machine Learning เป้าหมายเพื่อยกระดับพลังงานสะอาดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนพลังงานอย่างยั่งยืนในประเทศไทย
เมื่อได้ร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์สมรรถนะระบบพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย AI และ Machine Learning เป้าหมายเพื่อยกระดับพลังงานสะอาดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนพลังงานอย่างยั่งยืนในประเทศไทย
ส่วนอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องพูดถึงในการลงนาม MOU ครั้งนี้
คือการสร้างเครือข่ายการค้าและการลงทุนระดับนานาชาติ ที่จะทำให้เครือสหพัฒน์สามารถขยายตลาดและเข้าถึงลูกค้าใหม่ในหลายประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
คือการสร้างเครือข่ายการค้าและการลงทุนระดับนานาชาติ ที่จะทำให้เครือสหพัฒน์สามารถขยายตลาดและเข้าถึงลูกค้าใหม่ในหลายประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับจีน ผ่านความร่วมมือด้านการค้า 2 ทางที่เรียกว่า Cross-Border Commerce การซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศผ่านทางออนไลน์
ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดประเทศจีนที่มีประชากรจำนวนมหาศาล ส่วนอีกมุมหนึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้สินค้าและนวัตกรรมต่างประเทศเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตลาดไทย
ส่วนความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่น นอกจากนำแบรนด์ความงามเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
อีกเรื่องที่ต้องจับตามองคือ Creative Content ที่ได้ร่วมมือกับ W TOKYO พัฒนาแพลตฟอร์ม
Tokyo Girls Collection ในประเทศไทย ที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมเทรนด์แฟชั่น, วัฒนธรรม, บันเทิง และการค้า ที่จะช่วยต่อยอด Soft Power ทั้งสองประเทศในอนาคตให้กลายเป็นธุรกิจที่หลากหลาย
อีกเรื่องที่ต้องจับตามองคือ Creative Content ที่ได้ร่วมมือกับ W TOKYO พัฒนาแพลตฟอร์ม
Tokyo Girls Collection ในประเทศไทย ที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมเทรนด์แฟชั่น, วัฒนธรรม, บันเทิง และการค้า ที่จะช่วยต่อยอด Soft Power ทั้งสองประเทศในอนาคตให้กลายเป็นธุรกิจที่หลากหลาย
ส่วนการร่วมมือกับพันธมิตรเกาหลีใต้อย่าง Lotte GRS คือการเปิดตัว LOTTERIA แบรนด์เบอร์เกอร์ฟาสต์ฟูดอันดับ 1 จากเกาหลีใต้ในประเทศไทย พร้อมกับกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจกอล์ฟในร่ม
ในส่วนธุรกิจสุขภาพ ก็มีหลายเรื่องที่น่าสนใจผ่านการลงนาม MOU ครั้งนี้
- เพิ่มจำนวนรถทันตกรรมเคลื่อนที่ในโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กไทย
- พัฒนาพืชสมุนไพรและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยและเวชสำอางมูลค่าสูง
- ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและ Senior Living หนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของไทยในอนาคต
- พัฒนาพืชสมุนไพรและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยและเวชสำอางมูลค่าสูง
- ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและ Senior Living หนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของไทยในอนาคต
หลายคนอาจไม่รู้ว่า อีกหนึ่งธุรกิจที่โดดเด่นของเครือสหพัฒน์ในเวลานี้
คือการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก (EEC) ในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ทำให้เกิดความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่น พัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยและการทำงาน ที่จะเป็นการลงทุนแห่งอนาคตเพื่อรองรับการขยายตัวของการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศในพื้นที่แห่งนี้
คือการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก (EEC) ในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
ทำให้เกิดความร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่น พัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยและการทำงาน ที่จะเป็นการลงทุนแห่งอนาคตเพื่อรองรับการขยายตัวของการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศในพื้นที่แห่งนี้
อย่างไรก็ตามทุกการเติบโตทั้งธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม
“คน” ยังเป็นหัวใจสำคัญที่สุด เครือสหพัฒน์ ก็เชื่อในแนวคิดนี้เช่นกัน ทำให้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ตอบโจทย์กับยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น Big Data, Data Analytics, Artificial Intelligence, Digital Content Creation และ Affiliate Marketing
“คน” ยังเป็นหัวใจสำคัญที่สุด เครือสหพัฒน์ ก็เชื่อในแนวคิดนี้เช่นกัน ทำให้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ตอบโจทย์กับยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น Big Data, Data Analytics, Artificial Intelligence, Digital Content Creation และ Affiliate Marketing
จะเห็นว่าการลงนาม MOU ครั้งนี้ของเครือสหพัฒน์ นอกจากจะสร้างธุรกิจที่เป็น New S-Curve ผ่าน Ecosystem ที่มีทั้งเงินทุน, เทคโนโลยี, นวัตกรรม และการพัฒนาคน ที่จะคอยสนับสนุนกันและกันทำให้โครงสร้างธุรกิจแข็งแกร่งและเติบโตในระยะยาว
หากแต่มองให้ลึกคนที่ได้ผลประโยชน์ไม่แพ้กันก็คือ ผู้บริโภค และระบบเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านบริการและสินค้าคุณภาพ การเกิดการจ้างงานจำนวนมาก การเข้าถึงพลังงานสะอาด ฯลฯ
และเมื่อใดก็ตามที่มีการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง
ถือเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่ระบบเศรษฐกิจ เหมือนอย่างเครือสหพัฒน์ที่กำลังทำอยู่ ณ เวลานี้..
ถือเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่ระบบเศรษฐกิจ เหมือนอย่างเครือสหพัฒน์ที่กำลังทำอยู่ ณ เวลานี้..
Reference :
- ข้อมูลเปิดเผยจากเครือสหพัฒน์
- ข้อมูลเปิดเผยจากเครือสหพัฒน์