
Lenskart แว่นตาอินเดีย ที่เป็นเจ้าของ OWNDAYS แว่นตาญี่ปุ่น
Lenskart แว่นตาอินเดีย ที่เป็นเจ้าของ OWNDAYS แว่นตาญี่ปุ่น /โดย ลงทุนแมน
ตอนนี้มีอิเวนต์ที่เกาะกระแสเทรนด์รักสุขภาพได้ดีก็คือ วิ่งแลกแว่น ซึ่งหลายคนก็ได้เก็บระยะวิ่งเพื่อนำไปแลกรับของแถมและส่วนลดต่าง ๆ
ส่วนร้านแว่นตาชื่อดังที่เข้าร่วม ก็มีตั้งแต่เจ้าตลาดที่คนไทยคุ้นหน้าคุ้นตาดีอย่าง ท็อปเจริญ ไปจนถึงแบรนด์หน้าใหม่จากอินเดียอย่าง Lenskart
สำหรับ Lenskart ก็คือแบรนด์แว่นตาที่ชูจุดขายเรื่องเทคโนโลยีและราคาประหยัด กำลังรุกตลาดเอเชียอย่างต่อเนื่อง
แต่ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้คือ แบรนด์แว่นอินเดียแบรนด์นี้ ยังเป็นเจ้าของ OWNDAYS ร้านแว่นตาสไตล์มินิมัลจากญี่ปุ่น ที่คนไทยคุ้นเคยกันดีจากห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ
ซึ่งเบื้องหลังเรื่องนี้ ก็มีมุมธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อย และเป็นการจบเรื่องแบบ Win-Win
เรื่องราวของ OWNDAYS กับ Lenskart มาบรรจบกันได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เรื่องของทั้งคู่ คือจุดบรรจบของเส้นทางธุรกิจที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว ฝั่งหนึ่งเป็นเทคสตาร์ตอัปจากอินเดีย ที่เติบโตมาจากการขายออนไลน์ เจาะตลาดแมส
อีกฝั่งเป็นร้านแว่นตาแบบหน้าร้านจากญี่ปุ่น ที่ขายความพรีเมียมและประสบการณ์การบริการ
แต่วันนี้ ทั้งคู่ผสานรวมกัน กลายเป็นอาณาจักรแว่นตาที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย
คำถามคือ เรื่องทั้งหมดนี้เริ่มต้นเชื่อมกันตั้งแต่เมื่อไร ?
ถ้าเราเดินห้างสรรพสินค้าชั้นนำในไทย เราจะคุ้นเคยกับร้าน OWNDAYS ที่มีจุดขายชัดเจนคือ รอรับแว่นได้เร็ว ราคาแบบเหมาจ่าย เข้าใจง่าย
ในขณะเดียวกัน ถ้าเราไถโซเชียลมีเดีย เราก็มักเจอโฆษณา Lenskart ที่ชูเรื่องแว่นตาฟังก์ชันดี ราคาคุ้ม สั่งออนไลน์ส่งถึงบ้าน
ดูเผิน ๆ สองแบรนด์นี้เจาะคนละกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน ทั้งที่ความจริงแล้ว สองแบรนด์นี้เชื่อมกันมาตั้งแต่ข่าวใหญ่สะเทือนวงการแว่นตาโลก เมื่อกลางปี 2022 ที่ Lenskart ทุ่มเงินเข้าซื้อหุ้นใหญ่ของ OWNDAYS
แล้วดีลนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
ย้อนกลับไปยังเรื่องราวของทั้งคู่ ที่เริ่มจากคนละมุมโลก
Lenskart ก่อตั้งในปี 2010 โดยคุณ Peyush Bansal อดีตพนักงาน Microsoft ที่มองเห็น Pain Point ว่า คนอินเดียจำนวนมาก มีปัญหาสายตา แต่แว่นตาคุณภาพดี กลับหายากและราคาแพง
Lenskart ก่อตั้งในปี 2010 โดยคุณ Peyush Bansal อดีตพนักงาน Microsoft ที่มองเห็น Pain Point ว่า คนอินเดียจำนวนมาก มีปัญหาสายตา แต่แว่นตาคุณภาพดี กลับหายากและราคาแพง
เขาเริ่มจากอีคอมเมิร์ซขายคอนแทกต์เลนส์และแว่นตาออนไลน์ ก่อนขยับมาสร้างโรงงานผลิตของตัวเองที่ผลิตได้กว่า 50 ล้านชิ้นต่อปี
Lenskart ระดมทุนจากนักลงทุนระดับโลกอย่าง SoftBank, ADIA และ Temasek จนกลายเป็นยูนิคอร์นของอินเดีย และเพิ่งเข้าตลาดหุ้นอินเดียไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ด้วยมูลค่าบริษัทตอนเข้าตลาดที่สูงถึงราว 244,300 ล้านบาท
ส่วนฝั่งญี่ปุ่นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน..
OWNDAYS ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1989 แต่จุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทคือปี 2008 ตอนนั้น OWNDAYS มีหนี้สินท่วมตัวเกือบ 1,400 ล้านเยน ขาดทุนติดต่อกัน 2 ปี จนธนาคารเจ้าหนี้แทบไม่ปล่อยกู้เพิ่ม
ปีนั้นเอง คุณ Shuji Tanaka ในวัยเพียง 31 ปี ตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่กำลังจะล้มละลาย
เขาพลิกฟื้นวิกฤติด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ ใช้ระบบราคาเข้าใจง่ายแบบเหมาจ่าย และขยายสาขาไปทั่วเอเชีย จนพลิกกลับมาทำกำไรได้
แล้ววันหนึ่ง เส้นทางของทั้งคู่ก็มาบรรจบกัน
ในเดือนมิถุนายน 2022 Lenskart ทุ่มเงินกว่า 13,300 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นของ OWNDAYS ในสัดส่วนมากกว่า 50% ไม่ใช่ทั้งหมด 100% จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ L Catterton Asia กองทุนไพรเวตอิควิตีระดับโลก, Mitsui & Co. กลุ่มบริษัทการค้ายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น และ Principal Investments กลุ่มนักลงทุนสถาบัน
ส่วนผู้ก่อตั้งอย่างคุณ Shuji Tanaka ยังถือหุ้นบางส่วนไว้ และนั่งบริหารบริษัทต่อไป
แล้วทำไม Lenskart ถึงไม่เปลี่ยนชื่อ OWNDAYS ให้กลายเป็นแบรนด์เดียวกัน ?
ในโลกธุรกิจ การซื้อกิจการไม่จำเป็นต้องยุบรวมแบรนด์เสมอไป
Lenskart แข็งแกร่งมากในตลาดแมสและเทคโนโลยีออนไลน์ แต่ยังขาดภาพลักษณ์พรีเมียมแบบร้านญี่ปุ่น
การซื้อ OWNDAYS จึงไม่ใช่การเอามาแข่งกับตัวเอง แต่เป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาด
การซื้อ OWNDAYS จึงไม่ใช่การเอามาแข่งกับตัวเอง แต่เป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาด
Lenskart คุมตลาดระดับล่างถึงกลาง ส่วน OWNDAYS คุมตลาดระดับกลางถึงบน ครอบคลุมลูกค้าแทบทุกระดับกระเป๋าเงิน
ที่น่าสนใจก็คือ ดีลนี้ไม่ได้จบแค่เรื่องแบรนด์ แต่ยังเชื่อมโยงกันในระดับซัปพลายเชน
OWNDAYS ได้ประโยชน์จากโรงงานผลิตขนาดใหญ่ของ Lenskart ในอินเดีย ที่ช่วยกดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง
ในขณะที่ Lenskart ได้ Know-How ด้านการบริการหน้าร้านสไตล์ญี่ปุ่นไปต่อยอด
ในขณะที่ Lenskart ได้ Know-How ด้านการบริการหน้าร้านสไตล์ญี่ปุ่นไปต่อยอด
ลองนึกภาพว่า สมรภูมิแว่นตาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย จะดุเดือดขึ้นแค่ไหน
แบรนด์ท้องถิ่นอย่างหอแว่น ท็อปเจริญ หรือแม้แต่ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง EssilorLuxottica เจ้าของ Ray-Ban และ Oakley ต้องเจอคู่แข่งที่ทำราคาได้ถูกกว่า เพราะมีโรงงานเป็นของตัวเอง
ในขณะที่ยังมีแบรนด์พรีเมียมคอยดักลูกค้าที่ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อดิไซน์และบริการ
แล้วทุกวันนี้ ทั้งสองแบรนด์ขยายไปไกลแค่ไหนแล้ว ?
Lenskart ล่าสุดมีสาขารวมกว่า 2,800 สาขาทั่วโลก แบ่งเป็น
- ในอินเดียกว่า 2,100 สาขา (เป็นร้านของตัวเองราว 1,800 สาขา ที่เหลือเป็นแฟรนไชส์)
- ต่างประเทศอีกกว่า 660 สาขา ครอบคลุมญี่ปุ่น สิงคโปร์ ดูไบ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ในอินเดียกว่า 2,100 สาขา (เป็นร้านของตัวเองราว 1,800 สาขา ที่เหลือเป็นแฟรนไชส์)
- ต่างประเทศอีกกว่า 660 สาขา ครอบคลุมญี่ปุ่น สิงคโปร์ ดูไบ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบันรายได้เกือบ 40% ของ Lenskart มาจากตลาดต่างประเทศแล้ว และบริษัทยังประกาศแผนขยายแบรนด์ Lenskart เข้าไทยและอินโดนีเซียเพิ่มเติมด้วย
ส่วน OWNDAYS ก็ไม่หยุดนิ่งเช่นกัน ปัจจุบันมีสาขารวมกันมากกว่า 550 สาขา ใน 13 ตลาดทั่วเอเชียและตะวันออกกลาง ตั้งแต่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นฐานใหญ่ที่สุดเกือบ 290 สาขา ไปจนถึงไทยที่ขยายจนมีมากกว่า 70 สาขาแล้ว
ที่น่าสนใจคือ ในตลาดอินเดียกลับไม่มีร้าน OWNDAYS แบบสแตนด์อะโลนเลยสักสาขา เพราะเลือกขายผ่านช่องทางของ Lenskart โดยเฉพาะ สะท้อนว่าทั้งสองแบรนด์แบ่งบทบาทกันชัดเจนในแต่ละตลาด
อีกจุดที่เปลี่ยนไปคือคนกุมบังเหียน OWNDAYS ตอนนี้ไม่ใช่คุณ Shuji Tanaka คนที่พลิกฟื้นบริษัทแล้ว แต่เป็นคุณ Takeshi Umiyama ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนที่รับไม้ต่อตำแหน่ง CEO
จะเห็นว่าหลังผ่านมา 4 ปีนับจากดีลควบรวม อาณาจักรแว่นตานี้ไม่ได้หยุดแค่การซื้อขายหุ้น แต่ยังคงขยายสาขาทั้งสองฝั่งอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้
แล้วเงิน 13,300 ล้านบาทที่ทุ่มซื้อ OWNDAYS มันคุ้มจริงหรือเปล่า ?
เรื่องนี้คำตอบเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ
โดยในปี 2025 Lenskart มีรายได้รวมประมาณ 23,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 22% จากปีก่อนหน้า
โดยในปี 2025 Lenskart มีรายได้รวมประมาณ 23,200 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 22% จากปีก่อนหน้า
และที่สำคัญกว่านั้นคือ บริษัทพลิกจากขาดทุนมามีกำไรสุทธิเกือบ 1,050 ล้านบาทเป็นครั้งแรก
ผ่านมาถึงกลางปี 2026 มูลค่าตลาดของ Lenskart บนกระดานหุ้นอินเดีย ก็ขยับขึ้นไปแตะราว 323,500 ล้านบาท
จะเห็นว่าดีลซื้อ OWNDAYS ได้กลายเป็นจิกซอว์สำคัญชิ้นหนึ่ง ที่ทำให้ภาพรวมธุรกิจของ Lenskart แข็งแรงและน่าเชื่อถือมากพอจะเดินหน้าเข้าตลาดหุ้นได้สำเร็จ
ซึ่งเรื่องราวของ Lenskart และ OWNDAYS ก็เหมือนกับนักวิ่งสองคนที่มาจากเส้นทางคนละแบบ
คนหนึ่งวิ่งมาอย่างราบรื่นตั้งแต่ต้นทางในอินเดีย ด้วยความเร็วและราคาที่คุ้มค่า แต่ยังขาดลีลาการวิ่งแบบมืออาชีพ
อีกคนหนึ่งเคยเกือบล้มพับกลางทางที่ญี่ปุ่น เพราะแบกหนี้สินก้อนโตไว้บนบ่า กว่าจะลุกขึ้นมาวิ่งต่อได้ก็แทบเอาชีวิตไม่รอด แต่กลับวิ่งได้อย่างสง่างามไม่แพ้ใคร
วันนี้ ทั้งสองจับมือเป็นทีมเดียวกัน เอาความเร็วและราคาที่คุ้มค่าของคนแรก มาผสานกับลีลาการบริการสไตล์พรีเมียมของคนหลัง
จนกลายเป็นทีมที่วิ่งแซงหน้าคู่แข่ง ขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดแว่นตาของเอเชียไปแล้วนั่นเอง..