
AIS ตอกย้ำบทบาท National Intelligent Infrastructure ปลดล็อกเมืองทองธานี สู่ Hub Connectivity City
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x AIS
ย้อนกลับไปกว่า 46 ปีที่แล้ว เมืองทองธานี เริ่มต้นจากแนวคิด Satellite City
เมืองที่ขยับออกมาจากใจกลางเมืองเล็กน้อย แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้ง Live, Work, Play และ Learn
มาถึงตอนนี้ โลกดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
เมืองทองธานี จึงต้องการยกระดับแนวคิดนี้ไปสู่การเป็น Smart City
เมืองที่ขยับออกมาจากใจกลางเมืองเล็กน้อย แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้ง Live, Work, Play และ Learn
มาถึงตอนนี้ โลกดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
เมืองทองธานี จึงต้องการยกระดับแนวคิดนี้ไปสู่การเป็น Smart City
แต่เส้นทางนี้คงบรรลุเป้าหมายไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว เมืองทองธานีจึงต้องร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชั้นนำของไทยอย่าง AIS เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์คนสำคัญ
ที่น่าสนใจคือ เป้าหมายของ 2 ยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้ กำลังผลักดันเมืองทองธานีก้าวไปสู่ Hub Connectivity City ภายใต้แนวคิด Muang Thong Next : The Smart and Connected City เลยทีเดียว
แล้ว AIS ทำอย่างไร เพื่อผลักดันเมืองทองธานีไปสู่ความสำเร็จนั้น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
AIS ในฐานะผู้ให้บริการโทรคมนาคมมานานกว่า 36 ปี
สิ่งที่คนไทยสัมผัสได้มาตลอดคือ ความมุ่งมั่นของ AIS ที่ต้องการจะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทยให้เป็น Intelligent Infrastructure เพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิตคนไทย และธุรกิจไทย
สิ่งที่คนไทยสัมผัสได้มาตลอดคือ ความมุ่งมั่นของ AIS ที่ต้องการจะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทยให้เป็น Intelligent Infrastructure เพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิตคนไทย และธุรกิจไทย
สังเกตได้จากบริการที่ครอบคลุม 4 มิติในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น
- สัญญาณมือถือ 5G Advance ที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงผ่านใยแก้วนำแสง หรือ Fiber
- โครงข่ายการเชื่อมต่อข้อมูลระดับโลก หรือ Global Connectivity
- ศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center
- อินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงผ่านใยแก้วนำแสง หรือ Fiber
- โครงข่ายการเชื่อมต่อข้อมูลระดับโลก หรือ Global Connectivity
- ศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center
รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุค Sovereign Cloud และ Sovereign AI เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศในอนาคต
ทีนี้เมื่อ AIS เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ของเมืองทองธานีในครั้งนี้
ต้องยอมรับว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ หรือ National Intelligence Infrastructure ที่เข้ามาปลดล็อกศักยภาพของพื้นที่นี้
ต้องยอมรับว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ หรือ National Intelligence Infrastructure ที่เข้ามาปลดล็อกศักยภาพของพื้นที่นี้
ด้วยความที่ เมืองทองธานี ถือเป็นโครงการ Smart City ที่พัฒนาโดยเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในแง่ของพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ และมีผู้อยู่อาศัยเป็นหลักแสนคน
ครอบคลุมทั้งในด้านที่อยู่อาศัย, ภาคธุรกิจ, หน่วยงานรัฐ, มหาวิทยาลัย ไปจนถึงศูนย์ประชุม ซึ่งรวมกันแล้วมีผู้คนหมุนเวียนกว่า 2.2 ล้านคนต่อเดือน เทียบเท่าจังหวัดในประเทศไทย
แต่การเป็น Smart City ไม่ใช่เป้าหมายที่จะเสร็จสมบูรณ์ 100% ในปีใดปีหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เสมือนการอัปเดตเวอร์ชันสมาร์ตโฟน
เดิมทีพื้นที่นี้เวลาที่มีคนใช้งานจำนวนมาก หลายครั้งสัญญาณอาจครอบคลุมเพียง 70% และมีปัญหาจุดอับสัญญาณเวลาที่มีการจัดงานนิทรรศการ หรือคอนเสิร์ต
ทำให้หนึ่งเป้าหมายในการพัฒนาครั้งนี้ AIS ตั้งเป้าหมายบริการสัญญาณครอบคลุมมากกว่า 98%
อย่างในมุมของ “ผู้อยู่อาศัย” ในเมืองทองธานี
AIS จะเข้ามาช่วยยกระดับทุกครัวเรือนสู่ Smart Living ด้วยเน็ตบ้าน AIS 3BB Fibre3 และมาตรฐานใหม่ของอินเทอร์เน็ตไร้สาย WiFi 7
AIS จะเข้ามาช่วยยกระดับทุกครัวเรือนสู่ Smart Living ด้วยเน็ตบ้าน AIS 3BB Fibre3 และมาตรฐานใหม่ของอินเทอร์เน็ตไร้สาย WiFi 7
เพื่อช่วยให้บ้าน คอนโดมิเนียม และชุมชนเชื่อมต่อได้รวดเร็วมีความเสถียร
และพร้อมรองรับบริการอัจฉริยะในอนาคต ทั้งในด้าน Smart Home, Work from Home และ Telemedicine หรือระบบติดตามสุขภาพจากระยะไกล เป็นต้น
และพร้อมรองรับบริการอัจฉริยะในอนาคต ทั้งในด้าน Smart Home, Work from Home และ Telemedicine หรือระบบติดตามสุขภาพจากระยะไกล เป็นต้น
นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานของ AIS ยังเข้าไปตอบโจทย์ในหลากหลายด้านสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น
- อุตสาหกรรม MICE
ปัจจุบันการจัดงานประเภท Tech Event, E-Sports หรือการประชุมแบบ Hybrid ข้ามโลก
ต้องการอินเทอร์เน็ตที่มีความถี่ ความเสถียร และความเร็วสูงมาก โครงสร้างพื้นฐานใหม่นี้ จึงเปิดโอกาสให้ประเทศไทยดึงดูดงานระดับโลกให้เข้ามาจัดงานได้ไม่ยาก
ต้องการอินเทอร์เน็ตที่มีความถี่ ความเสถียร และความเร็วสูงมาก โครงสร้างพื้นฐานใหม่นี้ จึงเปิดโอกาสให้ประเทศไทยดึงดูดงานระดับโลกให้เข้ามาจัดงานได้ไม่ยาก
รวมถึงการต่อยอดบริการ 5G VIP Ultra และ Boost Mode บนเครือข่าย 5G SA เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้นสำหรับผู้ร่วมงาน
ซึ่งจริง ๆ แล้ว ก็มีตัวอย่างในต่างประเทศอย่างการใช้เทคโนโลยีจำลองเมือง หรือ Digital Twin
เช่น งานโอลิมปิกที่ปารีส หรือเมืองบาร์เซโลนา ที่ใช้เทคโนโลยี Digital Twin จำลองรูปแบบเมืองขึ้นมาก่อน
เพื่อออกแบบการบริหารความหนาแน่นของคนและการจราจร
เช่น งานโอลิมปิกที่ปารีส หรือเมืองบาร์เซโลนา ที่ใช้เทคโนโลยี Digital Twin จำลองรูปแบบเมืองขึ้นมาก่อน
เพื่อออกแบบการบริหารความหนาแน่นของคนและการจราจร
ซึ่งเมืองทองธานีเอง ก็สามารถนำเทคโนโลยีระดับนี้มาประยุกต์ใช้ เพื่อรองรับงานระดับโลกได้เช่นกัน
- ด้านการพัฒนา City Campus
อย่างมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่เข้ามาตั้งพื้นที่ในเมืองทองธานี (Silpakorn City Campus) กว่า 10 ปีแล้ว
ในมุมของการยกระดับการศึกษาด้วยเทคโนโลยี เชื่อว่า การเข้ามาของโครงข่าย AIS จะช่วยเสริมศักยภาพด้าน Data และ AI
ทำให้รูปแบบการเรียนการสอน ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ สอดรับกับโลกปัจจุบันมากขึ้น และช่วยเตรียมความพร้อมกำลังคน เพื่อก้าวเข้าสู่การทำงานจริงมากขึ้นด้วย
ทำให้รูปแบบการเรียนการสอน ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ สอดรับกับโลกปัจจุบันมากขึ้น และช่วยเตรียมความพร้อมกำลังคน เพื่อก้าวเข้าสู่การทำงานจริงมากขึ้นด้วย
- ด้านศักยภาพ SME
ผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถนำเครื่องมือดิจิทัลและ Data วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก เพื่อทำการตลาด การสร้างยอดขาย และการเพิ่ม Market Share สร้างความยั่งยืนในอนาคต
รวมไปถึง การทรานส์ฟอร์มธุรกิจรับยุค AI ด้วยโซลูชัน Hyper Connectivity, Sovereign Cloud, Data Center และ AI Solutions
เพื่อช่วยให้อาคารสำนักงานและผู้ประกอบการขับเคลื่อน Digital Transformation ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Cloud ระดับโลก การวิเคราะห์ข้อมูล และบริการ Managed Service โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น
พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Cloud ระดับโลก การวิเคราะห์ข้อมูล และบริการ Managed Service โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น
ถึงตรงนี้ ถ้าพูดถึงการต่อยอดในอนาคต..
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครั้งนี้ ยังมีโอกาสนำไปสู่การบริหารเมืองอัจฉริยะแห่งอนาคตอย่างครบวงจร ครอบคลุมเทคโนโลยีเพื่อวิถีดิจิทัล
ไม่ว่าจะเป็น AI CCTV, Smart Access, Digital Signage, Smart Meter, IoT, ระบบชำระเงินดิจิทัล, Data Analytics, Digital Library, Virtual Classroom และ Cyber Security
ที่สำคัญเลยก็คือ การเชื่อมต่อข้อมูลจากศูนย์ประชุม พื้นที่ธุรกิจ ที่พักอาศัย ค้าปลีก สถานศึกษา หน่วยงานด้านความมั่นคง และพื้นที่สาธารณะเข้าสู่ Smart City Data Platform
เพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของเมืองแบบเรียลไทม์ วางแผนการจราจร พลังงาน การใช้พื้นที่ และความปลอดภัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น
และยังถือเป็นการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลใหม่ให้กับผู้คน ธุรกิจ และชุมชน พร้อมผลักดันเมืองทองธานีสู่ต้นแบบ Smart & Connected City ที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างชาญฉลาด ปลอดภัย และรองรับการเติบโตในอนาคต
สุดท้ายแล้วปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้
กำลังตอกย้ำบทบาทของ AIS ในฐานะ National Intelligent Infrastructure ที่สามารถเชื่อมเครือข่าย ข้อมูล และแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้าสู่ Smart & Connected City อย่างแท้จริง
กำลังตอกย้ำบทบาทของ AIS ในฐานะ National Intelligent Infrastructure ที่สามารถเชื่อมเครือข่าย ข้อมูล และแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้าสู่ Smart & Connected City อย่างแท้จริง
และเมืองทองธานี อาจเป็นหนึ่งจุดประกายสำคัญในด้าน Hub Connectivity City ในประเทศไทย
ที่มี AIS อยู่เบื้องหลัง นั่นเอง..
ที่มี AIS อยู่เบื้องหลัง นั่นเอง..
Reference :
- งานแถลงข่าว Muang Thong NEXT The Smart and Connected City
- งานแถลงข่าว Muang Thong NEXT The Smart and Connected City