
จากเรือ สู่ฟุตบอล อดีตเคยครองโลก วันนี้สเปน ได้แชมป์โลก
ถ้าให้บอกว่า ประเทศไหนที่เริ่มถักทอให้โลกทั้งใบเชื่อมต่อกันได้ถึงทุกวันนี้ หนึ่งในนั้นก็คือ สเปน
คน 500 ล้านคน ต้องพูดสเปน เพราะสเปน
อาหารหลากหลายชนิด กระจายไปทั่วมุมโลก เพราะสเปน
ระบบฟาร์มเกษตรขนาดใหญ่ เกิดขึ้นได้ เพราะสเปน เป็นหนึ่งในผู้วางรากฐาน
อาหารหลากหลายชนิด กระจายไปทั่วมุมโลก เพราะสเปน
ระบบฟาร์มเกษตรขนาดใหญ่ เกิดขึ้นได้ เพราะสเปน เป็นหนึ่งในผู้วางรากฐาน
หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกปัจจุบันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดขึ้นได้เพราะครั้งหนึ่งสเปนเคยครองโลกมาก่อน
และวันนี้สเปนก็ครองโลกอีกครั้ง แต่เป็นโลกของฟุตบอล ปี 2026 ที่สามารถครองแชมป์โลกได้สำเร็จ
วันนี้ลงทุนแมนจะพาย้อนไปดูว่า ครั้งหนึ่งที่สเปนเคยครองโลก ประเทศนี้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกอย่างไรบ้าง ?
ถ้าพร้อมแล้ว นั่งลง
แล้วลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
แล้วลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
ความยิ่งใหญ่ของสเปนที่ครองดินแดนครึ่งโลก ไม่ได้มาจากความบังเอิญ แต่มาจากสัญญาฉบับหนึ่งที่เขียนเส้นสมมติลงบนโลกความเป็นจริง
ตอร์เดซิยัส คือชื่อสนธิสัญญานั้น มันถูกเขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1494 ภายหลังพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 6 ออกประกาศแบ่งเขตสำรวจทางทะเลระหว่างสเปนและโปรตุเกส ห่างจากหมู่เกาะเคปเวิร์ด เกาะทางตะวันตกของแอฟริกา
และสนธิสัญญาได้รับการรับรองในเวลาต่อมาโดยพระสันตะปาปาจูเลียสที่ 2
เส้นสมมติถูกขีดไปทางตะวันตกของเกาะนี้ 370 ลีก หรือราว 1,800 กิโลเมตร
ทางตะวันตกของเส้นนี้ เป็นสิทธิ์ให้สเปนสำรวจดินแดนได้
ส่วนทางตะวันออกของเส้นนี้ ตกเป็นสิทธิ์ให้โปรตุเกสสำรวจดินแดนแทน
ส่วนทางตะวันออกของเส้นนี้ ตกเป็นสิทธิ์ให้โปรตุเกสสำรวจดินแดนแทน
ฝั่งตะวันตกของเส้นนี้ เมื่อสเปนแล่นเรือออกไปเรื่อย ๆ ก็ไปพบกับทวีปใหม่อย่างอเมริกาใต้ จนทำให้ดินแดนนี้กลายเป็นที่อยู่ใหม่ของภาษาสเปนมาตั้งแต่ตอนนั้น
แต่ภาษา ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้สเปนเปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกได้ขนาดนั้น ในมุมกลับกัน สิ่งที่สเปนใช้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก ก็คือ กองเรือสเปนของตัวเอง
กองเรือสเปน แล่นไกลไปจนถึงฟิลิปปินส์ จากผลงานของ เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน และสามารถแล่นกลับมาแถวเม็กซิโกได้สำเร็จ จากผลงานของอันเดรส เดอ อูร์ดาเนตา
เศรษฐกิจโลกเชื่อมตั้งแต่ยุโรป อเมริกา ไปจนถึงเอเชียตะวันออก ก็เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น ด้วยผลงานของกองเรือสเปนสมัยโบราณของนักเดินเรือเหล่านี้
และบนกองเรือสเปน ก็ไม่ได้มีแค่ลูกเรืออย่างเดียว แต่ยังมีพืชเกษตรจากดินแดนต่าง ๆ อยู่บนเรือ จนทำให้ผู้คนต่างดินแดน เริ่มรู้จักพืชที่หลากหลายมากขึ้น
พริก เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดี มันเดินทางมาไกลจากแถวเม็กซิโก แล้วเข้าไปสู่เอเชีย ทำให้อาหารแถบนี้มีรสชาติเผ็ดร้อนและหลากหลายกว่าเดิม
นอกจากจะทำให้รสชาติหลากหลายขึ้นแล้ว กองเรือสเปนที่มีพืชเกษตรย้ายไปมาในดินแดนต่าง ๆ ยังทำให้ประชากรโลกเพิ่มขึ้นด้วย
สมัยก่อน คนยุโรปอยู่ได้ด้วยข้าวสาลีและข้าวโอ๊ต แต่พอสเปนนำเข้ามันฝรั่งมาจากอเมริกาใต้ มันให้พลังงานสูงกว่าหลายเท่าตัว
พอให้พลังงานมากกว่า โภชนาการก็ดีขึ้น มีแรงมากขึ้น ทำให้คนยุโรปค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้น จนกลายเป็นแรงงานหลักสำคัญในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมสมัยต่อมา
หรือแม้แต่ของหวานอย่างช็อกโกแลต ก็เป็นกองเรือสเปนที่เอาเมล็ดคาเคามาจากอเมริกาใต้ ก่อนที่เบลเยียมและสวิตเซอร์แลนด์ จะเอาไปแปรรูปจนมีชื่อเสียงอย่างในทุกวันนี้
ซึ่งนอกจากพืชเกษตรที่สเปนไปพบระหว่างดินแดนต่าง ๆ โดยเฉพาะในอเมริกาใต้ จะเอามากินได้แล้ว กองเรือสเปนยังได้พืชเกษตรที่แปลงเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย
พืชเกษตรนั้นก็คือ เปลือกต้นซิงโคนาบนเทือกเขาแอนดีส
มันมีสารที่เรียกว่า ควินิน ที่กลายเป็นยารักษาโรคมาลาเรียชนิดแรก
มันมีสารที่เรียกว่า ควินิน ที่กลายเป็นยารักษาโรคมาลาเรียชนิดแรก
ยารักษาโรคนี้ เป็นเหมือนกุญแจปลดล็อกให้นักสำรวจชาวยุโรปเข้าไปค้นหาดินแดนใหม่ ๆ โดยเฉพาะทวีปแอฟริกาตอนกลางในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นที่ที่มีโรคมาลาเรียชุกชุมอยู่มาก
ฟังมาถึงตอนนี้ แม้ดูเหมือนว่ากองเรือสเปน จะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ในด้านดีแค่ไหน แต่มันก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงในด้านลบที่แฝงอยู่
กองเรือสเปน นำเชื้อโรคไปยังทวีปใหม่ จนอารยธรรมอินคาล่มสลายเพราะคนพื้นเมืองลดฮวบ ก่อนที่สเปนจะค่อย ๆ ก่อร่างสร้างเมืองเศรษฐกิจใหม่ขึ้นมาทดแทน
เศรษฐกิจใหม่เริ่มต้นขึ้นจากการทำเหมืองแร่เงินและทอง เพื่อขนกลับไปยังสเปน ก็ด้วยเหล่ากองเรือสเปนที่นำพามายังดินแดนใหม่นี้
นอกจากการทำเหมืองแล้ว สเปนยังเปลี่ยนให้เกิดระบบเศรษฐกิจพืชเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่ นั่นคือ พื้นที่นี้ก็ให้ปลูกพืชชนิดเดียวในหลายไร่ไปเลย
เมื่อก่อนทวีปอเมริกาใต้เคยปลูกพืชที่หลากหลายและกระจาย แต่สเปนเข้ามาจัดระเบียบใหม่ให้ปลูกพืชเป็นไร่ขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดความคุ้มทุนมากที่สุด
แต่การทำเหมืองและไร่พวกนี้ บีบคั้นใช้แรงงานชาวพื้นเมืองอย่างกดขี่ ซึ่งเมื่อชาวพื้นเมืองหายไปเพราะเชื้อโรค ก็นำเข้าทาสจากแอฟริกาเข้ามาชดเชยแทน
โดยอาหารของทาสแอฟริกาพวกนี้ มาจากมันสำปะหลังและข้าวโพดที่มีต้นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งให้พลังงานสูงไม่ต่างจากมันฝรั่งที่สเปนนำเข้าไปยังยุโรป
การนำเข้าทาสจากแอฟริกาเหล่านี้ เลยทำให้กลายเป็นระบบเศรษฐกิจสามเส้าแบบใหม่ที่เชื่อมระหว่างยุโรป อเมริกาใต้ และแอฟริกา
ทาสแอฟริกาทำไร่อ้อยขนาดใหญ่ในอเมริกาใต้ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นน้ำตาลใส่ลงในช็อกโกแลตของยุโรป
ส่วนวัตถุดิบอย่างโกโก้ ที่มาจากต้นคาเคา เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น ก็ถูกนำไปปลูกในทวีปแอฟริกา ที่มีภูมิอากาศใกล้เคียงกับทวีปอเมริกาใต้
ซึ่งภาพพวกนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่ยังเป็นมรดกตกทอดมาถึงปัจจุบัน ที่อเมริกาใต้เป็นผู้ส่งออกน้ำตาล ยุโรปเป็นผู้ส่งออกช็อกโกแลต และแอฟริกาเป็นผู้ส่งออกเมล็ดโกโก้
ทั้งหมดนี้ ก็คือเรื่องราวของสเปน ประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยครองโลก ถักทอให้โลกทั้งใบเชื่อมต่อกัน จนเปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกไปตลอดกาล
มาวันนี้ ที่ทีมชาติสเปนได้แชมป์ฟุตบอลโลก ด้วยจุดเด่นการต่อบอลสั้นไปเป็นกลุ่ม ๆ ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของระบบ และระบบเป็นส่วนหนึ่งของทุกคน
แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ร้อยปี จิตวิญญาณของสเปนก็ดูแล้วยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
จากวันวานที่กองเรือสเปน เคลื่อนออกไปเป็นกลุ่ม ๆ ในมหาสมุทรอันกว้างไกล แล้วสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ
ประวัติศาสตร์โลกมาแล้ว
ประวัติศาสตร์โลกมาแล้ว
วันนี้จากกองเรือ ก็เปลี่ยนเป็นนักฟุตบอล ที่มีระบบการเล่นไปเป็นแบบกลุ่ม ๆ แล้วสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับวงการฟุตบอลโลกแทน..