
เมืองหมีคุมะมง ฐานผลิตชิประดับโลก
เมืองหมีคุมะมง ฐานผลิตชิประดับโลก /โดย ลงทุนแมน
คุมะมง แมสคอตหมีสีดำ แก้มแดงน่ารัก กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดคูมาโมโตะที่คนทั่วโลกจำได้ไปแล้ว
คุมะมง แมสคอตหมีสีดำ แก้มแดงน่ารัก กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดคูมาโมโตะที่คนทั่วโลกจำได้ไปแล้ว
ถ้านึกถึงคุมะมง ก็นึกถึงคูมาโมโตะ ถ้านึกถึงคูมาโมโตะ ก็นึกถึงคุมะมง
แต่ภาพในอนาคตกำลังจะเปลี่ยนไป เพราะต่อไปถ้านึกถึงเมืองคูมาโมโตะ ก็ต้องนึกถึงคุมะมงที่กำลังถือชิป มันสมองสำคัญที่อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
พูดถึงหมีคุมะมงแห่งเมืองคูมาโมโตะนั้น มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2010
คุมะมง เรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่ล้ำของ มานาบุ มิซุโนะ นักออกแบบชื่อดังชาวญี่ปุ่น
เพราะจริง ๆ แล้ว จังหวัดคูมาโมโตะจ้างเขาให้ออกแบบแค่โลโก แต่เขาคิดไปไกลถึงขั้นสร้างแมสคอตขึ้นมา
สีดำของตัวคุมะมง เป็นตัวแทนสีปราสาทคูมาโมโตะ
ส่วนแก้มสีแดง เป็นตัวแทนสีภูเขาไฟอาโซะ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด
ส่วนแก้มสีแดง เป็นตัวแทนสีภูเขาไฟอาโซะ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด
เมื่อมีแมสคอต เมืองก็มีเรื่องราว คุมะมง แม้จะเป็นหมี แต่ก็เหมือนแมวกวัก ที่เรียกนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาเรื่อย ๆ
จังหวัดคูมาโมโตะ ตัดสินใจทำการตลาด 0 บาท ด้วยการอนุญาตให้เฉพาะแบรนด์สินค้าภายในประเทศญี่ปุ่น นำรูปคุมะมงไปพิมพ์ลงบนสินค้าได้ฟรี ๆ
โดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ เพื่อสร้างการรับรู้และส่งออกแบรนด์คุมะมงให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
จนกระทั่งในปี 2018 เมื่อคุมะมงติดตลาดทั่วโลกแล้ว จังหวัดคูมาโมโตะจึงเริ่มจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เฉพาะแบรนด์สินค้านอกประเทศญี่ปุ่นที่นำรูปคุมะมงไปใช้ในเชิงการค้า
นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว คุมะมงสามารถสร้างมูลค่าการจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องสะสมไปแล้วมากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยสูงถึงกว่า 330,000 ล้านบาท
ซึ่งยังไม่รวมรายได้ทางอ้อมจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัด
จนปัจจุบันรายได้หลักกว่า 70% ของคูมาโมโตะมาจากภาคบริการอย่างการท่องเที่ยวไปแล้ว
แต่ความน่าสนใจบทใหม่ของเมืองนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของแมสคอตหรือการท่องเที่ยว
เพราะตอนนี้ คูมาโมโตะกำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของโลก ด้วยการเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตชิป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันทั่วโลก
โดย TSMC บริษัทรับจ้างผลิตชิปอันดับ 1 ของโลก ร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่นอย่าง Sony, Denso และ Toyota สร้างโรงงานผลิตชิประดับโลกที่คูมาโมโตะ
ซึ่งโปรเจกต์นี้ รวมทั้งโรงงานที่ 1 และ 2 ใช้เม็ดเงินลงทุนสูงกว่า 700,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
โดยโรงงานที่ 1 เริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์แล้ว ในช่วงปลายปี 2024 ที่ผ่านมา ส่วนโรงงานที่ 2 มีกำหนดจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ภายในช่วงปลายปี 2027
ซึ่งการผลิตในปัจจุบัน เป็นการป้อนชิปให้เซนเซอร์รับภาพ ของ Sony และชิปควบคุมหรือไมโครคอนโทรลเลอร์สำหรับยานยนต์ของ Toyota และ Denso เป็นหลัก
และในอนาคต จะมีการยกระดับไปผลิตชิปที่ก้าวหน้าขึ้น เพื่อรองรับชิป AI และเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับขั้นสูง
แล้วทำไม TSMC ถึงเลือกจังหวัดคูมาโมโตะ ?
คำตอบของคำถามนี้ จริง ๆ แล้วซ่อนอยู่บนแก้มสีแดงของคุมะมง นั่นก็คือภูเขาไฟอาโซะ นั่นเอง
ภูเขาไฟอาโซะ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกทางธรรมชาติที่สร้างระบบน้ำใต้ดินอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในกระบวนการผลิตชิป
เพราะการผลิตแผ่นเวเฟอร์ชิปเซมิคอนดักเตอร์ในโรงงานของ TSMC ต้องใช้น้ำบริสุทธิ์สูงปริมาณมหาศาลในกระบวนการล้างทำความสะอาด
ตลอดแสนปีที่ผ่านมา ชั้นตะกอนและหินภูเขาไฟที่ทับซ้อนกัน ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องกรองน้ำธรรมชาติแล้ว อีกทั้งรอยแยกใต้ดินยังช่วยกักเก็บน้ำไว้ได้อย่างมหาศาล
ซึ่งการมีน้ำธรรมชาติที่ผ่านการกรองมาระดับหนึ่งแล้ว ช่วยให้โรงงานผลิตชิปประหยัดต้นทุนและขั้นตอนในการปรับปรุงคุณภาพน้ำลงไปได้
แต่ระบบน้ำใต้ดินของคูมาโมโตะ ไม่ได้เกิดจากมรดกธรรมชาติเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังเกิดจากภูมิปัญญาในการบริหารจัดการน้ำของผู้ปกครองเมืองในอดีตอย่าง คาโต คิโยมาซะ อีกด้วย
คาโต คิโยมาซะ ได้วางระบบชลประทานและผันน้ำจากแม่น้ำสายหลัก เพื่อรองรับการทำเกษตรกรรมและการปลูกข้าวขนาดใหญ่
พื้นที่นั้นกลายเป็นแหล่งปลูกข้าวขนาดใหญ่ที่โอซุและคิคุโย ซึ่งกลายเป็นพื้นที่น้ำซึมไปสู่ใต้ดินของคูมาโมโตะ เติมกลับเข้าไปให้ธรรมชาติมาเรื่อย ๆ นานหลายร้อยปี
การที่น้ำซึมลงดินได้เรื่อย ๆ แบบนี้ ทำให้ระบบน้ำใต้ดินของเมืองยังคงอยู่ จนคูมาโมโตะเป็นแค่ไม่กี่เมืองใน
ญี่ปุ่นที่ผลิตน้ำประปาจากใต้ดิน 100%
ญี่ปุ่นที่ผลิตน้ำประปาจากใต้ดิน 100%
ซึ่งระบบน้ำใต้ดินโบราณแบบนี้ ก็ยังถูกใช้อยู่ในปัจจุบัน
จนแม้แต่โรงงานผลิตชิปของ TSMC และบริษัทร่วมทุน ยังต้องทำโครงการเติมน้ำใต้ดินอีกด้วย
จนแม้แต่โรงงานผลิตชิปของ TSMC และบริษัทร่วมทุน ยังต้องทำโครงการเติมน้ำใต้ดินอีกด้วย
โดยบริษัทจะจ่ายเงินอุดหนุนให้เกษตรกรผันน้ำเข้าสู่นาข้าวในช่วงนอกฤดูกาลเพาะปลูก เพื่อให้น้ำซึมลงไปทดแทนน้ำที่โรงงานอุตสาหกรรมดึงขึ้นมาใช้
การทำแบบนี้ เรียกได้ว่าวิน-วินทั้งสองฝ่าย บริษัทมีหลักประกันว่ามีน้ำหมุนเวียนเพียงพอต่อเนื่อง ส่วนเกษตรกรก็มีรายได้เสริมนอกฤดูกาลเพาะปลูกของตัวเอง
นอกจากนี้ บริษัทยังช่วยอุดหนุนด้วยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในท้องถิ่น เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารให้แก่พนักงานในโรงงาน ซึ่งช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชุมชนรอบข้างอีกทางหนึ่งด้วย
ถึงตรงนี้ ใครจะคิดว่าจากจังหวัดเกษตรกรรมและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างคูมาโมโตะ วันนี้จะกลายเป็นเมืองที่คนทั่วโลกขาดไม่ได้ไปแล้ว
เมื่อนึกถึงคูมาโมโตะ ก็จะนึกถึงคุมะมง และเมื่อนึกถึงคุมะมง ก็จะนึกถึงคูมาโมโตะ
ต่อไป เมื่อเราเห็นคุมะมง ที่มีแก้มสีแดงเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขาไฟอาโซะ จะเป็นต้นกำเนิดสินค้าใหม่ที่มาจากเมืองคูมาโมโตะ
สินค้าใหม่นั้น ก็คือ ชิปอันเล็ก ๆ นั่นเอง..