จอร์เจีย ประเทศที่มีนักท่องเที่ยว มากกว่าคนทั้งประเทศ

จอร์เจีย ประเทศที่มีนักท่องเที่ยว มากกว่าคนทั้งประเทศ

ปี 2025 จอร์เจีย ประเทศเล็ก ๆ ในแถบเทือกเขาคอเคซัส มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ 5.52 ล้านคน
ในขณะที่ประชากรทั้งประเทศ มีอยู่แค่ 3.70 ล้านคน
พูดง่าย ๆ ว่า ปีเดียว จอร์เจียมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยียน มากกว่าจำนวนคนทั้งประเทศเกือบ 1.5 เท่า
และนักท่องเที่ยวหลายคน ก็ขนานนามให้การท่องเที่ยวในจอร์เจีย คือการเที่ยวยุโรปที่มีราคาเข้าถึงง่ายกว่า
นอกจากเรื่องราคาแล้ว อะไรที่ทำให้ประเทศเล็ก ๆ อย่างจอร์เจีย มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนมากขนาดนี้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จอร์เจียตั้งอยู่แถบเทือกเขาคอเคซัส ตรงรอยต่อระหว่างทวีปยุโรปกับเอเชีย มีทะเลดำอยู่ทางทิศตะวันตก และล้อมรอบด้วยรัสเซีย ตุรกี อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน
โดยมีขนาดประมาณ 69,700 ตารางกิโลเมตร หรือก็คือประมาณ 3 เท่าของจังหวัดเชียงใหม่
หลายคนอาจสับสนกับรัฐจอร์เจียของสหรัฐฯ แต่ช่วงหลังมานี้ ประเทศจอร์เจีย เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวไทยมากขึ้น ในฐานะจุดหมายที่ให้ฟีลยุโรป แต่ค่าใช้จ่ายถูกกว่ามาก
แต่เดิมจอร์เจียเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ก่อนได้เอกราชคืนในปี 1991
แต่ทันทีที่เป็นเอกราช จอร์เจียกลับเจอมรสุมทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทั้งเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นไปกว่า 7,000% ในปี 1993 และสงครามภายในประเทศ จนมีคนอพยพออกนอกประเทศจำนวนมาก
ผลก็คือ ประชากรจอร์เจียที่เคยมีสูงถึง 5.45 ล้านคนตอนประกาศเอกราช ลดลงเหลือ 3.70 ล้านคนอย่างที่เห็นในวันนี้ หรือหายไปกว่า 1 ใน 3
ย้อนกลับไปตอนที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เศรษฐกิจจอร์เจีย พึ่งพาภาคการเกษตรเป็นหลัก โดยเฉพาะไวน์ที่มีรากฐานการผลิตมายาวนานกว่า 8,000 ปี รวมถึงชาและผลไม้ตระกูลส้ม
เรียกได้ว่าถ้าอ้างอิงตามหลักฐานทางโบราณคดีที่พบจนถึงตอนนี้ จอร์เจีย ก็คือหนึ่งในแหล่งกำเนิดการทำไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ส่วนทบิลีซี เมืองหลวง ก็เป็นฐานอุตสาหกรรมหนัก ผลิตทั้งหัวรถจักรไฟฟ้าและเครื่องจักรกล
ที่น่าสนใจคือ ชายฝั่งทะเลดำอย่างเมืองบาตูมี เคยเป็นเมืองพักตากอากาศของคนโซเวียตมาก่อนแล้ว และนี่เองคือจุดตั้งต้นที่ทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวในวันนี้
แต่เมื่อเป็นเอกราช เศรษฐกิจจอร์เจียก็ค่อย ๆ เปลี่ยนทิศ จากที่เคยพึ่งพาการเกษตรและอุตสาหกรรมหนัก ก็เปลี่ยนมาเป็นเศรษฐกิจภาคบริการแทน
ปัจจุบัน ภาคบริการคิดเป็นสัดส่วนถึง 61% ของ GDP
และหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของภาคบริการนี้ ก็คือ การท่องเที่ยว
คำถามคือ อะไรที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยวของจอร์เจีย เติบโตจนมีนักท่องเที่ยวมากกว่าประชากรทั้งประเทศ ได้ขนาดนี้ ?
คำตอบของประเด็นนี้น่าสนใจ เพราะเป็นการผสมกันของหลายปัจจัย ที่บังเอิญมาบรรจบกันพอดี
ปัจจัยที่ 1 คือ จอร์เจีย เป็นประเทศที่เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวได้กว้าง
จอร์เจียยกเว้นวีซ่าให้พลเมืองจากกว่า 90 ประเทศ และให้พักอยู่ได้นานสุดถึง 1 ปี ซึ่งถือว่าเปิดกว้างกว่าประเทศส่วนใหญ่ในโลกมาก
นโยบายนี้เอง ที่กลายเป็นฐานสำคัญ ทำให้นักท่องเที่ยวจากหลากหลายกลุ่มเดินทางเข้าจอร์เจียได้ง่าย โดยไม่มีข้อจำกัดด้านวีซ่ามาเป็นอุปสรรค
ปัจจัยที่ 2 คือ รัสเซีย เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใหญ่และโตแรงที่สุด
ปี 2025 รัสเซียคือชาติที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจอร์เจียมากที่สุด ด้วยจำนวน 1.61 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 13.4% จากปีก่อนหน้า
แล้วทำไมนักท่องเที่ยวรัสเซีย ถึงหลั่งไหลเข้าจอร์เจียขนาดนี้ ?
นั่นก็เพราะหลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปะทุขึ้น หลายประเทศในยุโรปตะวันตก จำกัดการออกวีซ่าให้พลเมืองรัสเซียเข้มงวดขึ้นมาก
ทำให้การขอวีซ่าเชงเก้น ซึ่งเป็นวีซ่าเดียวที่ใช้เดินทางเข้าออกได้ในกลุ่มประเทศยุโรป 29 ประเทศยากขึ้นเรื่อย ๆ
จอร์เจียซึ่งไม่ได้อยู่ในกลุ่มเชงเก้น และให้ฟรีวีซ่าอยู่แล้ว จึงกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ชาวรัสเซียยังเดินทางเข้าได้ง่าย
และนอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว ยังมีคนรัสเซียจำนวนไม่น้อยที่ย้ายธุรกิจเข้ามาจดทะเบียนในจอร์เจีย หลังสงครามยูเครนปะทุ
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจอร์เจียระบุว่า ณ กลางปี 2024 มีบริษัทที่คนรัสเซียเป็นเจ้าของในจอร์เจียแล้วกว่า 37,400 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนถึง 8.1% ของบริษัทที่จดทะเบียนทั้งหมดในประเทศ โดยกว่า 30,000 บริษัทในจำนวนนี้ จดทะเบียนหลังรัสเซียบุกยูเครนในปี 2022
ปัจจัยที่ 3 คือ เมืองบาตูมี ที่กลายเป็นลาสเวกัสแห่งทะเลดำ
บาตูมี ในประเทศจอร์เจีย เคยเป็นเมืองพักตากอากาศมาตั้งแต่ยุคโซเวียต แต่ทุกวันนี้ เมืองนี้ไปไกลกว่านั้นมาก
แต่ละปี บาทูมี สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้หลักล้านคน
โดยบาทูมี เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับที่ 2 ของประเทศ รองจากกรุงทบิลิซี ที่เป็นเมืองหลวง
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะนิยมเดินทางมาพักผ่อน เพื่อเพลิดเพลินกับรีสอร์ตริมทะเลดำ และสถานบันเทิงต่าง ๆ ในเมือง
และอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้บาตูมี ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ขนาดนี้ ก็คือ กาสิโน
ตุรกี แบนธุรกิจกาสิโนในประเทศมาตั้งแต่ปี 1998
ส่วนอิสราเอล ก็ไม่อนุญาตให้เปิดกาสิโนในประเทศเช่นกัน
พอสองประเทศเพื่อนบ้านห้ามเล่นพนัน บาตูมีที่อยู่ไม่ไกลนัก จึงกลายเป็นจุดหมายทดแทน โดยปัจจุบันเมืองนี้มีกาสิโนมากถึง 11 แห่ง และลูกค้าหลักก็คือนักท่องเที่ยวจากตุรกี และอิสราเอลนี่เอง
แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้โตขึ้นตลอดเวลา เพราะข้อมูลไตรมาสแรกของปี 2026 นักท่องเที่ยวอิสราเอลกลับลดลงถึง 17.5% ซึ่งทางการจอร์เจียให้เหตุผลว่า มาจากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกไปหลายเที่ยว
ปัจจัยที่ 4 คือ นักท่องเที่ยวยุโรป กลายเป็นกลุ่มใหม่ที่กำลังมาแรง
ปี 2025 นักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร เดินทางเข้าจอร์เจียรวมกันเกือบ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนหน้า
และล่าสุด ไตรมาสแรกของปี 2026 กลุ่มนี้ยิ่งโตแรงขึ้นไปอีก ด้วยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นถึง 30% นำโดยนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี โปแลนด์ สหราชอาณาจักร และอิตาลี
เหตุผลก็ไม่ซับซ้อน เพราะนักท่องเที่ยวยุโรป ไม่ได้แค่มองหาบรรยากาศแบบยุโรป ซึ่งมีอยู่แล้วในบ้านตัวเอง
แต่มองหาทริปที่ให้ทั้งภูเขา เมืองเก่า วัฒนธรรมไวน์ แบบเดียวกับที่เคยได้จากยุโรปตะวันตก แต่ไม่ต้องเจอปัญหาหลาย ๆ อย่าง ทั้งราคาข้าวของที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ และปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง ที่กำลังเป็นปัญหาในเมืองท่องเที่ยวหลักของยุโรป
จากทั้งหมดนี้ ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวของจอร์เจีย กำลังมีแต่ด้านบวก
- นักท่องเที่ยวรัสเซียมา เพราะหนีข้อจำกัดจากสงคราม
- นักท่องเที่ยวตุรกีและอิสราเอลมา ส่วนหนึ่งก็เพราะบ้านตัวเองห้ามเล่นพนัน
- ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรปมา เพราะอยากเที่ยวแบบประหยัด
แต่ละกลุ่มมาด้วยเหตุผลที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่ได้มีจุดร่วมอะไรเลย นอกจากปลายทางเดียวกัน คือจอร์เจีย
ซึ่งนี่เอง คือสิ่งที่ทำให้จอร์เจียต่างจากประเทศท่องเที่ยวทั่วไป ที่มักพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นหลัก
เพราะถ้ากลุ่มหนึ่งหดตัวลง เช่น อิสราเอล ที่ลดลงในต้นปี 2026 ก็ยังมีอีกหลายกลุ่ม อย่างจีน สหรัฐฯ หรือเกาหลีใต้ ที่โตขึ้นมาทดแทนได้
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ตัวเลขนักท่องเที่ยว 5.52 ล้านคน ก็ไม่ได้หมายความว่า จอร์เจียกำลังชนะในเกมการท่องเที่ยวอย่างไร้จุดอ่อน
เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่เดินทางเข้าประเทศ ส่วนหนึ่งล้วนมาจากเหตุผลที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของจอร์เจีย ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน ข้อจำกัดด้านวีซ่าของยุโรป การห้ามเล่นกาสิโนของประเทศเพื่อนบ้าน หรือแม้แต่ค่าครองชีพที่แพงขึ้นในยุโรป
แต่เมื่อปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวก็อาจเปลี่ยนเส้นทางได้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน การจะทำให้คนเลือกกลับมาเที่ยวซ้ำในระยะยาว ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องราคาและการเปิดประเทศ แต่ยังรวมถึงเรื่องพื้นฐานอย่างความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน, การเดินทางที่สะดวก รวมถึงความเชื่อมั่นว่า นักท่องเที่ยวจะได้รับการดูแล และได้รับความเป็นธรรมเมื่อเกิดปัญหา
เพราะในวันที่นักท่องเที่ยวมีทางเลือกมากขึ้น ประเทศที่เปิดประตูให้กว้าง อาจดึงคนเข้ามาได้ แต่ประเทศที่จะทำให้คนอยากกลับมาอีกครั้ง ต้องสร้างความรู้สึกว่า “มาที่นี่แล้วสบายใจ” ให้ได้ด้วย
และนี่อาจเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของจอร์เจียในเวลาเดียวกัน เพราะวันที่โลกเปลี่ยนไปในทิศทางที่เป็นใจ จอร์เจียก็อาจมีนักท่องเที่ยวมากกว่าคนทั้งประเทศ แต่ถ้าวันหนึ่ง เหตุผลที่ทำให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้นต้องมาจอร์เจียหายไป
ประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ ก็อาจต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่า
จะมีเหตุผลอะไรมากพอ ที่จะทำให้คนเหล่านั้น อยากเลือกมาที่นี่ด้วยตัวเอง..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon