
สรุปตลาดหุ้นเกาหลี เกิดอะไรขึ้น ? ทำไมนักลงทุนรายย่อยเกาหลี สูญเงินหมดตัว
สรุปตลาดหุ้นเกาหลี เกิดอะไรขึ้น ? ทำไมนักลงทุนรายย่อยเกาหลี สูญเงินหมดตัว /โดย ลงทุนแมน
ถ้าเรามีเพื่อนเป็นคนเกาหลีใต้ เก็บเงินมาทั้งชีวิตได้ 50 ล้านบาท
แล้วเห็นตลาดหุ้นประเทศตัวเองพุ่งแรงที่สุดในโลก เลยตัดสินใจทุ่มเงินเก็บทั้งชีวิต มาซื้อหุ้นทั้งหมด..
แค่เงินเก็บไม่พอ ยังกู้เงินมาซื้อเพิ่มอีก
เวลาผ่านไปแค่ 1 เดือน เพื่อนคนนี้มาบอกเราว่า
เขาหมดตัวแล้ว..
เขาหมดตัวแล้ว..
เรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นจริงกับชายเกาหลีใต้อายุ 40 ปีคนหนึ่ง ที่มาโพสต์ในช่องทางโซเชียลในวันนี้
และตอนนี้ยังมีนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากในเกาหลีใต้
ที่กำลังนอนไม่หลับ และเงินที่เขาเก็บมาทั้งชีวิตกำลังหายไป
มีการประเมินกันว่ามูลค่าความเสียหายที่นักลงทุนเกาหลีใต้ขาดทุนในเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์
มีมูลค่า รวมกันกว่า 1.3 ล้านล้านบาท
ที่กำลังนอนไม่หลับ และเงินที่เขาเก็บมาทั้งชีวิตกำลังหายไป
มีการประเมินกันว่ามูลค่าความเสียหายที่นักลงทุนเกาหลีใต้ขาดทุนในเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์
มีมูลค่า รวมกันกว่า 1.3 ล้านล้านบาท
เกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในตอนนี้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปเดือนเมษายน 2025
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบจากภาษีการค้า ของโดนัลด์ ทรัมป์ เช่นเดียวกับหลายประเทศ
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบจากภาษีการค้า ของโดนัลด์ ทรัมป์ เช่นเดียวกับหลายประเทศ
แต่จากจุดต่ำสุดนั้น ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลับพลิกกลับมาวิ่งแรงที่สุดในโลกได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี
ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 9,114 จุด เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026
เพิ่มขึ้นกว่า 280% จากจุดต่ำสุดเมื่อ 14 เดือนก่อนหน้า
ถือเป็นขาขึ้นที่แรงที่สุดของตลาดหุ้นเกาหลีใต้นับตั้งแต่ยุค 1980s
เฉพาะปี 2026 ปีเดียว ดัชนีก็ขึ้นมาแล้วกว่า 100%
คำถามคือ อะไรทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้วิ่งแรงขนาดนี้ ?
คำตอบอาจจะตกใจ เพราะทั้งตลาดเกาหลีใต้ถูกราคาหุ้นเพียง 2 บริษัทลากขึ้นมา
นั่นก็คือ Samsung กับ SK Hynix
2 บริษัทนี้ เป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก และหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญก็คือ ชิปหน่วยความจำ ที่ทั้งโลกผูกขาดอยู่แค่ 3 บริษัทใหญ่ นั่นก็คือ Samsung กับ SK Hynix จากเกาหลีใต้ และ Micron จากสหรัฐอเมริกา
พอมีความต้องการมาก ราคาชิปหน่วยความจำก็พุ่งสูงขึ้น จนกำไรเติบโตเป็นประวัติการณ์
รู้ไหมว่า แค่ Samsung กับ SK Hynix รวมกันก็มีน้ำหนักสูงถึง 50% ในดัชนี KOSPI
และที่น่าสนใจคือ บริษัทอื่น ๆ ในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไม่ได้ปรับตัวขึ้นเท่าไรนัก
พูดง่าย ๆ ก็คือ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ดูเหมือนบูมทั้งกระดาน แท้จริงแล้วขึ้นเพราะหุ้นแค่ 2 ตัวเป็นหลักเท่านั้น
ในจุดที่บูมที่สุด SK Hynix มีมูลค่า 46 ล้านล้านบาท แค่บริษัทเดียวคิดเป็น 2.3 เท่าของมูลค่าทุกบริษัทในตลาดหุ้นไทยทั้งหมดรวมกัน
แต่ที่ทำให้กระแสนี้ยิ่งแรงขึ้นไปอีก คือแรงหนุนจากรัฐบาล
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ประกาศเป้าหมายหาเสียงไว้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งว่าจะดันดัชนี KOSPI ให้ถึง 5,000 จุด
ก่อนเลือกตั้ง เขาควักเงินส่วนตัวซื้อกองทุน ETF หุ้นในประเทศมูลค่า 40 ล้านวอน หรือราว 9 แสนบาท พร้อมประกาศว่าถ้าได้รับเลือกตั้งจะลงทุนเพิ่มเดือนละ 23,000 บาท ต่อเนื่องยาว 5 ปี
หลังรับตำแหน่งเดือนมิถุนายน 2025 รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปตลาดทุนอย่างจริงจัง ทั้งเพิ่มสิทธิผู้ถือหุ้นรายย่อยและเพิ่มความรับผิดชอบของบอร์ดบริษัท
ผลคือ 6 เดือนต่อมา ดัชนี KOSPI แตะ 5,000 จุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในเดือนมกราคม 2026
และหลังจากนั้น คนเกาหลีใต้จำนวนมากก็แห่เข้ามาในตลาดหุ้นเกาหลีใต้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ซึ่งในช่วงเวลานี้ ระเบิดเวลาลูกใหญ่ก็เริ่มก่อตัวขึ้น..
ระเบิดนี้เรียกว่า Leveraged ETF
Leveraged ETF เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ออกแบบมาให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหว 2 เท่าของราคาหุ้นอ้างอิงในแต่ละวัน
ถ้าหุ้นขึ้น 1% กองทุนนี้จะขึ้น 2% แต่ถ้าหุ้นลง 1% กองทุนนี้ก็จะลงแรงเป็น 2 เท่าเช่นกัน
Leveraged ETF เปิดขายครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2026 นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้แห่ทุ่มเงินเข้าไปราว 3 แสนล้านบาท เพราะทุกคนอยากได้กำไร 2 เท่าจากหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในตลาด นั่นก็คือ SK Hynix และ Samsung
Leveraged ETF เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ทั้งขาขึ้นและขาลงรุนแรงกว่าปกติ
เวลาขึ้นก็ขึ้นแรง เวลาลงก็ลงแรง
เราจึงได้เห็นตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในช่วงเดือนมิถุนายน +10% วันต่อมา -10% เหมือนเป็นเรื่องปกติ
เราจึงได้เห็นตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในช่วงเดือนมิถุนายน +10% วันต่อมา -10% เหมือนเป็นเรื่องปกติ
แต่จริง ๆ เรื่องนี้มันไม่ปกติ
เพราะที่ผ่านมา ระดับการเคลื่อนไหวของดัชนีที่ -10% คือวันที่ประเทศนั้นต้องเจอกับข่าวใหญ่มาก ๆ เรื่องหนึ่ง
เพราะที่ผ่านมา ระดับการเคลื่อนไหวของดัชนีที่ -10% คือวันที่ประเทศนั้นต้องเจอกับข่าวใหญ่มาก ๆ เรื่องหนึ่ง
เช่น มีโรคระบาด สึนามิ หรือวิกฤติการเงินขั้นรุนแรง
ถ้าดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา เคลื่อนไหว -10% ก็คงแปลว่าจะเกิดวิกฤติครั้งใหญ่ของโลกแล้ว
นั่นหมายความว่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีความเปราะบางสูง
มีแรงเก็งกำไรจากผลิตภัณฑ์การเงินที่เก็งกำไร
มีความผันผวน ขาดความลึกและกระจายตัวของปริมาณการซื้อขาย
อีกทั้งตลาดยังหามูลค่าที่แท้จริงของ 2 บริษัทใหญ่นี้ไม่เจอ
และเมื่อตลาดเกิด Panic แห่ขายตามกัน
ก็เป็นจุดเริ่มต้นของแรงเทขาย Leveraged ETF เป็นลูป
ก็เป็นจุดเริ่มต้นของแรงเทขาย Leveraged ETF เป็นลูป
วัฏจักรความโหดร้ายนี้เกิดขึ้นวนอย่างต่อเนื่องหลายวัน
เพราะกลไกของ Leveraged ETF ต้องคงสัดส่วนการลงทุนไว้ที่ 2 เท่าของเงินกองทุนเสมอ และต้องรีเซตสัดส่วนนี้ใหม่ทุกสิ้นวัน
ยกตัวอย่าง Leveraged ETF ของหุ้น SK Hynix
ถ้า ETF มีราคา 100 บาท จะนำไปซื้อหุ้น SK Hynix 200 บาท
ถ้า ETF มีราคา 100 บาท จะนำไปซื้อหุ้น SK Hynix 200 บาท
เมื่อราคาหุ้น SK Hynix ตกลง 10% แปลว่าหายไป 20 บาท เหลือ 180 บาท
ราคา ETF ก็จะเหลือ 80 บาท
ราคา ETF ก็จะเหลือ 80 บาท
ดังนั้นเพื่อให้ลดตัวคูณเหลือ 2 เท่า เหมือนเดิม
ETF นี้ต้องทำให้เหลือการถือครองหุ้น SK Hynix 160 บาท ซึ่งแปลว่าจะต้องขายหุ้น SK Hynix อีก 20 บาท
ETF นี้ต้องทำให้เหลือการถือครองหุ้น SK Hynix 160 บาท ซึ่งแปลว่าจะต้องขายหุ้น SK Hynix อีก 20 บาท
เมื่อราคาลด ก็ต้องขาย.. ราคาลดอีก ก็ต้องขายอีก.. เป็นวงจรที่เร่งตัวเองไปเรื่อย ๆ
ล่าสุดวันที่ 30 กรกฎาคม 2026
SK Hynix จากมูลค่าบริษัท 46 ล้านล้านบาท
ตอนนี้เหลือมูลค่าบริษัท 22 ล้านล้านบาท หรือลดลง 52% ในระยะเวลา 1 เดือน
SK Hynix จากมูลค่าบริษัท 46 ล้านล้านบาท
ตอนนี้เหลือมูลค่าบริษัท 22 ล้านล้านบาท หรือลดลง 52% ในระยะเวลา 1 เดือน
ส่วนกองทุน KODEX SK Hynix Leverage ซึ่งเป็น Leveraged ETF ยอดนิยมที่สุดตัวหนึ่ง ลดลงไปแล้วมากถึง 84%
มูลค่าตลาดรวมของ Leveraged ETF ทั้งหมดในเกาหลีใต้ ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 1.8 ล้านล้านบาท
เหลือเพียงราว 6 แสนล้านบาท..
เหลือเพียงราว 6 แสนล้านบาท..
Citi Global Markets ประเมินว่า ความเสียหายรวมของนักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้จาก Leveraged ETF ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท
จะเห็นว่า สินค้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อคูณกำไร 2 เท่าตอนขาขึ้น กลับกลายเป็นตัวคูณความเสียหาย 2 เท่าตอนขาลงเช่นกัน
นอกจากนั้นก็ยังมีนักลงทุนรายย่อยที่ใช้เงินกู้จากโบรกเกอร์ซื้อหุ้นโดยตรง หรือที่เรียกว่าบัญชีมาร์จินกว่า 1.2 ล้านบัญชี ถูก Margin Call หรือเรียกหลักประกันเพิ่ม
ในจำนวนนี้ ราว 320,000 บัญชี ถูกบังคับขายหุ้นทิ้งเพื่อปิดหนี้
ล่าสุด ก.ล.ต.เกาหลีใต้ได้ออกมาตรการฉุกเฉิน
ทั้งระงับการออก Leveraged ETF อ้างอิงหุ้นรายตัว
ห้ามโบรกเกอร์และบริษัทจัดการกองทุนโฆษณาสินค้ากลุ่มนี้
และเพิ่มเงินฝากขั้นต่ำสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่เป็น 3 เท่า จาก 10 ล้านวอน เป็น 30 ล้านวอน หรือจาก 2.3 แสนบาท เป็น 7 แสนบาท
แต่ดูเหมือนเรื่องนี้ยังไม่จบง่าย ๆ
เพราะนักลงทุนที่เสียหายรวมตัวกันประท้วง
บางกลุ่มถึงขั้นวางพวงหรีดไว้อาลัยหน้าสำนักงานที่เกี่ยวข้องเรียกร้องให้แบน Leveraged ETF ออกจากตลาด
บางกลุ่มถึงขั้นวางพวงหรีดไว้อาลัยหน้าสำนักงานที่เกี่ยวข้องเรียกร้องให้แบน Leveraged ETF ออกจากตลาด
กู ยุน-ชอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเกาหลีใต้ ต้องออกมาขอโทษต่อสาธารณะ พร้อมยอมรับว่ารัฐบาลใจร้อนเกินไปในการอนุมัติผลิตภัณฑ์ Leveraged ETF โดยไม่ได้พิจารณารอบด้านมากพอ
เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ของตลาดทุนเกาหลีใต้
และเราคนไทยก็สามารถเรียนรู้เหตุการณ์เพื่อป้องกันการทำผิดซ้ำได้
และเราคนไทยก็สามารถเรียนรู้เหตุการณ์เพื่อป้องกันการทำผิดซ้ำได้
ใครจะไปคิดว่าจากตลาดหุ้นที่ร้อนแรงที่สุด
ตลาดหุ้นที่เป็นดาวเด่นที่สุด
จากหุ้นที่ทุกคนแย่งกันซื้อ กลับพุ่งดิ่งลง มูลค่าหายไปครึ่งหนึ่ง อย่างรวดเร็วใน 1 เดือน
ตลาดหุ้นที่เป็นดาวเด่นที่สุด
จากหุ้นที่ทุกคนแย่งกันซื้อ กลับพุ่งดิ่งลง มูลค่าหายไปครึ่งหนึ่ง อย่างรวดเร็วใน 1 เดือน
คนที่เชื่อว่ากำไร 2 เท่าคือของตายจากบริษัทที่ร้อนแรงที่สุดในโลก
กลายเป็นว่าคนนั้นขาดทุนหนัก เงินหายไปเกือบหมด
กลายเป็นว่าคนนั้นขาดทุนหนัก เงินหายไปเกือบหมด
และหลายคน ใช้เงินที่เก็บมาตลอดหลายสิบปี ทุ่มลงทุน
เพียงเพื่อพบว่าเงินทั้งหมดของเขาได้หายไป โดยใช้เวลาไม่ถึงเดือน..
เพียงเพื่อพบว่าเงินทั้งหมดของเขาได้หายไป โดยใช้เวลาไม่ถึงเดือน..