
RBSC สปอร์ตคลับกลางเมือง ที่มีเงินอย่างเดียว ก็เป็นสมาชิกไม่ได้
RBSC สปอร์ตคลับกลางเมือง ที่มีเงินอย่างเดียว ก็เป็นสมาชิกไม่ได้ /โดย ลงทุนแมน
เวลาที่เรานั่งรถไฟฟ้า BTS ผ่านสถานีราชดำริ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง
เวลาที่เรานั่งรถไฟฟ้า BTS ผ่านสถานีราชดำริ แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง
สิ่งที่สะดุดตามากที่สุด ไม่ใช่ตึกระฟ้าหรือศูนย์การค้าหรูหรา แต่เป็นสนามกอล์ฟขนาดยักษ์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนที่ดินที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
นี่คือที่ตั้งของสมาคมราชกรีฑาสโมสร (RBSC) หรือที่บางคนรู้จักในชื่อ สนามฝรั่ง สปอร์ตคลับเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444 หรือกว่า 125 ปีมาแล้ว
นอกจากจะตั้งอยู่บนทำเลระดับ Prime ใจกลางกรุงเทพฯ แล้ว ความน่าสนใจของสโมสรแห่งนี้ คือการที่เราไม่สามารถถือเงิน เดินเข้าไปสมัครสมาชิกได้ง่าย ๆ เหมือนศูนย์กีฬาทั่วไป
และถึงกับมีบางคน ที่ต้องรอนานหลายปี กว่าจะได้เป็นสมาชิกของคลับแห่งนี้..
โมเดลของสโมสรแห่งนี้ คืออะไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าพูดถึงฟิตเนส หรือแม้แต่สปอร์ตคลับหรู ๆ ทั่วไป ในยุคปัจจุบัน
โมเดลธุรกิจนั้นมักจะเรียบง่าย ตรงไปตรงมา ก็คือเราควักเงินไปจ่ายค่าแรกเข้า ค่าสมาชิกรายปี แล้วเราก็เข้าไปใช้บริการได้ทันที
แต่สำหรับ RBSC กฎกติกานั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง..
แม้จะมีการคิดค่าแรกเข้า และค่าสมาชิกรายเดือนคล้ายกับสปอร์ตคลับทั่วไป แต่ค่าแรกเข้าที่สโมสรแห่งนี้นั้นมีราคาหลักล้านบาท
ขณะที่ค่าสมาชิกนั้น ก็จะใกล้เคียงกับสปอร์ตคลับทั่วไป ประมาณหลักพันบาทต่อเดือน
แต่สิ่งที่พิเศษที่สุดของสโมสรแห่งนี้คือ.. กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก
โดยคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของ RBSC ได้นั้น ไม่ใช่แค่เดินไปกรอกใบสมัครที่เคาน์เตอร์ จ่ายเงินแล้วจบ
แต่ต้องเริ่มต้นจากการมีสายสัมพันธ์กับสมาชิกเดิม มาตั้งแต่ก่อนก้าวเข้าประตูสโมสรแล้ว
โดยสมาชิกส่วนใหญ่ของสปอร์ตคลับแห่งนี้ ได้รับสิทธิ์มาจากการเป็นบุตรหลาน หรือคู่สมรสของสมาชิกเดิม
ขณะที่ผู้สมัครหน้าใหม่ การจะไปสมัครสมาชิกของสโมสรโดยตรงทันทีนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่จะต้องไปเริ่มต้นขั้นแรกจากการสมัครเป็นสมาชิกของ RBSC Polo Club ซึ่งเป็นสโมสรสาขาย่อย ที่ตั้งอยู่บนถนนวิทยุเสียก่อน
และแน่นอนว่าการสมัครที่ Polo Club นั้น ก็มีเงื่อนไขเช่นกัน..
ก็คือ จะต้องมีสมาชิกสามัญเดิมของสโมสร (RBSC Ordinary Member) ที่เป็นสมาชิกมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี
ทำหน้าที่เป็นผู้เสนอชื่อ (Proposer) 1 คน และมีผู้รับรอง (Seconder) อีก 1 คน
ทำหน้าที่เป็นผู้เสนอชื่อ (Proposer) 1 คน และมีผู้รับรอง (Seconder) อีก 1 คน
หลังจากนั้นข้อมูลของผู้สมัคร จะถูกนำไปติดประกาศบนบอร์ดในสโมสร เพื่อให้สมาชิกเดิมทั้งหมดรับรู้
ซึ่งถ้าหากไม่มีการคัดค้านใด ๆ ผู้สมัครก็จะได้เข้าไปสัมภาษณ์ กับคณะกรรมการคัดเลือกของสโมสร โดยถ้าเป็นผู้ชายเสียค่าแรกเข้า 1 ล้านบาท โดยถ้ามีคู่สมรสและบุตรก็ไม่ต้องเสียเพิ่ม ส่วนผู้หญิงที่ไม่มีคู่สมรสเสีย 750,000 บาท บุตรไม่ต้องเสียเพิ่มเช่นกัน
เมื่อผ่านด่านสัมภาษณ์ไปได้ สิ่งที่ทุกคนจะต้องเจอต่อมาก็คือ ระยะเวลารอคอย (Waiting List) ในการยกสถานะสมาชิกจาก Polo Club ไปสู่สมาชิกของสโมสรหลัก ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกรอบเพิ่มเติม โดยผู้ชายเสีย 500,000 บาท คู่สมรสและบุตรไม่ต้องเสียเพิ่ม ผู้หญิงเสีย 250,000 บาท บุตรไม่ต้องเสียเพิ่ม
ที่น่าสนใจคือกระบวนการรอที่ว่านี้ อาจกินเวลานานหลายปีเลยทีเดียว และต้องมีคนมารับรองเหมือนเดิม 2 คน รวมถึงต้องมีรายชื่อสมาชิก RBSC มารับรองอีก 20 คน
โดยในระหว่างนี้ สมาชิกใหม่จะสามารถใช้บริการ Polo Club ไปก่อนได้
ภายในจะมีกิจกรรมที่เหมาะกับทุกวัย มีกีฬาทุกชนิดตั้งแต่ว่ายน้ำ ฟุตบอล เทนนิส ไปจนถึงขี่ม้า มีคลาสสอนกีฬา มีผู้ฝึกสอน ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น จนถึงระดับสูง
มาถึงตรงนี้ เริ่มสังเกตเห็นอะไรกันบ้างไหม ?
ค่าสมัครที่สูงลิ่ว ขั้นตอนที่ซับซ้อน และระยะเวลารอคอยที่นานเป็นปี แสดงให้เห็นว่าสปอร์ตคลับแห่งนี้ ไม่ได้มีไว้แค่เพียงเพื่อเล่นกีฬา หรือออกกำลังกายเท่านั้น
แต่เป็นสถานที่พบปะกันของสมาชิกตระกูลเก่าแก่ นักธุรกิจระดับท็อป ผู้บริหารระดับสูง ไปจนถึงบุคคลสำคัญของประเทศ
ซึ่งเงื่อนไขการสมัครสมาชิกอันซับซ้อนนั้น ก็คือกำแพงในการคัดกรองคนเพื่อรักษาคุณภาพของเครือข่ายสมาชิก ความเป็นส่วนตัว และวัฒนธรรมต่าง ๆ ภายในสโมสรไว้
นั่นทำให้สิ่งที่สมาชิกจะได้รับ ไม่ได้มีเพียงสิทธิ์ในการใช้สนามกีฬา ฟิตเนส ร้านอาหาร หรือสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสโมสรเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงการได้อยู่ใน Community เดียวกับบุคคลชั้นนำของประเทศด้วย
โดยระบบผู้เสนอชื่อ ผู้รับรอง การรอพิจารณา และค่าแรกเข้าที่แพงลิบลิ่วนั้น ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อหารายได้เพียงอย่างเดียว
แต่เป็นกลไกที่ช่วยให้สโมสรควบคุมได้ว่า ใครสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนี้ได้บ้าง เสมือนเป็นห้องรับรองที่อาจเป็นแหล่ง Connection ระดับประเทศ
ซึ่งไม่แน่ว่า ดีลธุรกิจระดับหมื่นล้านบาท หรือเมกะโปรเจกต์ที่เคยเกิดขึ้น อาจเกิดจากการพูดคุยและตกลงกัน บนโต๊ะอาหาร หรือสนามกอล์ฟในสโมสรแห่งนี้ ก็เป็นได้..