ทางด่วนของ AI ใครคือ ถนน ระบบไฟฟ้า ฐานรากตอม่อ ?

ทางด่วนของ AI ใครคือ ถนน ระบบไฟฟ้า ฐานรากตอม่อ ?

ยุคที่ AI และ Agentic AI โมเดลต่าง ๆ กำลังเติบโต และกำลังจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติที่ทำงานแทนเราได้
แน่นอนว่า AI เหล่านี้ ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นกระดูกสันหลังสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ชิปเมมโมรี เซิร์ฟเวอร์ ระบบระบายความร้อน ไปจนถึงระบบไฟฟ้าต่าง ๆ
ซึ่งถ้าเปรียบเทียบโมเดล AI เป็นเหมือนทางด่วนสักสาย ที่คอยเอาไว้รับส่งแลกเปลี่ยนข้อมูล
ทางด่วนนั้นก็ต้องการโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบ อย่าง ถนน ระบบไฟฟ้า หรือฐานรากตอม่อ ที่จะมาค้ำยันและรองรับระบบ AI ไว้
แล้วโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับรองรับทางด่วน AI นั้น เป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ
กลุ่มแรกคือ กลุ่ม Digital Infrastructure
กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เปรียบเสมือนเป็นโครงสร้างต่าง ๆ ของทางด่วน เช่น ถนน ฐานรากหรือตอม่อ
โดยกลุ่มธุรกิจ Digital Infrastructure ก็จะเน้นไปที่ 2 ส่วนธุรกิจสำคัญ นั่นคือ
1. กลุ่มชิปหน่วยความจำและระบบจัดเก็บข้อมูล เป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI
เพราะทำหน้าที่เป็นคลังสำหรับจัดเก็บข้อมูล ก่อนที่จะส่งให้ GPU หรือ CPU ซึ่งเป็นสมองของ AI นั้นนำไปประมวลผล
โดยกลุ่มชิปหน่วยความจำ ก็มี 4 ส่วนประกอบสำคัญ ที่จำเป็นสำหรับ AI นั่นคือ
- HBM หรือ High Bandwidth Memory เกิดจากชิปประมวลผลชั่วคราว หรือ DRAM ที่เอามาซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น ซึ่งการทำแบบนี้จะทำให้มี Bandwidth ที่สูงกว่า RAM ทั่วไปหลายเท่า
ซึ่งการที่มี Bandwidth สูง ก็เปรียบเสมือนทางด่วนที่มีถนนกว้าง ไว้สำหรับรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ไม่ติดคอขวด
และยังทำให้ GPU สามารถดึงข้อมูลไปประมวลผลได้เต็มประสิทธิภาพ 100%
- DDR5 ซึ่งเป็นชิป DRAM ประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่สลับข้อมูลหลักระหว่าง CPU และระบบประมวลผลทั้งหมดในเซิร์ฟเวอร์
ถ้าเปรียบ DDR5 เป็นถนน ก็จะถือว่าเป็นถนนที่แคบกว่า HBM
แต่ DDR5 จะทำหน้าที่เป็นถนนสายหลัก ที่เชื่อมต่อไปยังทุกส่วนในเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างครอบคลุม และทำหน้าที่เป็นกองหนุนในการจัดเตรียม Data Set ขนาดใหญ่ ก่อนจะส่งต่อเข้าสู่วงจรการประมวลผลหลัก
- SSD หรือ Solid State Drive คือชิปเมมโมรีหน่วยความจำสูง ที่เปรียบเสมือนคลังจัดเก็บข้อมูล Hot Data ซึ่งเป็นข้อมูล ที่พร้อมส่งไปให้ CPU และ GPU ประมวลผล AI ได้เลยทันที ซึ่งนอกจาก SSD แล้วก็ยังมี
- HDD หรือ Hard Disk Drive เพื่อเป็นคลังสำหรับเก็บข้อมูลขนาดใหญ่จำนวนมหาศาล โดยเป็นข้อมูลสำหรับ Backup ไว้ถาวร ซึ่งข้อมูลใน Hard Disk Drive ก็อาจจำเป็นต้องใช้ในการประมวลผล AI ในอนาคต
ซึ่งถ้าหากพูดถึงผู้เล่นในอุตสาหกรรม
- HBM และ DDR5 ก็มีผู้เล่นหลักอยู่ 3 เจ้า อย่าง Micron, Samsung และ SK Hynix ที่ครองส่วนแบ่งตลาดนี้มากกว่า 95% บนโลก
- SSD ก็มีผู้เล่นหลักคือ Micron และ SK Hynix รวมถึง SanDisk และ KIOXIA ที่โฟกัสธุรกิจ SSD หรือ NAND Flash โดยเฉพาะ
- ส่วน HDD ก็มีผู้เล่นหลักคือ Seagate และ WD ที่โฟกัสธุรกิจ Hard Disk Drive โดยเฉพาะ
2. กลุ่มระบบระบายความร้อน และอุปกรณ์บนตู้เซิร์ฟเวอร์
ก็ต้องบอกว่าอุปกรณ์เหล่านี้ เปรียบเสมือนฐานราก หรือเสาหลักที่โมเดล AI จะขาดไปไม่ได้เลย อย่าง
- ชุดระบายความร้อนบนตู้เซิร์ฟเวอร์
สำหรับ Data Center ของ AI ชิปประมวลผลปล่อยความร้อนสะสมออกมามหาศาล จนพัดลมระบายอากาศแบบเดิมเอาไม่อยู่
จึงทำให้วิธีการระบายความร้อน ต้องเปลี่ยนมาใช้ Liquid Cooling หรือการใช้ของเหลว เพื่อหมุนเวียนเข้าไปดึงความร้อนออกจากชิปโดยตรง เพื่อรักษาอุณหภูมิของ Data Center
ซึ่งโซลูชันนี้ ก็มีผู้เล่นหลักอย่าง Vertiv ยักษ์ใหญ่ด้านระบบจัดการความร้อนของ Data Center ระดับโลกนั่นเอง
- อุปกรณ์บนตู้เซิร์ฟเวอร์
คือฐานรากหรือตอม่อทางด่วน ที่คอยค้ำจุนให้โมเดล AI บน Data Center นั้นทำงานได้
เพราะตู้เซิร์ฟเวอร์ AI ไม่ใช่แค่ตู้เหล็กที่ใส่อุปกรณ์ทั่วไป แต่ตู้จะต้องถูกออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักของเซิร์ฟเวอร์ขนาดยักษ์ได้หลายร้อยกิโลกรัม
โดยเซิร์ฟเวอร์จะต้องติดตั้งระบบ PDU (Power Distribution Unit) หรือระบบจ่ายไฟฟ้าที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งเป็นระบบท่อส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่ ที่ถูกบีบอัดให้อยู่ในพื้นที่ตู้เซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก
โดยตู้เซิร์ฟเวอร์ จะต้องทำหน้าที่บริหารและกระจายกระแสไฟฟ้าให้เสถียร เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบไฟฟ้าดับ

ซึ่งผู้เล่นหลักในฝั่งอุปกรณ์ตู้เซิร์ฟเวอร์ ที่เปรียบเสมือนเป็นตอม่อ ที่ค้ำยันทางด่วนสำหรับรับส่งข้อมูลที่ AI ขาดไม่ได้ นั่นก็คือ
- Dell Technologies ผู้นำระบบโครงสร้างเซิร์ฟเวอร์ที่สมบูรณ์แบบ โดยการนำชุด Liquid Cooling และ PDU มารวมร่างไว้บน Rack เดียวกัน พร้อมกับซอฟต์แวร์ติดตั้ง ทำให้ผู้ให้บริการ Data Center สามารถยกตู้ไปเสียบปลั๊กแล้วเปิดใช้งานได้ทันที
- Schneider Electric ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการพลังงานและโครงสร้าง Data Center แบบครบวงจร
- Eaton ยักษ์ใหญ่ด้านระบบจัดการพลังงานเสถียรภาพสูง
- Delta Electronics บริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีบริษัทแม่จากไต้หวัน ที่เป็นเจ้าแห่งระบบแปลงพลังงานไฟฟ้า หรือ Power Supply Unit ผู้เปรียบเสมือนหัวปั๊มที่คอยแปลงและจ่ายกระแสไฟตรง เพื่อส่งตรงเข้าสู่ชิปประมวลผล AI โดยเฉพาะ
ต่อมากลุ่มที่ 2 คือ กลุ่ม Energy Infrastructure
เป็นเหมือนสถานีไฟฟ้า และสายส่งพลังงานไฟฟ้าให้กับทางด่วน AI ยิ่งความต้องการใช้ AI เติบโตมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในการพรอมต์มากขึ้นเท่านั้น
โดยธุรกิจผู้ให้บริการไฟฟ้า ที่กำลังเป็นคอขวดอยู่ตอนนี้ ก็มีบริษัทเจ้าของโรงไฟฟ้า อย่าง
- Constellation Energy Corp. หรือ CEG เป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังงานสะอาด รายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะพลังงานนิวเคลียร์
ซึ่ง CEG ก็ได้ทำสัญญาส่งไฟฟ้านิวเคลียร์ระยะยาวกับบิ๊กเทคอย่าง Microsoft เพื่อป้อนไฟฟ้าบริสุทธิ์ให้กับโมเดล AI โดยเฉพาะ

- Vistra Corp. หรือ VST หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ ที่มีพอร์ตโรงไฟฟ้าทั้งพลังงานนิวเคลียร์ ก๊าซธรรมชาติ และระบบแบตเตอรี่สำหรับกักเก็บพลังงาน
โดย VST มีบทบาทสำคัญต่อ AI ตรงที่มีโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ใกล้กับ Data Center ในพื้นที่ต่าง ๆ และสามารถขายไฟฟ้าเข้าสู่ Data Center ในสาขานั้น ๆ ได้โดยตรง
นอกจากผู้ให้บริการไฟฟ้าแล้ว ในกลุ่ม Energy Infrastructure ก็ยังมีบริษัทที่ทำหน้าที่รับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า และวางระบบไฟฟ้าให้ด้วย อย่าง
- MYR Group เปรียบเสมือนช่างไฟมือทอง ผู้รับหน้าที่วางระบบและเดินสายไฟฟ้า
โดยให้บริการก่อสร้างระบบไฟฟ้า และโรงไฟฟ้าสำหรับธุรกิจ Data Center และ AI แบบครบวงจร โดย MYR Group มีบทบาทในการต่อสายส่งไฟฟ้าแรงสูง จากสถานีย่อยภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร Data Center ได้โดยตรง
- Quanta Services กระดูกสันหลังระบบไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา โดยเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างระบบพลังงานหมุนเวียน อย่าง โซลาร์เซลล์ และกังหันลมรายใหญ่ และเป็นผู้วางโครงข่าย เดินสายไฟเชื่อมต่อโรงไฟฟ้า เข้ากับศูนย์ Data Center ทั่วประเทศ
และกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่ม Data Center
เมื่อโมเดล AI จำเป็นต้องใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐาน อย่างหน่วยความจำ ระบบระบายความร้อน และพลังงานไฟฟ้าแล้ว
โมเดล AI จำเป็นต้องมีพื้นที่สำหรับซัปพอร์ต ที่จะเป็นโกดังสำหรับรองรับระบบเซิร์ฟเวอร์ และที่สำคัญจะต้องมีระบบไฟฟ้าที่พร้อมสำหรับการใช้งาน
ยกตัวอย่างผู้เล่นหลักในกลุ่มธุรกิจนี้ ก็คือบริษัทที่เคยทำธุรกิจเหมืองขุดคริปโทเคอร์เรนซีมาก่อน
อย่าง Core Scientific, Cipher Mining, IREN และ TeraWulf ที่มีอาคารหรือระบบ Facility ที่รองรับการขุดเหมืองคริปโทเคอร์เรนซีขนาดใหญ่มาก่อน
ด้วยเหตุผลที่บริษัทเหล่านี้ จะมีระบบ Facility ต่าง ๆ ที่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นอาคารปิด ระบบไฟแรงสูง รวมถึงระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่อยู่แล้ว
ทำให้บริษัทเหล่านี้กลายเป็นสถานที่สำคัญ สำหรับรองรับการเติบโตของ AI และ Data Center
เท่านั้นยังไม่พอ บริษัทเหล่านี้ ก็ยังมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว ที่ได้ทำไว้กับบริษัทผู้จำหน่ายไฟฟ้า ตั้งแต่ตอนทำธุรกิจขุดเหมืองคริปโทเคอร์เรนซี เป็นปริมาณมหาศาล
ซึ่งการมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ทำให้ธุรกิจ Data Center สามารถทลายคอขวด ที่เป็นกำแพงสำคัญต่อการเติบโตของ Data Center ได้
อ่านมาถึงจุดนี้ เราก็พอจะสรุปได้ว่า ในยุคที่ Data Center และ AI โมเดลต่าง ๆ กำลังเติบโต
ผู้สร้างและครอบครองโครงสร้างพื้นฐาน ก็ได้รับอานิสงส์และเติบโตตามไปด้วย
ตั้งแต่ชิปหน่วยความจำความเร็วสูง ระบบระบายความร้อน ตู้เซิร์ฟเวอร์ สายส่งพลังงานไฟฟ้า ไปจนถึงโกดัง Data Center ที่มีสิทธิ์ใช้ไฟฟ้าอยู่ในมือ
เพราะไม่ว่าโมเดล AI ในอนาคตจะชาญฉลาดเพียงใด หรือใครจะเป็นผู้ชนะในสงครามซอฟต์แวร์
สุดท้ายแล้ว ทุกการประมวลผล ทุกการพรอมต์ และทุกโมเดล AI ต่างก็ต้องวิ่งอยู่บน ทางด่วน สายส่งไฟฟ้า และฐานรากตอม่อ ของบริษัทเหล่านี้อยู่ดี..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon