
กองทุน ชิปเอเชีย ค่าจัดการต่ำสุดในกลุ่ม มาแล้ว
กองทุน ชิปเอเชีย ค่าจัดการต่ำสุดในกลุ่ม มาแล้ว.. /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่า CXMT อยู่ดี ๆ ขึ้นมาเป็นบริษัทอันดับ 1 ในจีนแซงหน้า Tencent
ขณะเดียวกัน TSMC เป็นบริษัทอันดับ 1 ในไต้หวันมานานแล้ว
และกลางปีที่ผ่านมา..
SK Hynix ขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าอันดับ 1 แซงหน้า Samsung ในเกาหลีใต้
Kioxia จากญี่ปุ่น ขึ้นเป็นบริษัทมูลค่าอันดับ 1 แซงหน้าทุกบริษัทในญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน
ถึงแม้ว่า SK Hynix กับ Kioxia จะย่อตัวลงมาแล้ว แต่ก็ยังเป็นบริษัทใหญ่อันดับต้น ๆ ในประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
รู้ไหมว่า 4 บริษัทที่กล่าวมา อยู่ในกลุ่มเดียวกันที่ทำธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์
มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ.. ที่ บริษัทใหญ่อันดับต้น ๆ ในประเทศจะทำธุรกิจเดียวกัน
จะตกใจไหม ถ้าลงทุนแมนบอกว่า
เป็นเพราะตลาดคาดการณ์ว่า เม็ดเงินลงทุนครั้งใหญ่สุดของ AI ทั้งโลก จะกระจุกตัวอยู่ในเอเชีย โดยมี 4 บริษัทนี้เป็นผู้นำ
และ 4 บริษัทที่กล่าวมา เราสามารถลงทุนได้ และรวมอยู่ในกองทุนรวมแห่งปี กองทุนนี้เรียบร้อยแล้ว
M-ASIASEMI กองทุนที่จะเปลี่ยนความเชื่อเราทั้งหมด
ที่บางคนอาจเชื่อว่า สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน AI
แต่ในตอนนี้ถ้าบอกผู้นำ AI โลกคือ สหรัฐฯ จะถูกต้องครึ่งหนึ่ง
สหรัฐฯ เป็นเพียงเบื้องหน้า
แต่เบื้องหลังผู้นำ AI โลก คือ 4 เสือจากเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน กระดูกสันหลัง ที่คอยค้ำยันอุตสาหกรรม AI ไว้ทั้งระบบ
4 เสือเอเชียกำลังเป็นฐานผลิตชิป ที่ทั้งโลก AI ขาดไม่ได้
และจะยิ่งสำคัญขึ้นอีกในอนาคต มากขนาดไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เริ่มกันเลยที่ 1. ไต้หวัน เรียกได้ว่าโรงงาน AI ของโลก
ที่นี่มี TSMC โรงงานผลิตชิปนวัตกรรมล้ำยุค
ถามว่าล้ำขนาดไหน ก็ล้ำจนเทคยักษ์ใหญ่ทั้งโลก 500 กว่ารายต้องส่งแบบชิปมาให้ และเข้าคิวมาให้บริษัทผลิต ซึ่งก็ผลิตได้มากกว่า 12,000 รูปแบบ ปีละเป็นล้านชิ้น
สรุปก็คือบริษัทนี้แหละ ที่เปลี่ยนชิปที่ถูกออกแบบในคอมพิวเตอร์ให้กลายเป็นชิปจริง ๆ ที่เราใช้กัน
ตัวอย่างง่าย ๆ ก็ชิปสมาร์ตโฟน ที่เราใช้อ่านบทความนี้กันอยู่ ก็มาจากโรงงานนี้
ปัจจุบัน TSMC มีมูลค่า 72 ล้านล้านบาท
ถามว่ามากขนาดไหน ?
ก็ถือว่าเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากสุดในเอเชีย
และมากเป็นอันดับ 6 ของโลก..
อีกบริษัทสำคัญในไต้หวัน ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักกัน
ชื่อว่า ASE Technology อธิบายแบบเข้าใจง่ายสุด ๆ เลย คือ
พอ TSMC ผลิตเสร็จแล้ว
ASE Technology จะเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐาน ขนตรงมาจากโรงงาน TSMC เลย..
ลูกค้าของ TSMC เช่น Apple, Nvidia, AMD, Broadcom, Qualcomm
นอกจาก TSMC แล้ว ไต้หวันก็ยังมีบริษัทผู้ออกแบบชิป MediaTek คอยออกแบบให้กับ Xiaomi, OPPO, Vivo, Amazon และ Samsung
ต่อมาก็คือ 2. เกาหลีใต้ ประเทศแห่งหน่วยความจำ AI
อธิบายความสำคัญของชิปหน่วยความจำใน 2 ประโยค
ไม่ว่าเราจะฉลาด จะหัวไวแค่ไหน
แต่ความจำไม่ดีหรือเป็นอัลไซเมอร์ก็จบกัน
ในโลก AI มีคนเก่งเรื่องหน่วยความจำไม่กี่ราย แต่ 2 ในนั้น มาจากเกาหลีใต้ ชื่อว่า SK Hynix และ Samsung Electronics..
-SK Hynix เป็นบริษัท Pure-play โฟกัสเน้น ๆ เฉพาะธุรกิจหน่วยความจำ
มีธุรกิจ HBM ย่อจาก High Bandwidth Memory เป็นชิปหน่วยความจำความเร็วสูงสำหรับประมวลผล AI มีลูกค้ายักษ์ใหญ่ ก็คือ Nvidia
และก็ยังมี NAND Flash ชิปบันทึกข้อมูล และ Enterprise SSD ความจุสูงเพื่อนำไปใช้ใน Data Center และระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ ขายให้กับ Apple, Microsoft, Dell และ HP
-Samsung Electronics ผู้นำด้าน DRAM และ NAND Flash ของโลก และยังมีธุรกิจโรงงานผลิตชิปชั้นสูง แข่งขันกับ TSMC
กลุ่มชิปหน่วยความจำ เป็นหนึ่งในคอขวด AI ช่วงที่ผ่านมา จึงไม่แปลกเลยที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปีเดียว
3. ญี่ปุ่น
หลายคนบอกว่าประเทศนี้ ล้าหลังไปแล้ว เห็นชัด ๆ จากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ ที่เสียส่วนแบ่งการตลาดให้จีน
แต่เดี๋ยวก่อน มันไม่ใช่เลย..
ญี่ปุ่นถือเป็นอีกผู้เล่นคนสำคัญ ที่เปลี่ยนจากเบื้องหน้ามาเป็นเบื้องหลังที่ต้องการความแม่นยำสูง
โลก AI ต้องพึ่งพาเครื่องจักร และอุปกรณ์ทดสอบจากประเทศแห่งนี้ เริ่มตั้งแต่
Kioxia ทำธุรกิจหน่วยความจำ NAND Flash และ SSD ให้กับผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยี และระบบคลาวด์
Koixia ได้ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในญี่ปุ่นในช่วงกลางปีที่ผ่านมา และได้ย่อตัวลงมาในปัจจุบันแต่ก็ยังเป็นบริษัทที่มีมูลค่าอันดับต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่นอยู่
Tokyo Electron เป็นผู้สร้างเครื่องผลิตชิปให้ TSMC, Samsung, Intel
Advantest เป็นผู้สร้างเครื่องทดสอบมาตรฐานชิปให้ ASE Technology
สรุปก็คือ เครื่องที่โรงงาน และบริษัททดสอบคุณภาพใหญ่สุดในโลกของไต้หวันใช้กัน เป็นเครื่องจากญี่ปุ่น..
รวมไปถึง Sony ที่ขายกล้อง ขายทีวีให้คนทั่วไป แต่ในอุตสาหกรรม AI แล้ว Sony เป็นผู้นำเซนเซอร์ภาพให้ระบบ AI ยานยนต์ไร้คนขับ และกลุ่มบริษัทสมาร์ตโฟน เช่น Apple, Xiaomi, Oppo, Vivo
4. จีน เสือ AI เอเชียตัวสุดท้าย หรือไม่ใช่เสือ แต่เป็นม้า เพราะเป็น ม้ามืด..
แล้วทำไมจีน ถึงถูกมองว่าเป็นม้ามืด ?
ทุกคนน่าจะรู้ว่าหลายอุตสาหกรรมจีนโดนแบนจากสหรัฐอเมริกา เช่น วัตถุดิบ สินค้า แอป
และสหรัฐ ก็แบนจีนจากการนำเข้าเทคโนโลยีชั้นสูงด้วย เช่นเครื่องผลิตชิปจาก ASML
แน่นอนว่า AI ก็ไม่มีข้อยกเว้น..
พอจีนถูกบีบ จีนก็ยังคงเป็นจีน
แบนไรเขา เขาก็ทำเอง
รอบนี้ จีนเลยจะสร้างห่วงโซ่ AI ครบวงจรเป็นของตัวเองซะเลย..
เริ่มตั้งแต่
-CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ ที่เพิ่ง IPO จนปัจจุบัน มีมูลค่ามากสุดในประเทศ แซงหน้า Tencent, Alibaba
-SMIC โรงงานรับจ้างผลิตชิปอันดับ 1 ของจีน
คอยป้อนชิปให้ยักษ์ใหญ่ในประเทศอย่าง Huawei, Xiaomi
-Cambricon ผู้พัฒนาชิปประมวลผล AI
สำหรับ Data Center ให้กับ Baidu และหน่วยงานภาครัฐ
-NAURA และ AMEC ผู้สร้างเครื่องจักรผลิตชิปฝั่งจีน ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการป้อนเครื่องมือให้โรงงานในประเทศอย่าง SMIC และ YMTC
ไปจนถึงโมเดล AI ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับทั้งโลก เช่น
-DeepSeek สตาร์ตอัปโมเดล AI จีน เมื่อปีก่อน
-Kimi K3 จาก Moonshot เมื่อไม่นานมานี้
และจีนยังมีบริษัทในห่วงโซ่ AI อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Big Tech ซอฟต์แวร์ผู้บริโภครายใหญ่ Alibaba, Tencent, Meituan
ไปจนถึงกลุ่มนวัตกรรมหุ่นยนต์แทนคน เช่น Unitree, Ubtech, AgiBot
เรียกได้ว่าประเทศจีน ถือเป็นประเทศที่มาแรงสุดในเรื่อง AI
มาถึงตรงนี้ เราสามารถสรุปได้ว่าผู้นำ AI ในโลก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
-กลุ่มแรก
สหรัฐอเมริกา จะเป็น ผู้คิดค้น และเป็นนายทุน
โดยมีไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เป็นผู้สร้าง และผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญให้
-กลุ่มสอง ก็คือ จีน ที่เลือกจะเป็นผู้คิด และผู้สร้างทุกอย่าง ด้วยตัวเอง
และเมื่อเรามาดูงบลงทุน หรือ CAPEX ของผู้คิดค้นและนายทุน
เฉพาะแค่ 4 ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ Microsoft, Amazon, Alphabet และ Meta ยังคงพูดตรงกันว่า จะกระหน่ำลงทุนหลายล้านล้านบาทในปีนี้ และมีแนวโน้มจะยังเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
เม็ดเงินดังกล่าว ท้ายที่สุดก็จะไหลไปยังโรงงาน คนตรวจสอบ เครื่องจักร และชิ้นส่วนสำคัญต่าง ๆ ผู้นำ AI ในเอเชีย
และเพื่อจะตามผู้เล่นกลุ่มนี้ให้ทัน จีนเองก็จะต้องเร่งพัฒนาห่วงโซ่ AI ของตัวเอง เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสใหญ่ในอนาคต
และนี่ก็คือสรุปภาพรวม และสถานการณ์ทั้งหมดของผู้นำ AI ในภูมิภาคเอเชีย
ถามว่าถ้าเราไม่อยากพลาด ผู้นำ AI ในเอเชีย
ทำไงดี ?
จินตนาการว่าเราไปไล่ซื้อหุ้น TSMC ที่ไต้หวัน
SK Hynix ที่เกาหลีใต้
Kioxia ที่ญี่ปุ่น
หรือ CXMT ที่จีน
และมานั่งติดตามทีละบริษัท คงเป็นเรื่องที่ “ยากมาก” และใช้เงินทุนเยอะ
ทางออกที่ง่ายและครอบคลุมกว่า คือการลงทุนผ่านกองทุนไทย M-ASIASEMI ที่จะเข้าไปลงทุนในกองทุนหลัก Global X Asia Semiconductor ETF
M-ASIASEMI จะ IPO ระหว่างวันที่ 10 - 14 ส.ค. 2569 ซื้อได้ที่ WealthX
พิเศษ ! ช่วง IPO ค่าธรรมเนียมซื้อลด 10% | ซื้อ 2 ล้านขึ้นไป ลด 50% ค่าธรรมเนียมซื้อ
✅คัดเน้น ๆ 4 เสือผู้นำ AI ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน
✅ถือ CXMT ที่เพิ่ง IPO และขึ้นเป็นบริษัทใหญ่สุดในจีน
✅ซีรีส์ X ค่าจัดการต่ำ 0.79% (TER 0.98%) ต่ำที่สุดในกลุ่ม Asia Semiconductor
✅ได้การรับยกเว้นภาษี Capital Gain ตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย
ความน่าสนใจของกองทุนหลักนี้ คือการกระจายน้ำหนักใน 4 เสือเอเชีย ได้อย่างสมดุล ครอบคลุมเกือบทุกบริษัททั้งหมดที่เล่ามา แบ่งสัดส่วนได้เป็น
-ไต้หวัน 31% ฐานรับจ้างผลิตชิป และทดสอบอันดับ 1 ของโลก
-ญี่ปุ่น 29% เจ้าแห่งเครื่องจักรผลิตและอุปกรณ์ทดสอบ
-เกาหลีใต้ 28% ผู้นำชิปหน่วยความจำ
-จีน 11% ม้ามืดที่กำลังเร่งสร้างห่วงโซ่ชิปตนเอง
ถ้าใครมองว่า AI โลก จะยังจะเติบโตต่อไปในระยะยาว
การมีผู้นำโรงงาน ผู้ทดสอบ ผู้ผลิตเครื่องจักร หน่วยความจำ จาก 4 เสือในเอเชีย ก็นับเป็นอีกโอกาส ที่จะช่วยเสริมให้พอร์ตเราครบสมบูรณ์..
ใครสนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออก และหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก จึงอาจเหมาะสำหรับการลงทุนในสัดส่วนเสริมของพอร์ต และไม่ควรใช้เป็นสัดส่วนหลักในพอร์ตลงทุน กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน
จัดทำ ณ วันที่ 7 ส.ค. 2569
ที่มา : Tradingview ณ วันที่ 5 ส.ค. 2569 และเว็บไซต์ทางการของแต่ละบริษัท