
4 ก๊กเอเชีย ศึกแย่งชิงบัลลังก์ชิปโลก ที่ต่อสู้ยาวนาน เพื่อเส้นทางสู่อำนาจ
4 ก๊กเอเชีย ศึกแย่งชิงบัลลังก์ชิปโลก ที่ต่อสู้ยาวนาน เพื่อเส้นทางสู่อำนาจ /โดย ลงทุนแมน
หากดินแดน คือจุดเริ่มต้นของการทำสงครามโบราณ
ชิป ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเทคโนโลยีในเอเชียยุคนี้
หากดินแดน คือจุดเริ่มต้นของการทำสงครามโบราณ
ชิป ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเทคโนโลยีในเอเชียยุคนี้
มันสมองที่โลกต้องการ ไม่ได้อยู่ในกำมือของสหรัฐฯ ที่ก้าวล้ำแค่อย่างเดียว แต่อยู่ที่กำลังการผลิตของ 4 ก๊กแห่งเอเชีย นั่นคือ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มันเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ที่ถูกขีดไว้ และกลายมาเป็นมหากาพย์การต่อสู้เพื่อแย่งชิงผู้นำการผลิตชิปมานานถึงปัจจุบัน
การแย่งชิงอำนาจ
การพลิกเกม
การวางหมากยุทธศาสตร์
การพลิกเกม
การวางหมากยุทธศาสตร์
สามอย่างนี้ คือ สิ่งที่จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ขับเคี่ยวกันมายาวนาน จนกลายเป็นผู้ควบคุมการผลิตเทคโนโลยีโลกแทนที่โลกตะวันตก
มหากาพย์สงครามชิป 4 ก๊กในเอเชียดุเดือดแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นการเติบโต
ก๊กญี่ปุ่นผงาดพุ่งทะยาน
ก๊กญี่ปุ่นสะดุดล้ม ก๊กเกาหลีใต้แย่งชิง ก๊กไต้หวันตั้งไข่
ก๊กญี่ปุ่นโดนรุม ก๊กไต้หวันเติบโต
ก๊กจีนพุ่งทะยาน ก๊กที่เหลือรักษาตำแหน่ง
ก๊กญี่ปุ่นผงาดพุ่งทะยาน
ก๊กญี่ปุ่นสะดุดล้ม ก๊กเกาหลีใต้แย่งชิง ก๊กไต้หวันตั้งไข่
ก๊กญี่ปุ่นโดนรุม ก๊กไต้หวันเติบโต
ก๊กจีนพุ่งทะยาน ก๊กที่เหลือรักษาตำแหน่ง
นี่คือมหากาพย์ 5 ยุคในสงครามชิปเอเชีย ยาวหน่อย
ถ้าใครกลัวอ่านไม่จบ กดแชร์ไว้ก่อนได้เลย
ถ้าใครกลัวอ่านไม่จบ กดแชร์ไว้ก่อนได้เลย
เริ่มต้นมหากาพย์แรก
“จุดเริ่มต้นการเติบโต”
“จุดเริ่มต้นการเติบโต”
ทศวรรษ 1960-1970 ในยุคที่ซิลิคอนแวลลีย์เริ่มต้นขึ้น
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Fairchild, Texas Instruments และ Intel เจอปัญหากระแทกหน้าอย่างจัง เพราะเจออุปสรรคต้นทุนการผลิตชิปที่แพงมากเกินไป จากค่าแรงที่สูง
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Fairchild, Texas Instruments และ Intel เจอปัญหากระแทกหน้าอย่างจัง เพราะเจออุปสรรคต้นทุนการผลิตชิปที่แพงมากเกินไป จากค่าแรงที่สูง
ดังนั้นถ้าอยากผลิตชิปต้นทุนถูกลง ก็ต้องไปหาแหล่งผลิตที่มีค่าแรงถูก
ออกจากซานฟรานซิสโก ที่ตั้งของซิลิคอนแวลลีย์ไปทางขวา ก็จะเจอกับมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งข้ามมหาสมุทรที่กว้างใหญ่นี้ไป ก็จะเจอกับทวีปเอเชียนั่นเอง
ที่นั่นมีแรงงานมหาศาลที่พร้อมประกอบและทดสอบชิป ซึ่งต้องใช้ทั้งมือและสายตาที่มีความประณีตสูง โดยไต้หวันและฮ่องกง กลายเป็นพื้นที่เริ่มต้นการผลิตชิปแห่งแรก ๆ ของเอเชีย
ในขณะที่ไต้หวันและจีนกำลังเติบโตจากการเป็นฐานประกอบและทดสอบชิปของเอเชีย
ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ก็กำลังสร้างจุดตั้งต้นในวงการชิปของตัวเองอยู่เงียบ ๆ
ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ก็กำลังสร้างจุดตั้งต้นในวงการชิปของตัวเองอยู่เงียบ ๆ
สมัยนั้นชิปถูกใช้ในอุตสาหกรรมการทหารเป็นส่วนใหญ่
แต่ยังไม่ได้ถูกใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ญี่ปุ่นเป็นชาติแรก ๆ ที่มองเห็นโอกาสตรงนี้
แต่ยังไม่ได้ถูกใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ญี่ปุ่นเป็นชาติแรก ๆ ที่มองเห็นโอกาสตรงนี้
เครื่องคิดเลขและวิทยุ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แรก ๆ ที่ใส่ชิปลงไปโดยญี่ปุ่น และกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ก๊กญี่ปุ่น ยิ่งใหญ่ในทศวรรษต่อมา
ส่วนฝั่งเกาหลีใต้ ก๊กนี้ยังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างประเทศหลังสงครามเกาหลีสิ้นสุดลง กลุ่มทุนใหญ่ของประเทศอย่างแชโบล เช่น Samsung เพิ่งเข้าสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
มหากาพย์ยุคสอง
“ก๊กญี่ปุ่นผงาดพุ่งทะยาน”
“ก๊กญี่ปุ่นผงาดพุ่งทะยาน”
หลังจากญี่ปุ่นเริ่มเข้าใจเทคโนโลยีชิปขั้นต้น ญี่ปุ่นก็ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการพัฒนาการผลิตชิปหน่วยความจำแข่งกับสหรัฐฯ ในช่วงปี 1980
การแข่งขันนี้ ก๊กญี่ปุ่นสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน โดยกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม (MITI) เป็นหัวหอกหลักที่อัดฉีดเงินลงไป
การอัดฉีดเงินลงไปพร้อมกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ญี่ปุ่นเตะสหรัฐฯ ออกไป แล้วขึ้นครองส่วนแบ่งตลาดชิปหน่วยความจำ NAND แทน
ทำให้ญี่ปุ่นเตะสหรัฐฯ ออกไป แล้วขึ้นครองส่วนแบ่งตลาดชิปหน่วยความจำ NAND แทน
6 บริษัทระดับโลกจาก 10 แห่งที่ครองตลาดชิปหน่วยความจำนี้ มาจากญี่ปุ่นแทบทั้งหมด นั่นคือ NEC, Toshiba, Hitachi, Fujitsu, Mitsubishi และ Matsushita
6 บริษัททั้งหมดนี้ ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 38%
ก๊กญี่ปุ่นยังหวังเติบโตในอุตสาหกรรมชิปมากขึ้น ด้วยการพยายามสร้างเครื่องผลิตชิปของตัวเอง โดยมีหัวเรือใหญ่เอกชนที่เชี่ยวชาญเรื่องเลนส์อย่าง Nikon และ Canon
ที่ต้องใช้หัวเรือใหญ่จากสองบริษัทนี้ ก็เพราะว่าเลนส์เป็นส่วนสำคัญในเครื่องผลิตชิป และความเชี่ยวชาญของสองบริษัทนี้ทำให้ญี่ปุ่นสร้างเครื่องผลิตชิปสำเร็จในเวลาต่อมา
ทศวรรษนี้ ก๊กญี่ปุ่นยิ่งใหญ่ทั้งการครองตลาดชิปหน่วยความจำและเครื่องผลิตชิป ความยิ่งใหญ่นี้บดบังก๊กอื่น ๆ ในเอเชียอย่างจีน เกาหลีใต้ ไต้หวันให้ด้อยลงไปเลยทันที
แต่ความยิ่งใหญ่นี้ก็ไม่ได้อยู่ไปตลอดกาล สหรัฐฯ เริ่มมองเห็นการเติบโตของก๊กญี่ปุ่น และหาทางเตะตัดขาไม่ให้ยิ่งใหญ่ไปมากกว่านี้
มหากาพย์ยุคสาม
“ก๊กญี่ปุ่นสะดุดล้ม ก๊กเกาหลีใต้แย่งชิง ก๊กไต้หวันตั้งไข่”
“ก๊กญี่ปุ่นสะดุดล้ม ก๊กเกาหลีใต้แย่งชิง ก๊กไต้หวันตั้งไข่”
การครองตลาดชิปหน่วยความจำของญี่ปุ่นถูกเตะตัดขาโดยสหรัฐฯ ซึ่งอ้างว่าญี่ปุ่นทุ่มตลาดนี้ด้วยต้นทุนต่ำกว่าความเป็นจริง จนบริษัทอเมริกันล้มละลายไม่เป็นท่า
ญี่ปุ่นถูกมัดมือให้เซ็นข้อตกลงการค้าชิปสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น หรือ 1986 U.S.-Japan Semiconductor Agreement เพื่อยุติการที่ญี่ปุ่นทุ่มตลาดชิปในราคาต่ำกว่าทุน
ข้อตกลงนี้ ทำให้บริษัทญี่ปุ่นที่เคยผลิตชิปหน่วยความจำก็ต้องลดกำลังการผลิตลงกะทันหัน จนชิปหน่วยความจำได้หายไปจากตลาดโลกเลยในทันที
แต่ปัญหาคือ ความต้องการใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สหรัฐฯ จำเป็นต้องหาแหล่งผลิตชิปใหม่ที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นเพื่อป้องกันการผูกขาด
สหรัฐฯ จำเป็นต้องหาแหล่งผลิตชิปใหม่ที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นเพื่อป้องกันการผูกขาด
ทำให้สหรัฐฯ สนับสนุนเกาหลีใต้ และบริษัทเกาหลีใต้อย่าง Samsung และ Hyundai เลยเข้ามาผลิตชิปพวกนี้แทน
ในตอนที่ก๊กญี่ปุ่นกำลังรุ่งเรือง Samsung เข้าสู่ตลาดชิปแบบเงียบ ๆ ในทศวรรษ 1970 ด้วยการเข้าซื้อบริษัทผู้ผลิตชิป Hankook Semiconductor ที่กำลังจะล้มละลาย
หลังจากซื้อบริษัทเข้ามา ก็นำเข้าเทคโนโลยีผลิตชิปหน่วยความจำจาก Micron Technology จากสหรัฐฯ และ Sharp Corporation จากญี่ปุ่นมาต่อยอด
จนในที่สุด Samsung ก็สามารถผลิตชิปหน่วยความจำ NAND ได้แบบญี่ปุ่น
ซึ่งเมื่อก๊กญี่ปุ่นสะดุดลง ตัวเองก็เข้าไปเสียบแทนบริษัทญี่ปุ่นที่เคยครองตลาดอยู่ทันที
ซึ่งเมื่อก๊กญี่ปุ่นสะดุดลง ตัวเองก็เข้าไปเสียบแทนบริษัทญี่ปุ่นที่เคยครองตลาดอยู่ทันที
ส่วน Hyundai มีบริษัทในเครือที่ชื่อว่า Hyundai Electronics ที่มีธุรกิจผลิตชิปหน่วยความจำอยู่ในนั้น
ซึ่งปัจจุบันธุรกิจนี้ไปควบรวมกับบริษัทผลิตชิปในเครือ LG Semiconductor เกิดเป็นชื่อบริษัทใหม่อย่าง Hynix
ก่อนที่ Hynix จะมีผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่อย่าง SK Group ยักษ์ใหญ่ธุรกิจคมนาคมเกาหลีใต้ จนกลายมาเป็น SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรองจาก Samsung ที่กำลังเติบโตในปัจจุบันนั่นเอง
ในวันที่ก๊กเกาหลีใต้กำลังเสียบแทนก๊กญี่ปุ่นในตลาดชิปหน่วยความจำ
ก๊กไต้หวัน ก็กำลังสร้างการเติบโตของตัวเอง ในฉบับที่แตกต่างไปจากคนอื่น
ก๊กไต้หวัน ก็กำลังสร้างการเติบโตของตัวเอง ในฉบับที่แตกต่างไปจากคนอื่น
ปี 1987 ก๊กไต้หวันตัดสินใจสร้างโรงงานรับจ้างผลิตชิปที่ชื่อ TSMC โมเดลนี้ได้แนวคิดจากมอร์ริส จาง ที่ต้องการให้ไต้หวันรับจ้างผลิตชิปจากใครก็ได้ที่เป็นลูกค้า
แต่โรงงานที่ต้องใช้เงินทุนที่สูงมาก ทำให้รัฐบาลไต้หวันต้องร่วมทุนกับ Philips จากเนเธอร์แลนด์ จนสามารถสร้างโรงงานผลิตชิปได้สำเร็จในเวลาต่อมา
แม้ในช่วงแรกจะไม่มีลูกค้าเข้ามาเลย แต่ผ่านไปราว 2-3 ปี ลูกค้าบริษัทอเมริกันหันไปโฟกัสกับการวิจัยชิป แล้วส่งออร์เดอร์มหาศาลมาให้ TSMC ผลิตให้แทน
ยิ่งมีคำสั่งผลิตอย่างมหาศาล TSMC ก็ยิ่งได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ถูกลง แถมการได้หุ้นส่วนอย่าง Phillips เข้ามา ก็ยิ่งทำให้ TSMC ได้เปรียบกว่าบริษัทอื่นไปอีก
เพราะต่อไป Philips นี่แหละ ที่จะเป็นผู้ร่วมให้กำเนิดบริษัทสร้างเครื่องผลิตชิปขั้นสูงอย่าง ASML ซึ่งมาโค่นบริษัทญี่ปุ่นอย่าง Nikon และ Canon ในภายหลัง
มหากาพย์ยุคสี่
“ก๊กญี่ปุ่นโดนรุม ก๊กไต้หวันเติบโต”
“ก๊กญี่ปุ่นโดนรุม ก๊กไต้หวันเติบโต”
Philips พยายามปลุกปั้น ASML ในช่วงแรก เพื่อสร้างเครื่องผลิตชิปที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น แต่ปัญหาคือ มันต้องใช้เงินเยอะมาก จนนำไปสู่การขาดทุนหนักแทน
เมื่อเงินไม่พอ ก็ต้องหาพันธมิตรเพิ่มเติม จนมาเจอกับสหรัฐฯ ที่กำลังกังวลกับการที่ญี่ปุ่นครองตลาดเครื่องผลิตชิปในช่วงทศวรรษ 1990 อยู่พอดี
สหรัฐฯ ตั้งกลุ่มวิจัยเฉพาะกิจจากหลายบริษัทรวมกัน นำโดย Intel เพื่อพัฒนาเครื่องผลิตชิปที่ใช้เทคโนโลยี
แสงอัลตราไวโอเลตสุดขั้วเพื่อผลิตชิปจิ๋วระดับนาโนเมตร
แสงอัลตราไวโอเลตสุดขั้วเพื่อผลิตชิปจิ๋วระดับนาโนเมตร
แล้วทำไมต้องรวมตัวกัน ?
ก็เพราะว่าถ้าทำให้ ASML สร้างเครื่องผลิตชิปขั้นสูงนี้ได้สำเร็จ บริษัทวิจัยและพัฒนาชิปของสหรัฐฯ เองก็จะได้ประโยชน์ตามไปด้วย
แน่นอนว่า กลุ่มบริษัทวิจัยเฉพาะกิจนี้ไม่มี Nikon และ Canon ทั้งที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องผลิตชิปอยู่แล้ว ซึ่งคงดูออกว่า สหรัฐฯ มองญี่ปุ่นเป็นคู่แข่งจริง ๆ ในตอนนั้น
และถ้าเราลองดูอีกที ก๊กไต้หวัน ก็เหมือนจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ เพราะ Philips ก็เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ TSMC ในตอนนั้นด้วย
Philips ที่กำลังปลุกปั้น ASML อยู่ ก็สามารถใช้ข้อมูลและทดลองว่าเครื่องผลิตชิปขั้นสูงทำงานได้ดีหรือไม่ ในโรงงานของ TSMC
ในมุมกลับกัน ถ้า Philips สามารถปลุกปั้น ASML ให้สร้างเครื่องผลิตชิปขั้นสูงสำเร็จ โรงงานของ TSMC ก็สามารถนำเครื่องนี้มาใช้ผลิตชิปได้ล้ำหน้าขึ้นไปอีก
สุดท้าย ASML ก็สามารถสร้างเครื่องผลิตชิปขั้นสูงได้สำเร็จในปี 2011 กลายเป็นบริษัทผูกขาดเครื่องนี้เพียงรายเดียวที่ปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถโค่นตำแหน่งลงได้
และมาจนถึงมหากาพย์ยุคที่ห้า
“ก๊กจีนพุ่งทะยาน ก๊กที่เหลือรักษาตำแหน่ง”
“ก๊กจีนพุ่งทะยาน ก๊กที่เหลือรักษาตำแหน่ง”
ก๊กญี่ปุ่น แม้จะเมาหมัดจากการล้มลงของตลาดชิปหน่วยความจำและเครื่องผลิตชิปที่ตัวเองเคยครองตลาดในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ก็ยังอยู่ในตำแหน่งตลาดอื่นแทน ที่มีความสำคัญต่อซัปพลายเชนของอุตสาหกรรมชิป
ก๊กญี่ปุ่นถอยกลับมาอยู่เบื้องหลังการผลิตชิป ด้วยการผลิตสารเคมีและวัสดุในการผลิตชิปแทน โดยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดนี้ได้ราว 50-70% ของทั้งโลก
และแม้จะเสียตำแหน่งผู้สร้างเครื่องผลิตชิปขั้นสูงไปให้กับ ASML แล้ว แต่ความรู้ในการสร้างเครื่องผลิตชิปของญี่ปุ่น ทำให้เกิดเป็นบริษัทขายเครื่องทดสอบชิปก่อนเอาไปใช้งานแทน
เช่น บริษัท Advantest ซึ่งเป็นผู้นำโลกจากญี่ปุ่นด้านเครื่องมือทดสอบชิปก่อนนำไปใช้งานจริง
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีบริษัทที่แม้จะไม่ได้เป็นผู้นำของตลาด แต่ก็ยังมีความสำคัญต่อวงการ ไม่ว่าจะเป็น Kioxia ที่ยังเป็นหัวหอกสำคัญของญี่ปุ่นในการผลิตชิปหน่วยความจำปัจจุบันเพียงหนึ่งเดียว
และ Tokyo Electron บริษัทญี่ปุ่นที่มีเครื่องจักรผลิตชิปอันดับ 4 ของโลก เชี่ยวชาญเครื่องกัดกร่อนชิป และเครื่องเคลือบสารเคมีในการผลิตชิป
ตัดภาพไปที่ฝั่งก๊กไต้หวัน ก็ยังรักษาตำแหน่งเป็นคนรับจ้างผลิตชิปโดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง TSMC
ส่วนฝั่งก๊กเกาหลีใต้ สองหัวเรือใหญ่อย่าง Samsung และ SK Hynix ก็รับผลิตชิปหน่วยความจำรายสำคัญเบอร์ 1 กับ 2 ของโลกมาเรื่อย ๆ
ในขณะที่ก๊กญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ รักษาตำแหน่งที่ทางตลาดของตัวเอง
ก๊กจีน ก็กำลังพุ่งทะยานด้วยความเร็วที่น่าตกใจในเวลาอันสั้น
ก๊กจีน ก็กำลังพุ่งทะยานด้วยความเร็วที่น่าตกใจในเวลาอันสั้น
ชิปหน่วยความจำ ตลาดที่เกาหลีใต้หวงแหนมานาน กำลังถูกท้าทายโดยก๊กจีน นำโดย CXMT ก่อตั้งในปี 2016 จนตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอันดับ 4 ของโลก
ทำไมถึงไวขนาดนั้น คำตอบก็คือ ทำแบบเดียวกับที่ Samsung เคยทำ ด้วยการซื้อสิทธิบัตรจากบริษัทที่ผลิตชิปหน่วยความจำอยู่ก่อนแล้วมาต่อยอด
CXMT ซื้อสิทธิบัตรและพิมพ์เขียวเทคโนโลยีจาก Qimonda ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีที่ล้มละลายไปในปี 2009
การซื้อนี้ทำให้ CXMT ได้ฐานรากของแบบแปลนการออกแบบชิปหน่วยความจำ DRAM มาพัฒนาต่อยอดโดยไม่ต้องเริ่มนับจากศูนย์
ก่อนที่จะเร่งความเร็วการผลิตของตัวเอง จากเม็ดเงินสนับสนุนมหาศาลจากรัฐบาลจีน ไปพร้อมกับการวิจัย พัฒนา และดึงตัวคนเก่ง ๆ ที่เคยทำงานกับ Samsung, SK Hynix และ TSMC เข้ามาร่วมงาน
ส่วนตลาดรับจ้างผลิตชิป ที่ก๊กไต้หวันหวงแหนมานาน ก๊กจีนที่มีหัวเรือใหญ่นำโดย SMIC ที่พยายามพัฒนาตัวเองให้ผลิตชิปให้ซับซ้อนมากขึ้นแบบที่ TSMC ทำได้ในปัจจุบัน
ดังนั้นแล้ว แม้สงครามเย็นที่ 3 ก๊กอย่างไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น จะยังต้องรักษาตำแหน่งตลาดที่ทางของตัวเองแล้ว
ก๊กจีน ได้กำลังทำให้สงครามชิปในเอเชียร้อนแรงอีกครั้ง
ก๊กจีน ได้กำลังทำให้สงครามชิปในเอเชียร้อนแรงอีกครั้ง
ในอนาคต จุดจบของมหากาพย์สงครามชิป ในทวีปเอเชีย จะออกมาเป็นแบบไหน
4 ก๊ก จะยังเป็น 4 ก๊ก อยู่หรือไม่
การแข่งขันในตอนนั้น จะหน้าตาเป็นอย่างไร ใครจะถือไพ่เหนือกว่า
4 ก๊ก จะยังเป็น 4 ก๊ก อยู่หรือไม่
การแข่งขันในตอนนั้น จะหน้าตาเป็นอย่างไร ใครจะถือไพ่เหนือกว่า
เราคงไม่รู้คำตอบแน่ ๆ ว่ามันจะออกมาหน้าตาเป็นแบบไหน แต่ที่แน่ ๆ ปัจฉิมบทของเรื่องนี้ ก็คงน่าติดตามและตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะมันอาจกำลังเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจไปตลอดกาล..