
ฝ่าสมรภูมิหุ้นโลก ครึ่งหลังปี 2026 ผู้ชนะอยู่ตรงไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x Krungsri x Invesco
ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ตลาดการลงทุนทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน
ทั้งชนวนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น ความผันผวนของหุ้นกลุ่ม AI ที่เคยเป็นดาวเด่น
รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ที่ยังสร้างความลังเลให้กับนักลงทุนทั่วโลก
ทั้งชนวนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น ความผันผวนของหุ้นกลุ่ม AI ที่เคยเป็นดาวเด่น
รวมถึงทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ที่ยังสร้างความลังเลให้กับนักลงทุนทั่วโลก
คำถามของนักลงทุนหลายคนคงหนีไม่พ้น
ครึ่งหลังของปี 2026 ตลาดหุ้นโลกจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ ?
แล้วผู้ชนะจะอยู่ตรงไหน ?
ครึ่งหลังของปี 2026 ตลาดหุ้นโลกจะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ ?
แล้วผู้ชนะจะอยู่ตรงไหน ?
เพื่อหาคำตอบนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จึงจับมือกับ บลจ.กรุงศรี และ Invesco พันธมิตรระดับโลกด้าน Investment Advisory เปิดวงสนทนาสุดพิเศษ ที่ชวนมาเจาะลึกมุมมองการลงทุนครึ่งปีหลัง
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เริ่มจากภาพรวมเศรษฐกิจโลก หลายฝ่ายยังมองบวก แม้จะมีข่าวร้ายถาโถมเข้ามาไม่หยุด
คุณวริทธิ์ธร ธนวณิชย์กุล ผู้จัดการอาวุโส ตัวแทนจำหน่ายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Invesco เผยมุมมองว่า หุ้นน่าสนใจมากกว่าตราสารหนี้ในช่วงนี้ ด้วยเหตุผล 3 ข้อคือ
- เศรษฐกิจโลกยังแข็งแกร่งจากภาคการผลิตและการบริโภคที่เติบโตต่อเนื่อง
- ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อยู่ในระดับที่ตลาดรับมือได้
- ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ถูกสะท้อนไปในราคาตลาดมากแล้ว และหาก Fed คงดอกเบี้ยตามคาด จะกลายเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
- ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อยู่ในระดับที่ตลาดรับมือได้
- ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ถูกสะท้อนไปในราคาตลาดมากแล้ว และหาก Fed คงดอกเบี้ยตามคาด จะกลายเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
สอดคล้องกับ คุณวิรัตน์ วิทยศรีธาดา, CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาการลงทุน และหัวหน้าทีม Krungsri Investment Intelligence ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ที่มีมุมมองในทิศทางเดียวกันว่า
กำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ยังคงแข็งแกร่ง ประกอบกับเม็ดเงินลงทุนในเทคโนโลยี AI ที่ยังทยอยไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จะกลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนตลาดหุ้นช่วงครึ่งปีหลัง
แม้ว่าจะมีปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หรือนโยบายการเมืองก็ตาม
โดยคำแนะนำสำคัญสำหรับการสร้างฐานพอร์ต หรือ Core Portfolio ก็คือ การยึดหุ้นโลกหรือหุ้นสหรัฐฯ เอาไว้เป็นหลัก เพื่อเป็นเกราะป้องกันความผันผวน
ทว่าความท้าทายที่แท้จริงของนักลงทุนกลับอยู่ที่จะทำอย่างไรให้ชนะดัชนีหุ้นโลก ในยามที่ตลาดปรับตัวขึ้นแบบกระจุกตัวเพียงไม่กี่กลุ่ม
คุณเกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์, CFA ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนทางเลือก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (KSAM) มองว่า S&P 500 ยังเหมาะเป็น Core Portfolio
แต่กลยุทธ์ Momentum มีโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนี S&P 500 ด้วยการคัดเลือกหุ้น 100 ตัวที่มี Risk-Adjusted Return ย้อนหลัง 1 ปีสูงสุด และปรับพอร์ตทุก 6 เดือน เพื่อคัดกรองผู้ชนะตลาดอยู่เสมอ
ซึ่งเหมาะกับภาวะตลาดตอนนี้ ที่มีผู้นำตลาดชัดเจนในภาพระยะกลางถึงระยะยาว อย่างกลุ่ม AI
จึงเป็นที่มาของกองทุน KF-SP500M และ KF-SP500MFX ที่ลงทุนใน Invesco S&P 500® Momentum ETF ซึ่งมีจุดต่างกันที่การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
โดยให้คำแนะนำว่า เหมาะกับการลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว หรือในอีกมุมสามารถลงทุนแทน S&P 500 บางส่วน ที่เป็น Core Portfolio ได้ในสัดส่วน 20-30% อีกด้วย
แล้วทำไม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กับ บลจ.กรุงศรี ถึงเลือก Invesco มาเป็นพันธมิตร ทั้งที่มีผู้จัดการกองทุนระดับโลกให้เลือกอยู่มากมาย ?
คุณวิรัตน์ อธิบายว่า จุดแข็งหลัก ๆ คือ Global Investment Expertise ที่เข้าใจตลาดไทย จากประสบการณ์ดูแลนักลงทุนสถาบันในไทยกว่า 10 ปี และเข้ามาเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการลงทุนภายใต้ One Krungsri Investment View
รวมไปถึง ความหลากหลายของโซลูชันการลงทุน และเครื่องมือที่ช่วยยกระดับทีมที่ปรึกษาการลงทุนด้วย
แล้วครึ่งปีหลังนี้ นักลงทุนควรจัดพอร์ตอย่างไร ให้ไปต่อได้โดยไม่เสี่ยงเกินไป ?
คุณวิรัตน์ ยังมีมุมมองบวกต่อหุ้นเทคโนโลยี เนื่องจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการเติบโตของ AI ที่ยังไม่มีทีท่าจะชะลอตัว
แต่ด้วยราคาหุ้นหลายตัวในกลุ่มนี้เริ่มตึงตัวจากที่ปรับขึ้นมามาก จึงแนะนำให้จัดพอร์ตแบบ Barbell Strategy ผสมผสานหุ้นเติบโตไว้ด้านหนึ่ง กับหุ้น Value หรือ Defensive ไว้อีกด้านหนึ่ง เพื่อคงโอกาสรับผลตอบแทนสูง โดยไม่แบกรับความผันผวนมากเกินไป
คุณเกียรติศักดิ์ เสริมว่า แม้จะยังมีมุมมองบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ หรือหุ้นเทคโนโลยี แต่ก็ควรกระจายความเสี่ยงออกจากกลุ่มนี้บ้าง
กองทุนที่แนะนำคือ KF-GEI ซึ่งลงทุนใน Invesco Global Equity Income เน้นลงทุนหุ้นที่มีทั้งศักยภาพเติบโตและจ่ายเงินปันผลดี
ซึ่งหากลงทุนโดยผสม KF-GEI กับกองทุนดัชนีหุ้นโลกในสัดส่วน 50:50 จะช่วยให้ผลตอบแทนสูงขึ้น พร้อมกับลดความผันผวนของพอร์ตลงทุนโดยรวมได้ในเวลาเดียวกัน
โดยหัวใจสำคัญของกองทุนนี้คือ กลยุทธ์ที่คัดเลือกหุ้นรายตัว หรือ Stock Selection อย่างเข้มข้น ผ่าน 3 เกณฑ์สำคัญคือ
- Quality หรือคุณภาพของธุรกิจที่ต้องแข็งแกร่งจริง
- Cash Flow หรือกระแสเงินสดและฐานะการเงินที่มั่นคง
- Price หรือ Valuation ที่ต้องอยู่ในระดับราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ไล่ซื้อหุ้นที่แพงเกินพื้นฐาน
- Cash Flow หรือกระแสเงินสดและฐานะการเงินที่มั่นคง
- Price หรือ Valuation ที่ต้องอยู่ในระดับราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ไล่ซื้อหุ้นที่แพงเกินพื้นฐาน
ทั้งนี้คุณวิรัตน์ ฝากทิ้งท้ายว่า ตลาดการลงทุนวันนี้ยังผันผวนอยู่เสมอ การกระจายการลงทุนจึงยังเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุด
ถึงตรงนี้ สรุปแล้วผู้ชนะในตลาดหุ้นโลกครึ่งหลังปี 2026 อาจไม่ได้อยู่ที่การเดิมพันกับหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การกระจายพอร์ตอย่างมีกลยุทธ์ ผสมผสานทั้ง Core Portfolio หุ้นโลก กลยุทธ์ Momentum และ Global Equity Income เข้าด้วยกัน
และนี่คือความร่วมมือระหว่าง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บลจ.กรุงศรี และ Invesco กำลังส่งต่อให้กับนักลงทุนไทย..
ผู้ที่สนใจบริการบริหารความมั่งคั่งและที่ปรึกษาด้านการเงินการลงทุน สามารถติดต่อได้ที่ 0-2296-5566 หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา และติดตามข้อมูลอัปเดตการเงินการลงทุนและสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์รอบด้านได้ที่ LINE : @KrungsriExclusive
ขอรับหนังสือชี้ชวน และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | กองทุน KF-SP500MFX ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน จึงมีความเสี่ยงสูงจากอัตราแลกเปลี่ยน และ KF-SP500M, KF-GEI ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | กองทุน KF-SP500MFX ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน จึงมีความเสี่ยงสูงจากอัตราแลกเปลี่ยน และ KF-SP500M, KF-GEI ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Reference :
- รายการ Talk ลงทุนแมน Krungsri x Invesco ฝ่าสมรภูมิหุ้นโลก ครึ่งหลังปี 2026 ผู้ชนะอยู่ตรงไหน ?
- รายการ Talk ลงทุนแมน Krungsri x Invesco ฝ่าสมรภูมิหุ้นโลก ครึ่งหลังปี 2026 ผู้ชนะอยู่ตรงไหน ?