รวมธุรกิจ “ด่านเก็บเงิน” ที่หลายบริษัทยอมจ่าย เพราะจำเป็นต้องพึ่งพา

รวมธุรกิจ “ด่านเก็บเงิน” ที่หลายบริษัทยอมจ่าย เพราะจำเป็นต้องพึ่งพา

รวมธุรกิจ “ด่านเก็บเงิน” ที่หลายบริษัทยอมจ่าย เพราะจำเป็นต้องพึ่งพา /โดย ลงทุนแมน
เวลาขับรถขึ้นทางด่วน หรือเดินทางข้ามจังหวัด..
สิ่งที่เรามักเจออยู่เสมอ คือด่านเก็บเงินที่คอยเก็บค่าผ่านทาง เพื่อแลกกับความรวดเร็วในการเดินทาง
ในโลกธุรกิจ มีบริษัทที่เป็นเหมือนด่านเก็บเงินอยู่มากมาย ที่คอยเก็บค่าผ่านทาง ไม่ว่าจากคนทั่วไป ธุรกิจเล็ก ๆ ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่
ซึ่งถ้าใครไม่อยากจ่าย สำหรับคนธรรมดา ก็อาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกสบายในชีวิต แต่ถ้าหากเป็นธุรกิจ ก็อาจทำให้พลาดโอกาสในการสร้างรายได้ไปโดยปริยาย
นั่นทำให้ด่านเก็บเงินเหล่านี้ มีอำนาจในการต่อรองที่สูงมาก
ธุรกิจด่านเก็บเงินเหล่านี้ มีอะไรบ้าง ?
แล้วเราสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจนี้ได้ไหม ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง ผ่านซีรีส์คอนเทนต์ ETF Hunter
ถ้าเราเปิดร้านขายของ โดยเปิดให้ลูกค้าจ่ายผ่านบัตรเครดิต มีบริษัท 1-2 แห่งแน่ ๆ ที่เราต้องพึ่งพา ได้แก่ Visa และ Mastercard
เพราะทุกครั้งที่มีการรูดบัตร หรือทำธุรกรรมออนไลน์
เครือข่ายการชำระเงินของ Visa และ Mastercard จะทำหน้าที่เป็นทางด่วนของโลกการเงิน
โดยแลกกับค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ น้อย ๆ เก็บเข้ากระเป๋าของตัวเอง
ซึ่งนี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ของธุรกิจที่เป็นเหมือนด่านเก็บเงิน
แล้วในโลกนี้ยังมีด่านเก็บเงินรูปแบบอื่นอีกไหม ?
คำตอบคือ มีเยอะมาก..
ตัวอย่างเช่น
- GE Aerospace ผู้ผลิตเครื่องยนต์ชั้นนำที่สายการบินทั่วโลกต้องพึ่งพา รวมถึงต้องยอมจ่ายค่าอะไหล่ ค่าบำรุงรักษา เพื่อให้เครื่องบินสามารถใช้งานได้อยู่เสมอ
- Lam Research และ KLA Corp ผู้ผลิตเครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการผลิตและตรวจสอบชิป ที่โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกขาดไม่ได้
- Moody's Corp ผู้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของธุรกิจ ที่บริษัทที่ต้องการออกหุ้นกู้ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อให้ประเมินความน่าเชื่อถือ
แม้บางชื่อที่ว่ามานี้อาจฟังดูไม่คุ้นหูนัก แต่รู้หรือไม่ว่า บริษัทเหล่านี้ เป็นกระดูกสันหลังสำคัญในระบบเศรษฐกิจโลกเลยทีเดียว
แล้วทำไมธุรกิจด่านเก็บเงินเหล่านี้ ถึงมีอำนาจต่อรองสูง ?
นั่นก็เพราะด้วยโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ธุรกิจเหล่านี้อยู่ หรือความสามารถเฉพาะตัวของบริษัท ค่อนข้างเอื้อให้เกิดการผูกขาดในระดับหนึ่ง
ลองนึกดูว่าหากมีใครสักคน คิดจะสร้างบริษัทจัดอันดับหุ้นกู้ขึ้นมาแข่งกับ Moody's Corp ในวันนี้ มันยากแค่ไหน
ไหนจะต้องมีข้อมูลที่เก็บสะสมมานาน
ไหนจะเรื่องชื่อเสียงที่ทั้งผู้ออกและผู้ซื้อหุ้นกู้ให้ความเชื่อถือ
ไหนจะเรื่องกฎระเบียบของแต่ละประเทศ
สิ่งเหล่านี้แม้จะมีเงินมหาศาล แต่ก็ไม่สามารถสร้างได้ในระยะเวลาอันสั้นแน่นอน
การที่มีคู่แข่งน้อยราย ทำให้บริษัทเหล่านี้ มีสิ่งที่เรียกว่าป้อมปราการทางธุรกิจ (Economic Moat) ที่สูงมาก จนทำให้มีอำนาจต่อรองสูง
แล้วถ้าเราอยากเป็นเจ้าของด่านเก็บเงินเหล่านี้ เราจะทำได้อย่างไร ?
นอกจากลงทุนหุ้นรายตัว ซึ่งต้องติดตามและวิเคราะห์เองแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกคือการลงทุนผ่าน ETF ที่เน้นลงทุนในธุรกิจด่านเก็บเงินโดยตรง
นั่นก็คือ Tema Durable Quality ETF หรือ TOLL
โดย TOLL เป็น Active ETF ที่เน้นลงทุนในบริษัท ที่มีป้อมปราการทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดสูง รวมถึงมีการเติบโตของกำไรด้วย
ซึ่งหลายบริษัทครองตำแหน่งผูกขาดหรือกึ่งผูกขาดอยู่ในอุตสาหกรรมของตนเอง
เราลองมากางพอร์ตของ TOLL ดูกัน..
โดยหุ้น 10 อันดับแรกในพอร์ต ได้แก่
1. Kalshi SPV (7.61%) เจ้าของแพลตฟอร์มทำนายเหตุการณ์ เช่น ผลกีฬา การเมือง เศรษฐกิจ
2. Lam Research (5.52%) ผู้ผลิตเครื่องผลิตชิป
3. GE Aerospace (5.35%) ผู้ผลิตเครื่องยนต์เครื่องบิน
4. Fortinet (5.29%) ผู้ให้บริการระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับองค์กร
5. Visa (4.98%) เจ้าของเครือข่ายชำระเงินที่ใหญ่สุดในโลก
6. KLA Corp (4.75%) ผู้ผลิตเครื่องตรวจสอบคุณภาพชิป
7. Cboe Global Markets (4.51%) เจ้าของตลาดซื้อขายตราสารอนุพันธ์ ออปชัน และดัชนีทางการเงินระดับโลก
8. Performance Food Group (4.30%) ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าอาหารและวัตถุดิบ แก่ร้านอาหาร
9. Applied Materials (3.42%) ผู้ผลิตเครื่องจักรและโซลูชันวิศวกรรมขั้นสูง สำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์
10. Keysight Technologies (3.42%) ผู้ผลิตเครื่องมือวัดและทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
มาถึงตรงนี้บางคนอาจสังเกตว่า หุ้นในพอร์ตของ TOLL นั้น เป็นธุรกิจที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในการดำเนินธุรกิจ
นั่นทำให้ธุรกิจเหล่านี้ เป็นที่พึ่งพาของธุรกิจน้อยใหญ่มากมายนั่นเอง
แล้วอะไรเป็นข้อสังเกตที่เราควรระวัง ถ้าสนใจ ETF นี้ ?
อย่างแรกเลยก็คือ.. ค่าใช้จ่ายรวมของกองทุน (TER)
ซึ่ง TOLL มี TER อยู่ที่ 0.55%
แม้จะดูไม่สูงมากนัก หากเทียบกับ Active ETF อื่น ๆ แต่ก็ถือว่าสูงอยู่ดี ซึ่งใครที่จะลงทุนใน TOLL ก็ต้องพิจารณาดูว่าค่าใช้จ่ายตรงนี้ เมื่อเทียบกับผลตอบแทนแล้ว จะมีความคุ้มค่าหรือไม่
อย่างที่สองก็คือ การกระจุกตัวในอุตสาหกรรมชิป
แม้พอร์ตของ TOLL จะมีการกระจายการลงทุนไปยังหลายอุตสาหกรรม
แต่อย่างที่รู้กันว่า ในช่วงที่ผ่านมาหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับชิปนั้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก นั่นทำให้สัดส่วนของบริษัทเหล่านี้ในพอร์ตของ TOLL นั้นเพิ่มขึ้นไปด้วย
ซึ่งถ้าหากอุตสาหกรรมชิป เกิดสะดุดด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พอร์ตของ TOLL ก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย
นอกจากนี้ ธุรกิจด่านเก็บเงินนั้นอาจมีการเติบโตล้อไปกับสภาพเศรษฐกิจโดยตรง เพราะธุรกรรมต่าง ๆ มักมีจำนวนมากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู
ถ้าหากช่วงไหนที่เศรษฐกิจถดถอย ก็อาจส่งผลกระทบกับ TOLL อย่างเลี่ยงไม่ได้
มาถึงตรงนี้สรุปได้ว่า Tema Durable Quality ETF หรือ TOLL เป็น ETF ที่รวบรวมด่านเก็บเงินระดับโลกมาไว้ในที่เดียว
ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ อาจมีรายได้มาจากหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์ ที่เราใช้บริการอยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้
ในเมื่อเราหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าผ่านทาง ให้แก่ด่านเก็บเงินเหล่านี้ไม่ได้
การซื้อด่านเก็บเงิน มาเก็บไว้ในพอร์ตการลงทุนของตัวเอง ก็อาจเป็นวิธีเอาคืนที่คุ้มค่า ก็เป็นได้..
References
- https://temaetfs.com/toll
- Fact Sheet : Tema Durable Quality ETF
คำเตือน : กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon