แจกเงินหมื่น โมเดลเศรษฐกิจใหม่ไต้หวัน เพื่อให้ทุกคนได้ประโยชน์จาก AI

แจกเงินหมื่น โมเดลเศรษฐกิจใหม่ไต้หวัน เพื่อให้ทุกคนได้ประโยชน์จาก AI

แจกเงินหมื่น โมเดลเศรษฐกิจใหม่ไต้หวัน เพื่อให้ทุกคนได้ประโยชน์จาก AI /โดย ลงทุนแมน
ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าสนใจ ก็เพราะว่า ถ้ามองผิวเผินก็เหมือนข่าวทั่วไป แต่จริง ๆ แล้ว นี่กำลังเป็นโมเดลใหม่จากไต้หวัน ที่ทำให้ทุกคนได้ประโยชน์จาก AI
TSMC คือบริษัทอันดับ 1 ของไต้หวัน ที่โตระเบิดในยุค AI จนดันให้เศรษฐกิจไต้หวันโตระเบิดตาม แต่ก็ไม่ใช่ทุกส่วนของเศรษฐกิจที่กำลังโตแบบระเบิด
และสิ่งที่ไต้หวันอาจกำลังพยายามทำอยู่ ก็คือ การแก้ปัญหาภาคเศรษฐกิจอื่นที่โตน้อยกว่า ด้วยการเอาเงินจากอุตสาหกรรมอย่างชิป ไปจ่ายปันผลให้คนทั้งหมดแทน
โมเดลนี้ทำงานอย่างไร แล้วมันช่วยแก้ปัญหาได้แค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ล่าสุด ไต้หวันได้ประกาศแผนใช้งบประมาณปี 2027 แจกเงินสดถ้วนหน้าให้พลเมืองทุกคนคนละ 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 10,300 บาท
ถ้าพูดเรื่องการแจกเงิน มันเป็นภาพจำแง่ลบเสมอ เพราะสิ่งที่รัฐบาลหลาย ๆ ประเทศเอาเงินมาแจก ก็มาจากภาษีที่เก็บได้ หรือต้องไปก่อหนี้สาธารณะมาเพิ่มแทน
ถ้าไม่ใช้สองวิธีนี้ ก็ไปสูบเงินจากบริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของ เช่น กรณีเวเนซุเอลาในอดีต ที่ใช้บริษัทน้ำมันของตัวเอง เป็นแหล่งเงินสำคัญในการทำนโยบายประชานิยม
แต่สำหรับไต้หวันแล้ว การแจกเงินครั้งนี้ไม่ต้องไปก่อหนี้สาธารณะเพิ่ม เพียงแต่เอาเงินมาจากภาษีที่ตัวเองเก็บได้มาใช้ทำนโยบายในครั้งนี้
ซึ่งการเอาเงินภาษีที่หักจากประชาชน แล้วมาจ่ายคืนกลับประชาชนผ่านการแจกเงิน มันก็ไม่ต่างอะไรจากการโยกกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวาเลยแม้แต่น้อย
ถ้าอย่างนั้น แล้วทำไมการแจกเงินของไต้หวันเป็นโมเดลใหม่ที่น่าสนใจ ?
สำหรับประเทศไทย ภาษีหลัก ๆ ที่เราเก็บได้ มาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม รองลงมาคือภาษีนิติบุคคลที่เก็บจากธุรกิจ และภาษีบุคคลธรรมดาที่เก็บจากคนทั่วไป
แต่ไต้หวันเป็นลำดับที่ตรงกันข้าม ภาษีที่เก็บได้อันดับ 1 มาจากภาษีนิติบุคคล โดยในปีก่อน ไต้หวันเก็บภาษีส่วนนี้ได้มากถึง 772,000 ล้านบาท
แม้ตัวเลขนี้จะน้อยกว่าประเทศไทยที่เก็บภาษีนิติบุคคลได้ราว 797,000 ล้านบาทในปีเดียวกัน
แต่นั่นก็แปลว่า เงินที่ไต้หวันจะแจกคนทั่วไป ก็มาจากภาษีนิติบุคคลเป็นหลัก ซึ่งหักจากกระเป๋าเงินกำไรบางส่วนของบริษัทต่าง ๆ
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ 7 เดือนของปีนี้ ไต้หวันเก็บภาษีนิติบุคคลไปแล้ว 788,000 ล้านบาท แซงหน้ารายได้ภาษีนิติบุคคลปีก่อนไปแล้ว
รายได้นี้ คิดเป็นการเติบโตถึง 24% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่รายได้จากภาษีบุคคลธรรมดา ที่ไต้หวันเก็บได้ เติบโตเพียง 11% เท่านั้น
และเครื่องจักรที่ผลิตภาษีนิติบุคคลหลัก ๆ ของไต้หวัน ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ TSMC บริษัทรับจ้างผลิตชิปอันดับ 1 ของโลกนั่นเอง
TSMC จ่ายภาษีอันดับ 1 ให้ไต้หวันมาติดต่อกัน 9 ปีซ้อนแล้ว โดยในปีก่อน จ่ายภาษีมากถึง 200,000 ล้านบาท คิดเป็นราว 30% ของภาษีนิติบุคคลที่ไต้หวันเก็บได้ทั้งหมดในปีเดียว
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา รายได้ของ TSMC ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง นั่นยิ่งแปลว่า ถ้าหากรายได้และกำไรโตต่อเนื่องเรื่อย ๆ ไต้หวันก็ยิ่งเก็บภาษีจาก TSMC ได้มากขึ้นไปอีก
ดังนั้น การหาเงินมาแจกของไต้หวัน จึงมาจากภาษีนิติบุคคลที่เก็บได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตของ TSMC ในยุค AI
แต่คำถามอยู่ที่ว่า ทำไมต้องเอาเงินนั้นไปแจกให้ทุกคนในภาคเศรษฐกิจอื่นด้วย ?
รู้ไหมว่า อุตสาหกรรมชิปจ้างงานคนไต้หวันราว 350,000 คน จากกำลังแรงงานทั้งหมด 12 ล้านคน
พูดอีกอย่างคือ คนไต้หวันไม่ถึง 3% ทำงานในอุตสาหกรรมชิปที่เติบโตแบบร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา
คนไต้หวันส่วนใหญ่จึงทำงานในภาคเศรษฐกิจอื่น นั่นแปลว่า ความมั่งคั่งกระจุกอยู่ในกลุ่มคนทำงานวงการชิปเท่านั้น
เราอาจจะแย้งได้ว่า คนเหล่านี้ก็อาจไปใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น ไปกินข้าวร้านอาหาร ไปซื้อของ หรือท่องเที่ยว แต่นั่นก็อาจเป็นประโยชน์ทางอ้อมที่เกิดขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้ ไต้หวันยังมีอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ นั่นก็คือ คนไต้หวันราว 70% มีเงินเดือนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเงินเดือนของประชากรทั้งหมด
โดยมีเงินเดือนเฉลี่ยราว 48,000 บาท ในขณะที่เงินเดือนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีเงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง 57,000 บาท
การแจกเงินหมื่นให้ทุกคนนี้ จึงอาจช่วยเติมเต็มช่องว่างรายได้ที่เกิดขึ้น และยังเป็นการกระจายภาษีที่เก็บได้จากอุตสาหกรรมชิปที่เติบโต ไปยังธุรกิจอื่นได้อีกทางหนึ่งด้วย
เพราะจริง ๆ แล้ว หน้าที่ของภาษีไม่ได้เป็นแค่รายได้ของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกลดความเหลื่อมล้ำในสังคมในมุมที่เป็นหน้าที่รองลงมาเช่นกัน
ในวันที่เรากำลังสงสัยว่า ในโลกของ AI ที่กำลังเติบโต ทุกคนจะได้ประโยชน์มากแค่ไหน ไต้หวันกำลังทำให้ประเทศต่าง ๆ เห็นว่ามันเป็นไปได้ด้วยโมเดลใหม่นี้
รายได้บริษัทเกี่ยวกับ AI โต
เก็บภาษีจากบริษัทพวกนี้ได้มากขึ้น
เอาภาษีบางส่วนไปแจกทุกคนต่อ
แม้สุดท้ายแล้ว เราอาจต้องยอมรับว่า การที่ทุกคนจะได้ประโยชน์เท่า ๆ กันคงเป็นแบบนั้นได้ยาก แต่เราสามารถทำให้ทุกคนได้ประโยชน์จาก AI มากขึ้นได้
เหมือนที่ไต้หวันกำลังทำอยู่ โดยมีเบื้องหลังอย่าง TSMC บริษัทที่ทั้งรับจ้างผลิตชิปให้กับโลกเบอร์ 1 และผลิตภาษีให้กับคนไต้หวันในทางอ้อมด้วยในวันนี้
อย่างไรก็ตาม ทุกนโยบายย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โมเดลการนำภาษีจากบริษัทที่เติบโตจาก AI มาแจกจ่ายให้ประชาชน ก็อาจเป็นดาบสองคมเช่นกัน
เพราะแม้จะช่วยกระจายความมั่งคั่งได้มากขึ้น แต่ก็ต้องติดตามต่อว่า ในระยะยาวแล้ว จะสร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจ หรือสร้างผลกระทบที่คาดไม่ถึงมากกว่ากัน..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon