
สรุปตลาดครึ่งปีแรก สินทรัพย์ไหนได้ไปต่อ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x Krungsri
ตลาดครึ่งปีแรก 2026 ผันผวนหนักกว่าที่หลายคนคาดไม่ถึง
สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งทะลุแตะระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยกดดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงอย่างรวดเร็ว
แต่สุดท้ายแล้ว.. ตลาดกลับฟื้นตัวขึ้นมาได้
เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 7,600 จุด ก่อนที่จะเดินหน้าทำจุดสูงใหม่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ระดับทะลุ 7,700 จุด
อะไรทำให้ตลาดพลิกกลับมาได้เร็วขนาดนี้ ?
แล้วครึ่งปีหลังสินทรัพย์ไหนได้ไปต่อ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
แล้วครึ่งปีหลังสินทรัพย์ไหนได้ไปต่อ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
มุมมองการลงทุนจากการสัมภาษณ์ สรุปตลาดครึ่งปีแรก สินทรัพย์ไหนได้ไปต่อ ?
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ บลจ.กรุงศรี ได้ตอบและแชร์มุมมองการลงทุนไว้อย่างน่าสนใจมาก
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ บลจ.กรุงศรี ได้ตอบและแชร์มุมมองการลงทุนไว้อย่างน่าสนใจมาก
ระหว่างคุณปานตา ฉัตรมาศ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญการลงทุนอาวุโส ทีม Krungsri Investment Intelligence ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และคุณเกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนทางเลือก บลจ.กรุงศรี (KSAM)
ทั้งสองท่านมีมุมมองตรงกันว่า การปรับตัวขึ้นยังกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหลัก ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นนักลงทุนยังกังวลผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง
แล้วครึ่งปีหลัง มีอะไรที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ?
มี 2 เรื่องใหญ่ที่ทั้งสองท่านเห็นตรงกัน
เรื่องแรกคือ ช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลก
ซึ่งหากราคาน้ำมันยังทรงตัวสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นเวลานาน Fed อาจต้องกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอีกครั้ง
เรื่องที่สองคือ AI Capex หรือเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ที่ไหลเข้าสูงมาก
แต่คำถามจากนักลงทุนคือ เม็ดเงินมหาศาลนี้จะสร้างผลตอบแทนคุ้มค่าได้จริงหรือไม่ เพราะเริ่มมีบางบริษัทเจอแรงกดดันตรงนี้ จนกระแสเงินสดอิสระติดลบแล้ว
แล้วในสถานการณ์แบบนี้ ควรจัดพอร์ตการลงทุนอย่างไร ?
Invesco พันธมิตรของกรุงศรี ยังให้น้ำหนักเชิงบวกกับธีม AI แต่เลือกลงทุนกลุ่ม Semiconductor และ Hardware ซึ่งเป็นต้นน้ำของเทคโนโลยี มากกว่ากลุ่ม Software ที่ยังมีความเสี่ยงถูก Disrupt จาก AI
อีกตลาดที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ เกาหลีใต้
แม้จะมีความผันผวนจากการใช้ Leverage ของนักลงทุนรายย่อย แต่กำไรของ MSCI Korea ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตสูงถึง 200% ขณะที่ระดับ P/E ยังต่ำกว่า 10 เท่า
จึงมองว่าเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ สำหรับใครที่อยากกระจายพอร์ตไปยังฐานการผลิต Semiconductor สำคัญของโลก
และสำหรับกลยุทธ์ที่เหมาะกับตลาดผันผวนแบบนี้ คุณเกียรติศักดิ์แนะนำการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite
Core Portfolio เน้นลงทุนกองทุนดัชนีหุ้นโลก หรือดัชนี S&P 500 เพื่อสร้างฐานที่มั่นคง
ส่วน Satellite Portfolio ใช้กลยุทธ์แบบ Barbell คือแบ่งฝั่งหนึ่งลงทุนกลุ่มเทคโนโลยีพื้นฐานแข็งแกร่ง
เพื่อโอกาสรับผลตอบแทน อีกฝั่งลงทุนสินทรัพย์ Defensive อย่าง Global Dividend หรือ Global Healthcare เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม
เพื่อโอกาสรับผลตอบแทน อีกฝั่งลงทุนสินทรัพย์ Defensive อย่าง Global Dividend หรือ Global Healthcare เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม
แต่สำหรับคนที่ไม่มีเวลาติดตามตลาด จะทำ Core & Satellite เองได้อย่างไร ?
หนึ่งในคำตอบนั้นก็คือ กองทุน KFGDA-A และ KFGDB-A จาก บลจ.กรุงศรี
กองทุน KFGDA-A ที่ลงทุนผ่าน Allianz Dynamic Multi Asset Strategy SRI 75 ลงทุนหุ้นได้ตั้งแต่ 0-125% ควบคุมความผันผวนในกรอบ 10-16% ซึ่งใกล้เคียงกับการลงทุนหุ้นประมาณ 75% และตราสารหนี้ประมาณ 25%
ส่วนกองทุน KFGDB-A ที่ลงทุนผ่าน Allianz Dynamic Multi Asset Strategy SRI 50 ลงทุนหุ้นได้ตั้งแต่ 0-100% ควบคุมความผันผวนในกรอบ 6-12% ซึ่งใกล้เคียงกับการลงทุนหุ้นประมาณ 50% และตราสารหนี้ประมาณ 50%
ทั้งสองกองทุนแบ่งการลงทุนเป็น Core และ Satellite เช่นกัน โดยฝั่ง Satellite กระจายไปยังหุ้นตลาดเกิดใหม่ สินค้าโภคภัณฑ์ REITs ไปจนถึง Private Equity ผ่านกระบวนการคัดเลือกที่อิงทั้งปัจจัยพื้นฐานและความยั่งยืน (ESG)
โดยจุดเด่นสำคัญมีอยู่ 3 เรื่อง
- Tactical Asset Allocation ปรับสัดส่วนหุ้นได้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์
- Satellite Allocation กระจายลงทุนหลากหลาย รวมถึงธีมทองคำและโลหะเงิน เพื่อสร้าง Alpha
- Risk Management ควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในกรอบที่กำหนดไว้เสมอ
- Satellite Allocation กระจายลงทุนหลากหลาย รวมถึงธีมทองคำและโลหะเงิน เพื่อสร้าง Alpha
- Risk Management ควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในกรอบที่กำหนดไว้เสมอ
สรุปง่าย ๆ หากต้องการพอร์ตหลักมีระดับความผันผวนต่ำกว่า กองทุน KFGDB-A อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
แต่หากต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และสามารถรับความผันผวนได้สูงขึ้น กองทุน KFGDA-A อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการลงทุน
ซึ่งช่วยตอบโจทย์การลงทุนที่แต่ละคน มีเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ต่างกัน
ซึ่งช่วยตอบโจทย์การลงทุนที่แต่ละคน มีเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ต่างกัน
สุดท้ายแล้ว ท่ามกลางความผันผวนของสงคราม ราคาน้ำมัน และคำถามเรื่อง AI Capex การลงทุนจึงไม่ควรเลือกลงทุนสินทรัพย์เพียงประเภทเดียว
สิ่งที่นักลงทุนทำได้ดีที่สุดคือ การมีกลยุทธ์การลงทุนที่ยืดหยุ่นรับมือกับทุกสถานการณ์ได้ เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาวมากกว่า..
ผู้ที่สนใจบริการบริหารความมั่งคั่งและที่ปรึกษาด้านการเงินการลงทุน หรือขอรับหนังสือชี้ชวน สามารถติดต่อได้ที่ 0-2296-5566 หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา และติดตามข้อมูลอัปเดตการเงินการลงทุนและสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์รอบด้านได้ที่ LINE : @KrungsriExclusive
คำเตือน :
- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
- กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 6 ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
- ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
- กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 6 ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
กองทุน KFGDA-A และ KFGDB-A บลจ.กรุงศรี
กองทุน KFGDA-A ที่ลงทุนผ่าน Allianz Dynamic Multi Asset Strategy SRI-75 ลงทุนหุ้นได้ตั้งแต่ 0-125% ควบคุมความผันผวนในกรอบ 10-16% ซึ่งใกล้เคียงกับการลงทุนหุ้นประมาณ 75% และตราหนี้ประมาณ 25%
กองทุน KFGDA-A ที่ลงทุนผ่าน Allianz Dynamic Multi Asset Strategy SRI-75 ลงทุนหุ้นได้ตั้งแต่ 0-125% ควบคุมความผันผวนในกรอบ 10-16% ซึ่งใกล้เคียงกับการลงทุนหุ้นประมาณ 75% และตราหนี้ประมาณ 25%
ส่วนกองทุน KFGDB-A ที่ลงทุนผ่าน Allianz Dynamic Multi Asset Strategy SRI-50 ลงทุนหุ้นได้ตั้งแต่ 0-100% ควบคุมความผันผวนในกรอบ 6-12% ซึ่งใกล้เคียงกับการลงทุนหุ้นประมาณ 50% และตราหนี้ประมาณ 50%
บทความนี้ได้รับการสนับสนุน โดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
Reference :
- รายการ Talk ลงทุนแมน Krungsri x Invesco สรุปตลาดครึ่งปีแรก สินทรัพย์ไหนได้ไปต่อ ?
- รายการ Talk ลงทุนแมน Krungsri x Invesco สรุปตลาดครึ่งปีแรก สินทรัพย์ไหนได้ไปต่อ ?