
จิบูตี ประเทศเล็กเท่าเชียงใหม่ แต่เป็นที่ตั้งกองทัพของมหาอำนาจโลก
จิบูตี ประเทศเล็กเท่าเชียงใหม่ แต่เป็นที่ตั้งกองทัพของมหาอำนาจโลก /โดย ลงทุนแมน
ประเทศเล็ก ๆ ในแอฟริกา มีพื้นที่พอ ๆ กับจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น ประชากรราว 1 ล้านคน และขนาดเศรษฐกิจราว 130,000 ล้านบาท
ประเทศเล็ก ๆ ในแอฟริกา มีพื้นที่พอ ๆ กับจังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น ประชากรราว 1 ล้านคน และขนาดเศรษฐกิจราว 130,000 ล้านบาท
แต่ฝรั่งเศสจ่ายเงินให้ประเทศนี้ปีละ 3,200 ล้านบาท เพื่อคงฐานทัพ ใช้โครงสร้างพื้นฐาน และฝึกกำลังพลในพื้นที่
เงินก้อนนี้เพียงก้อนเดียว มีขนาดเท่ากับราว 2.5% ของ GDP ประเทศเลยทีเดียว..
ประเทศที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือ “จิบูตี”
และฝรั่งเศสก็ไม่ได้เป็นเพียงชาติเดียวที่มาตั้งฐานทัพอยู่ที่นี่
เพราะปัจจุบัน จิบูตีเป็นที่ตั้งฐานทัพของต่างชาติถึง 5 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และอิตาลี
คำถามคือ จิบูตี ประเทศเล็ก ๆ ที่หลายคนแทบไม่รู้จักชื่อด้วยซ้ำ ทำไมถึงกลายเป็นที่ตั้งกองทัพของมหาอำนาจโลก ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จิบูตีมีพื้นที่ประมาณ 23,200 ตารางกิโลเมตร เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ก่อนจะได้รับเอกราชในปี 1977
สิ่งที่ทำให้ประเทศแห่งนี้มีความสำคัญก็คือ พิกัดบนแผนที่
โดยจิบูตีตั้งอยู่บริเวณ Horn of Africa ติดกับช่องแคบ Bab el-Mandeb
ความสำคัญของช่องแคบนี้คือ การเป็นประตูด่านสุดท้ายก่อนที่เรือสินค้าจะผ่านทะเลแดงไปเข้าสู่คลองสุเอซ เพื่อมุ่งหน้าสู่ยุโรป
เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของการค้าโลก นับตั้งแต่คลองสุเอซเปิดใช้งานในปี 1869 ซึ่งทำให้เกิดเส้นทางเดินเรือที่สั้นที่สุดระหว่างยุโรปกับเอเชีย
ซึ่งหากไม่มีเส้นทางนี้ เรือทุกลำที่เดินทางระหว่างเอเชียกับยุโรปจะต้องเปลี่ยนไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทางตอนใต้ของแอฟริกาแทน
นั่นหมายถึงระยะทางที่เพิ่มขึ้นกว่า 6,000 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาเดินทางนานขึ้นอีก 10-14 วัน
มากกว่านั้น Bab el-Mandeb คือเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบประมาณ 6-7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 12% ของปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบทางทะเลทั่วโลก
ยังมีก๊าซ LNG อีกราว 8% ทั่วโลกต้องผ่านเส้นทางนี้
รวมไปถึง 15% ของการค้าโลก และ 30% ของตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดในโลกล้วนต้องไหลผ่านช่องแคบนี้
รวมไปถึง 15% ของการค้าโลก และ 30% ของตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดในโลกล้วนต้องไหลผ่านช่องแคบนี้
จึงไม่แปลกที่หลายประเทศต้องการมีฐานปฏิบัติการอยู่ใกล้บริเวณนี้
ไม่ว่าจะเพื่อคุ้มครองเส้นทางเดินเรือ ต่อต้านโจรสลัด สนับสนุนภารกิจทางทหาร หรือเตรียมพร้อมอพยพประชาชนหากเกิดวิกฤติในแอฟริกาตะวันออก คาบสมุทรอาหรับ และทะเลแดง
ไล่ตั้งแต่
- สหรัฐอเมริกา มีการตั้งค่าย Lemonnier มีกำลังพลประมาณ 4,000-5,000 นาย โดยเป็นฐานทัพอากาศถาวรแห่งเดียวของสหรัฐอเมริกา ในทวีปแอฟริกา
- จีน เข้าไปเปิดฐานทัพทางเรือนอกประเทศแห่งแรกในประวัติศาสตร์ที่จิบูตี ในปี 2017 เพื่อรักษาเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ
และปกป้องการลงทุนทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง “Belt and Road Initiative”
- ฝรั่งเศส อดีตเจ้าอาณานิคมของจิบูตี ยังคงตั้งฐานทัพในจิบูตี เนื่องจากเป็นเสาหลักทางยุทธศาสตร์ในแอฟริกาตะวันออก
- ญี่ปุ่น ได้จัดตั้งฐานทัพถาวรแห่งแรกในต่างประเทศขึ้นที่ประเทศจิบูตี ในปี 2011 เพื่อคุ้มครองเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งจากการโจมตีของโจรสลัดโซมาเลีย
- อิตาลี จัดตั้งฐานกำลังทางทหารและวางกำลังเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศจิบูตี เพื่อปกป้องเส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญ ปราบปรามโจรสลัดในภูมิภาค และรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายโทรคมนาคมใต้น้ำ
ทั้งนี้การตั้งฐานทัพอยู่ที่จิบูตีไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีต้นทุน
- ฝรั่งเศสกับจิบูตี มีสนธิสัญญาความร่วมมือด้านกลาโหมฉบับใหม่ ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 ที่ผ่านมา กำหนดให้ฝรั่งเศสจ่ายเงินสมทบปีละ 3,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมปีละ 1,100 ล้านบาท
เงินจำนวนนี้ครอบคลุมทั้งค่าเช่าพื้นที่ การใช้โครงสร้างพื้นฐาน และสิทธิในการใช้สถานที่สำหรับฝึกกำลังพล
- Camp Lemonnier ฐานทัพสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเอกสารสัญญาเมื่อปี 2014 ระบุค่าเช่าไว้ที่ราว 2,100 ล้านบาท พร้อมสิทธิต่อสัญญาอีก 10 ปี เงื่อนไขเดิม
ทั้งนี้ ฐานทัพต่างชาติเป็นเพียงรายได้ด้านแรกที่จิบูตีสร้างขึ้นจากทำเลของตัวเอง
รายได้อีกด้านหนึ่งยังมาจากระบบท่าเรือและธุรกิจโลจิสติกส์อีกด้วย
เพราะประเทศเพื่อนบ้านอย่างเอธิโอเปียไม่มีทางออกสู่ทะเล จึงต้องอาศัยเส้นทางเอธิโอเปีย-จิบูตี เพื่อขนส่งสินค้าเข้าและออกจากประเทศ
ปัจจุบัน มากกว่า 95% ของการนำเข้าและส่งออกของเอธิโอเปีย ใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อกับท่าเรือจิบูตี
ซึ่งทั้งบริการท่าเรือ การค้าผ่านแดน และกิจกรรมขนส่งที่เกี่ยวข้อง ก็เป็นอีกเครื่องยนต์สำคัญที่สร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจของประเทศจิบูตีอีกด้วย
และทั้งหมดนี้ก็คือ เรื่องราวของจิบูตี ประเทศที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของโลก ที่แม้จะเล็กพอ ๆ กับเชียงใหม่ แต่ก็ใช้ความได้เปรียบเรื่องทำเล เป็นเครื่องดูดเงินสดจากมหาอำนาจโลกและประเทศเพื่อนบ้านได้ทุกปี..