ฝากเงินดอลลาร์ในบัญชี FCD อาจมีความเสี่ยงมากกว่า ฝากเป็นเงินบาท

ฝากเงินดอลลาร์ในบัญชี FCD อาจมีความเสี่ยงมากกว่า ฝากเป็นเงินบาท

ฝากเงินดอลลาร์ในบัญชี FCD อาจมีความเสี่ยงมากกว่า ฝากเป็นเงินบาท /โดย ลงทุนแมน
คนไทยที่ฝากเงินบาทกับธนาคาร มักรู้สึกอุ่นใจว่า ต่อให้ธนาคารมีปัญหาขึ้นมาจริง ๆ เงินก็ยังได้รับความคุ้มครองอยู่ระดับหนึ่ง
เพราะสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือ DPA การันตีเงินฝากเป็นเงินบาทไว้ที่ 1 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร
แต่ถ้าเงินก้อนนั้นเป็นเงินดอลลาร์ ที่ฝากอยู่ในบัญชี FCD ล่ะ..
ความจริงคือ เงินฝากในบัญชี FCD ไม่ได้อยู่ในขอบเขตความคุ้มครองของ DPA เลย
DPA ระบุไว้ชัดเจนว่า เงินฝากที่ได้รับความคุ้มครองต้องเป็น “เงินบาทเท่านั้น” ครอบคลุมเฉพาะบัญชีออมทรัพย์ กระแสรายวัน เงินฝากประจำ และใบรับฝากเงินสกุลบาท
พูดง่าย ๆ คือ คนที่ฝากเงินบาท 1 ล้านบาท กับคนที่ฝากเงินดอลลาร์มูลค่าเทียบเท่า 1 ล้านบาท อยู่ในสถานะที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ในแง่ของการคุ้มครองเงินฝาก
หากธนาคารเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ
คนแรกมีตาข่ายจากรัฐรองรับ ส่วนคนหลังไม่มี
แล้วมีวิธีใดบ้าง ที่จะทำให้เงินดอลลาร์ก้อนนั้นปลอดภัย และการที่เราฝากเข้าบัญชี FCD จริง ๆ แล้วธนาคารเอาไปทำอะไรต่อ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เหตุผลหลัก ๆ ที่คนสนใจบัญชี FCD ส่วนหนึ่งเพราะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าการฝากเงินบาท
อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปไม่ได้เก็บเงินฝากไว้เฉย ๆ เพราะเงินฝากคือหนี้สินของธนาคาร ที่ต้องบริหารให้มีสภาพคล่องพร้อมจ่ายคืนได้ตลอดเวลา
ตามเกณฑ์ Basel III หรือมาตรฐานกำกับดูแลธนาคารที่หลายประเทศทั่วโลกนำมาใช้หลังวิกฤติการเงินปี 2008
ธนาคารต้องมีสินทรัพย์สภาพคล่องคุณภาพสูงเพียงพอ เพื่อรองรับกรณีที่ลูกค้าจำนวนมากแห่ถอนเงินพร้อมกัน
และสำหรับเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ ธนาคารก็ต้องบริหารสภาพคล่องและความเสี่ยงของแต่ละสกุลเงินให้เหมาะสม เพื่อให้พร้อมรับมือกับการถอนเงินของลูกค้าในสกุลเงินนั้น ๆ
นั่นแปลว่า เงินดอลลาร์ที่เราฝากไว้ ก็ต้องถูกนำไปพักในสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สภาพคล่องสูงบางอย่างอยู่ดี ไม่ต่างจากที่ตัวเราเองก็ต้องมองหาที่พักเงินดอลลาร์เหมือนกัน
แต่การที่ธนาคารพักเงินไว้ในสินทรัพย์ดีแค่ไหน ก็ไม่ได้แปลว่าผู้ฝากเงินจะได้รับการคุ้มครองไปด้วยเสมอ เพราะสินทรัพย์เหล่านั้นยังคงเป็นของธนาคาร ไม่ใช่ของผู้ฝาก
แล้วถ้าไม่มี DPA คอยรองรับ อะไรคือสิ่งที่ผู้ฝากเงินดอลลาร์ต้องพึ่งพาแทน ?
ถ้าผู้กู้หรือผู้รับฝากไม่มีสินทรัพย์อะไรมาวางค้ำประกัน สิ่งที่จะทำให้ผู้ที่ฝากเงินดอลลาร์สบายใจขึ้นมาได้ ก็คือเครดิตของธนาคารผู้รับฝากเงินนั้น ๆ
และเครดิตของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง ก็ไม่ได้ลอยตัวเป็นอิสระจากประเทศที่ธนาคารนั้นตั้งอยู่ เพราะธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในโลก โดยทั่วไปมักถือพันธบัตรรัฐบาลประเทศตัวเองมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลต่างชาติ
ทำให้ตามหลักการจัดอันดับความน่าเชื่อถือสากล ตามปกติแล้ว ธนาคารพาณิชย์จึงมักถูกจัดอันดับเครดิตไม่สูงไปกว่าเครดิตของรัฐบาลประเทศตัวเอง หรือที่เรียกกันว่า Sovereign Ceiling
(แต่ก็มีข้อยกเว้นในทางปฏิบัติได้ เช่น ธนาคารมีผู้ถือหุ้นต่างชาติแข็งแกร่งค้ำ หรือกรณีพิเศษบางกรณี)
ปัจจุบัน S&P ให้อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ที่ BBB+ ซึ่งอยู่ในระดับน่าลงทุน แต่ยังห่างจากอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ S&P ให้ไว้ที่ AA+ อยู่หลายขั้น
นั่นแปลว่า ต่อให้เป็นธนาคารพาณิชย์ไทยที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุด เครดิตของธนาคารนั้นก็ยังมีเพดานผูกอยู่กับเครดิตของประเทศ ซึ่งต่ำกว่าเครดิตของรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ดี
ย้อนกลับมาที่คำถามเดิม เงินดอลลาร์ที่ไม่มี DPA รองรับ มีทางเลือกอื่นที่ได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินฝากในรูปเงินบาท และมีเครดิตสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไปให้พักเงินได้บ้างไหม ?
คำตอบที่ตลาดการเงินโลกใช้กันมานาน คือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น หรือที่เรียกกันว่า T-Bill
เพราะการถือ T-Bill เท่ากับการให้รัฐบาลสหรัฐฯ กู้เงินโดยตรง เครดิตที่รองรับเงินก้อนนี้จึงอ้างอิงกับความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ เอง ซึ่งได้อันดับความน่าเชื่อถือ AA+ จาก S&P สูงกว่าเครดิตธนาคารพาณิชย์ไทยที่ถูกจำกัดด้วยเพดานเครดิตประเทศ BBB+
ที่น่าสนใจคือ T-Bill เป็นหนึ่งในสินทรัพย์สภาพคล่องคุณภาพสูงสุด ที่ธนาคารทั่วโลกเลือกถือไว้เองตามเกณฑ์ Basel III เช่นกัน เพราะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ความเสี่ยง 0% พูดง่าย ๆ คือธนาคารเองก็มักเลือกพักเงินดอลลาร์ไว้ในสินทรัพย์กลุ่มเดียวกับ T-Bill อยู่ดี
และเพราะเป็นพันธบัตรอายุสั้น เช่น 3 เดือน หรือไม่เกิน 1 ปี ราคาจึงแทบไม่แกว่งตาม Yield เหมือนพันธบัตรอายุยาวด้วย
ปัจจุบัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 3 เดือน อยู่ที่ 3.69% ต่อปี ซึ่งใกล้เคียงกับดอกเบี้ยเงินฝาก FCD ที่หลายธนาคารเสนอให้อยู่แล้ว
ผลตอบแทนใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ต่างก็คือ ตาข่ายรองรับ หรือก็คือเครดิต ซึ่งต่างกันโดยสิ้นเชิง..
ฝั่งหนึ่งมีเครดิตผูกอยู่กับธนาคารพาณิชย์แห่งเดียว ไม่มี DPA รองรับ อีกฝั่งมีเครดิตผูกอยู่กับรัฐบาลของประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกพักเงินฝั่งไหน การถือเงินดอลลาร์ก็ยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนติดตัวไปด้วยเสมอ หากค่าเงินบาทแข็งขึ้นในช่วงที่ถือ มูลค่าเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาทก็อาจลดลงได้เช่นกัน
และเพดานเครดิตที่ต่ำกว่า ก็ไม่ได้แปลว่าธนาคารพาณิชย์ไทยมีความเสี่ยงสูงในทางปฏิบัติ เพราะธนาคารขนาดใหญ่ส่วนใหญ่มีฐานะการเงินและเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โอกาสผิดนัดชำระหนี้ในภาวะปกติจึงต่ำมากเช่นกัน
ส่วนการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยตรงก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องพิจารณาเช่นกัน ทั้งขั้นตอนผ่านโบรกเกอร์หรือผู้ดูแลทรัพย์สินในต่างประเทศ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่อาจลดทอนผลตอบแทนสุทธิลงไปบ้าง
แต่ถ้าโจทย์คือ อยากหาที่พักเงินในระยะเวลาสั้น ๆ ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
และไม่กังวลเรื่องภาษีการลงทุนนอก ทำได้อย่างไร ?
ดูต่อได้ในคอมเมนต์..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon