ผู้เขียนหนังสือ Chip War มองว่า ไทยจะเกาะขบวนชิประดับโลกได้ เพราะความเป็นกลาง

ผู้เขียนหนังสือ Chip War มองว่า ไทยจะเกาะขบวนชิประดับโลกได้ เพราะความเป็นกลาง

“ความเป็นกลางภูมิรัฐศาสตร์ จะทำให้ไทยเกาะขบวนชิประดับโลก” นี่คือคำพูดของ Chris Miller ผู้เขียนหนังสือ Chip War หรือสงครามชิป ในรายการ CNBC
คำถามคือ ทำไมเขาถึงพูดแบบนี้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เหตุผลหลัก ๆ เลยก็เพราะว่า บริษัทระดับโลกกำลังมองหาพื้นที่เป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์เพื่อลดความเสี่ยง
ความไม่แน่นอน ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน ทำให้บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ พยายามหลีกเลี่ยงการพึ่งพาซัปพลายเชนจากเพียงแหล่งเดียว
เราเลยได้เห็นการลงทุนจากทั้งบริษัทฝั่งตะวันตกและบริษัทจากจีน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากพื้นที่นี้ถูกมองว่าเป็นจุดที่เป็นกลางสำหรับการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปขายยังตลาดปลายทางของทั้งสองฝั่ง
เรื่องนี้ลงทุนแมนเห็นด้วย เพราะปัจจุบันเรามีบริษัทจากฝั่งตะวันตกและจากจีน ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมชิป มาลงทุนตั้งโรงงานที่ประเทศไทยมาสักระยะแล้ว เช่น
- Analog Devices ผู้ผลิตชิปจากสหรัฐฯ ตั้งโรงงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรี
- Zhongji Innolight ผู้ผลิตโมดูลรับส่งสัญญาณแสงระหว่างชิปประมวลผล จากจีน ตั้งโรงงานอยู่ที่จังหวัดสระบุรี และกำลังมีแผนสร้างที่พระนครศรีอยุธยา
อย่างไรก็ตาม Chris Miller ก็ไม่ได้พูดลอย ๆ ว่าความเป็นกลาง จะทำให้ไทยเกาะขบวนชิประดับโลกได้สำเร็จ แต่พูดจากผลงานในอดีตของไทยที่ผ่านมา
ไทยพิสูจน์ความสำเร็จในอดีตได้แล้วในอุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์หรือ PCB ด้วยการวางตำแหน่งความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ของตัวเอง
Chris Miller จึงชี้ให้เห็นว่า การที่ไทยอยากเกาะขบวนชิประดับโลกตามแผน Siam Silica อาจมีความเป็นไปได้สูงในความเป็นจริง
แผนยุทธศาสตร์ Siam Silica คือ แผนที่ไทยจะเน้นเกาะขบวน 3 อุตสาหกรรมชิปสำคัญ นั่นคือ
- การออกแบบชิปโดยไม่ต้องผลิตเอง (IC Design)
- การบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงและอุปกรณ์จัดการไฟฟ้า (Advanced Packaging & Power Device)
- Photonics
ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์จึงเหมือนเป็นเครื่องมือเดิมของไทย ที่จะนำมันมาต่อยอดแบบเดียวกันในอุตสาหกรรมชิปที่กำลังจะเกิดขึ้น
นอกจากนี้ Chris Miller ยังชี้ให้เห็นว่า โอกาสในขบวนชิประดับโลกของไทยยังมีอีกมากมาย
เพราะความต้องการใช้ชิปและซัปพลายเชนที่เกี่ยวข้องในการผลิตชิปทั่วโลก กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วมาก
การเติบโตนี้จึงสร้างโอกาสและมีพื้นที่มากพอที่จะรองรับการขยายตัวของผู้เล่นรายใหม่อย่างประเทศไทย ให้เข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานนี้
แต่การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเจาะเข้าไปในส่วนของห่วงโซ่อุปทานชิปที่ก้าวหน้าสุด มีความเฉพาะเจาะจง ซับซ้อน และต้องใช้เงินทุนมหาศาลนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
แถมนอกจากเงินทุนแล้ว ยังต้องแข่งขันกับไต้หวันและเกาหลีใต้ ที่มีความสามารถและจุดแข็งเรื่องการผลิตชิปด้วยตัวเองอยู่แล้ว
ดังนั้น แม้ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก แต่มันก็เป็นเส้นทางที่ยาวไกล ในการเกาะขบวนชิประดับโลกในซัปพลายเชนที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ลงทุนแมนอาจเห็นต่างจาก Chris Miller เล็กน้อย เพราะจริง ๆ ไทยอาจไม่จำเป็นต้องแข่งสนามเดียวกันกับไต้หวันและเกาหลีใต้
ชิปเป็นอุตสาหกรรมที่มีการแบ่งงานกันทำระหว่างประเทศสูงมาก แต่ละประเทศก็จะถนัดในแบบของตัวเอง และไม่พยายามทำทุกอย่างไว้ในประเทศเดียวกัน
ซึ่งจริง ๆ แล้ว ประเทศไทยก็มีแต้มต่อสำคัญในห่วงโซ่อุปทานชิปอยู่แล้ว แม้ตอนแรกจะดูเป็นสินค้าโลกเก่าก็ตาม เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ หรือ HDD
แต่ปัจจุบัน HDD เป็นที่ต้องการสำหรับ Data Center ทำให้ไทยที่เป็นที่ตั้งของ Seagate และ Western Digital ที่ผลิต HDD อยู่แล้ว ก็สามารถเกาะขบวนนี้ไปได้เลยทันที
นอกจากนี้ ปัจจุบันไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เกาะขบวนชิปแสงหรือ Photonics เพราะมีบริษัททั้งจีนและสหรัฐฯ มาตั้งโรงงานในไทยอยู่แล้ว
ฝั่งจีน ก็เช่น Zhongji Innolight หรือ Eoptolink ส่วนฝั่งสหรัฐฯ ก็เช่น Lumentum, Fabrinet หรือ Coherent
สรุปแล้ว Chris Miller ก็อาจพูดถูกต้องว่าความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ของไทย ทำให้บริษัทระดับโลกต่าง ๆ เข้ามาทำให้ไทยเกาะขบวนชิประดับโลกได้
แต่สิ่งที่เขาอาจจะมองข้ามไป นั่นคือเรื่องที่ว่า ไทยต้องแข่งขันสนามเดียวกันกับเกาหลีใต้หรือไต้หวัน
ซึ่งจริง ๆ แล้ว เราก็อาจไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันในสนามที่ยากขนาดนั้น
เพราะสุดท้ายแล้ว การที่ไทยจะเกาะขบวนชิประดับโลกได้ อาจไม่ใช่การพยายามเป็น “ไต้หวันแห่งที่ 2” หรือ “เกาหลีใต้แห่งที่ 2”
แต่อยู่ที่การหาว่า จุดไหนในเกมนี้ ที่ไทยจะสามารถเล่นได้ดีที่สุด..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon