อวี๋ ตงไหล เถ้าแก่ที่ดูแลลูกน้อง จนได้ชื่อว่าเป็น เจ้านายที่โง่เขลาที่สุด

อวี๋ ตงไหล เถ้าแก่ที่ดูแลลูกน้อง จนได้ชื่อว่าเป็น เจ้านายที่โง่เขลาที่สุด

อวี๋ ตงไหล เถ้าแก่ที่ดูแลลูกน้อง จนได้ชื่อว่าเป็น เจ้านายที่โง่เขลาที่สุด /โดย ลงทุนแมน
ในประเทศจีนที่วัฒนธรรมการทำงานแบบ 996 หรือการทำงาน 9 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่ม 6 วันต่อสัปดาห์ เป็นเรื่องปกติ และการแข่งขันทางธุรกิจที่ดุเดือด จนบริษัทต่าง ๆ พยายามหาทุกวิถีทางเพื่อลดต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนคน
กลับมีชายคนหนึ่งเลือกทำธุรกิจแบบสวนทาง
แทนที่เขาจะกดค่าแรงพนักงาน เพื่อเพิ่มกำไรให้สูงสุด กลับเลือกมอบความมั่งคั่งและสวัสดิการในระดับที่สูงกว่าคู่แข่งหลายเท่า ให้กับพนักงานของตัวเอง จนสื่อจีนตั้งฉายาให้ว่าเป็นเจ้านายที่โง่เขลาที่สุด
ชายคนนี้มีชื่อว่า อวี๋ ตงไหล (Yu Donglai) ผู้ก่อตั้ง พั่ง ตง ไหล (Pang Dong Lai) ซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังของจีน ที่มี 13 สาขา กระจายอยู่ใน 2 เมืองคือ สวี่ชางและซินเซียง ในมณฑลเหอหนาน
สาเหตุที่มีชื่อเสียงได้ ไม่ใช่ด้วยขนาดธุรกิจ หรือยอดขาย
แต่เป็นการดูแลเอาใจใส่พนักงานของ อวี๋ ตงไหล
แนวคิดการรักพนักงานของอวี๋ ตงไหล น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลายบริษัทอาจมีคำท่องจำว่าลูกค้าคือพระเจ้า หรือเป้าหมายสูงสุดคือกำไร แต่สำหรับแนวคิดการบริหารธุรกิจของ อวี๋ ตงไหล คือพนักงานต้องมาก่อน
ซึ่งสะท้อนได้จากจุดสำคัญจุดแรกอย่าง ค่าตอบแทนของพนักงาน
รู้หรือไม่ว่า ค่าตอบแทนของพนักงาน พั่ง ตง ไหล สูงกว่าธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ถึง 2 เท่า
และด้วยความที่ พั่ง ตง ไหล เป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ธุรกิจที่ให้บริการกับคนจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา ที่บางครั้งพนักงานจะโดนลูกค้าต่อว่าหรือสร้างความไม่สบายใจได้
ขณะที่บริษัทอื่น ๆ อาจจะปล่อยผ่าน หรือร้ายแรงสุดคือลงโทษพนักงาน โดยไม่ตรวจสอบว่า คนคนนั้นผิดจริงหรือไม่
แต่สำหรับ พั่ง ตง ไหล จะจ่ายเงินเยียวยาจิตใจทันที 5,000-8,000 หยวน หรือประมาณ 25,000-40,000 บาท หากพนักงานทำตามกฎอย่างถูกต้อง แต่กลับถูกลูกค้าด่าทอ ดูถูก หรือร้องเรียนก็ตาม
ทั้งนี้นอกจากเรื่องงานแล้ว ปกติคนเราจะมีบางวันที่ Bad Day จากเรื่องส่วนตัว ตื่นมาแล้วรู้สึกหดหู่ ไม่ว่าจะมาจากการทะเลาะกับแฟน หมดไฟ หรือทีมบอลที่เชียร์แพ้
อวี๋ ตงไหล เข้าใจเรื่องนี้ดี จึงได้สร้างนโยบายให้สิทธิ์วันลาเพิ่มอย่าง Unhappy Leave สูงสุด 10 วันต่อปี
ความน่าสนใจของนโยบายนี้คือ ตั้งกฎอย่างชัดเจนว่าห้ามหัวหน้างานปฏิเสธคำขอเด็ดขาด
เพราะเขามองว่าการบังคับให้คนที่กำลังเศร้าหรือโกรธมาทำงานบริการ จะไม่เป็นผลดีต่อทั้งตัวพนักงานและลูกค้า
และแม้ว่าจะให้สิทธิ์วันลาเพิ่มไปแล้ว แต่ อวี๋ ตงไหล ยังมีเป้าหมายว่า พนักงานของเขาควรมีชีวิตที่สมดุลเทียบเท่ากับชาวยุโรป
พร้อมกับตั้งกฎให้พนักงานทำงานไม่เกินวันละ 7 ชั่วโมง หรือสูงสุด 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีวันหยุดพักผ่อนประจำปี 30-40 วัน
ที่สำคัญคือ ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ยังปิดให้บริการทุกวันอังคาร เพื่อบังคับให้พนักงานได้หยุดพักผ่อนจริง ๆ
เท่านั้นไม่พอ อวี๋ ตงไหล ยังทำให้พนักงานรู้สึกมีความเป็นเจ้าของในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ ด้วยการแบ่งผลประโยชน์อย่างการแจกหุ้นและกำไร ซึ่งเขายอมถือหุ้นเพียง 10% ส่วน 90% ที่เหลือแจกจ่ายให้กับพนักงาน โดยจะกระจายตามระดับความรับผิดชอบ
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยจุดเริ่มต้นแนวคิดในการซื้อใจพนักงานของ อวี๋ ตงไหล ว่ามาจากไหน ก็ต้องบอกว่าไม่ได้เกิดจากการอ่านตำราบริหารธุรกิจเล่มไหนเลย แต่มาจากประสบการณ์ในอดีตของเขานั่นเอง
ในวัยหนุ่ม อวี๋ ตงไหล เรียนไม่จบมัธยม ต้องดิ้นรนทำสารพัดอาชีพ และเคยถูกหลอกจนเป็นหนี้ก้อนโตถึง 300,000 หยวน หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท
ซึ่งเขาเข้าใจดีว่าความจน การถูกเอารัดเอาเปรียบ และการต้องทนทำงานด้วยความเครียด มันทำให้ชีวิตเหนื่อยมากแค่ไหน
ดังนั้นเมื่อ อวี๋ ตงไหล ตั้งตัวได้ เขาจึงไม่อยากให้ลูกน้องต้องเผชิญสภาพแบบนั้นเหมือนกับตัวเอง
นอกจากนี้ในปี 2541 หลังก่อตั้งมาได้แค่ 3 ปี
ร้านค้าที่เขาสร้างขึ้นมา กำลังไปได้ดี ก็ถูกคนลอบวางเพลิง และมีผู้เสียชีวิต 8 คน
ขณะที่เขาสูญเสียทุกอย่าง รู้สึกผิดจนอยากปิดกิจการ เขาก็ได้ชาวบ้านในเมืองนั้นนำเงินที่เก็บออมมามอบให้ พร้อมบอกว่าเมืองต้องการร้านค้าที่ซื่อสัตย์แบบเขา
น้ำใจในวันนั้น ทำให้ อวี๋ ตงไหล ตระหนักได้ว่า ชีวิตนี้ไม่ได้อยู่เพียงเพื่อหาเงินใส่กระเป๋าตัวเองอีกต่อไป
เขาจึงประกาศปณิธานว่า จะทำธุรกิจเพื่อตอบแทนสังคม และการตอบแทนที่ใกล้ตัวที่สุด เริ่มด้วยการดูแลพนักงาน ที่ยอมล่มหัวจมท้ายมาด้วยกันให้ดีที่สุด
ปัจจุบัน พั่ง ตง ไหล มียอดขายต่อตารางเมตรติดอันดับท็อปของประเทศ ขณะที่อัตราการลาออกแทบจะเป็นศูนย์ และยังกลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่คนจากต่างเมืองยอมจัดทัวร์ เพื่อมาสัมผัสการบริการโดยเฉพาะ
เรื่องราวของ อวี๋ ตงไหล พิสูจน์ให้เห็นว่า ท่ามกลางสมรภูมิธุรกิจที่ทุกคนต่างห้ำหั่นกันลดต้นทุน บางครั้งกลยุทธ์ ที่ทรงพลังและลอกเลียนแบบได้ยากที่สุด อาจเป็นเพียงเรื่องพื้นฐานอย่างการดูแลพนักงานในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข พวกเขาก็พร้อมจะขยันทำงาน ส่งมอบความสุขนั้นให้กับลูกค้า และมองหาวิธีแก้ปัญหาที่พบเจอในแต่ละวัน โดยที่บริษัทไม่ต้องออกคำสั่งเลยแม้แต่น้อย..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon