ครบจบ มาตรการของ คปภ. เพื่อผู้เอาประกันภัย หลังน้ำลด

ครบจบ มาตรการของ คปภ. เพื่อผู้เอาประกันภัย หลังน้ำลด

วันนี้ คปภ. หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
ได้ประชุมออนไลน์ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ ดังนี้
1. การประเมินความเสียหายรถยนต์จากน้ำท่วม
ที่ประชุมได้แยกแนวทางพิจารณารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้าไว้แบบนี้
กรณีเป็นรถยนต์สันดาป ให้พิจารณาความเสียหาย 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับ A-E
- ระดับ A (น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์)
ประเมินค่าซ่อมประมาณ 8,000 – 10,000 บาท
- ระดับ B (น้ำท่วมถึงเบาะนั่ง)
ประเมินค่าซ่อมประมาณ 15,000 - 20,000 บาท
- ระดับ C (น้ำท่วมถึงส่วนล่างของคอนโซลหน้า)
ประเมินค่าซ่อมประมาณ 25,000 - 30,000 บาท
- ระดับ D (น้ำท่วมถึงส่วนบนของคอนโซลหน้า)
ประเมินค่าซ่อมเริ่มต้น 30,000 บาทขึ้นไป
- ระดับ E (จมน้ำทั้งคัน)
บริษัทประกันจะพิจารณาคืนทุนประกันภัยเต็มจำนวนตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ทั้งนี้ การพิจารณาค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย
กรณีเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ให้ใช้แนวทางเดียวกับกรณีอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งต้องพิจารณามูลค่าความเสียหายของแบตเตอรี่ประกอบกับความเสียหายของตัวรถ
โดยเฉพาะกรณีแบตเตอรี่ถูกน้ำท่วมขัง ต้องตรวจสอบว่าสามารถฟื้นฟูหรือซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยแค่ไหน
แต่ถ้าไม่สามารถฟื้นฟูได้ จึงนำมาประกอบการพิจารณาว่าเข้าข่ายความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) หรือไม่
รวมทั้งต้องพิจารณาข้อกำหนดและแนวทางของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นประกอบด้วย
2. การชำระค่าเบี้ยประกัน
- การประกันชีวิต
บริษัทประกันภัยอาจขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันครบระยะเวลาผ่อนผันเดิม
รวมถึงผ่อนผันมาตรการบางประการ กรณีกรมธรรม์สิ้นผลบังคับจากการขาดชำระเบี้ยประกันภัย การนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ ตลอดจนกรณีมีการเปลี่ยนแปลงงวดการชำระเบี้ยประกันภัย
- การประกันวินาศภัย
บริษัทประกันภัยอาจผ่อนผันการเก็บเบี้ยประกันภัยและรับเบี้ยประกันภัยได้จนถึง 180 วัน นับแต่วันที่สัญญาประกันภัยมีผลใช้บังคับ หรือวันที่สัญญาประกันภัยเริ่มต้นมีผลคุ้มครอง สำหรับรถยนต์ทุกประเภท ยกเว้นรถยนต์กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2
- การประกันภัยอื่น
บริษัทอาจขยายระยะเวลาการเก็บเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามที่กรมธรรม์ประกันภัยกำหนดออกไปได้ 90 วัน นับแต่วันแรกที่บริษัทต้องเก็บเบี้ยประกันภัย
นอกจากนี้ กรณีกรมธรรม์ประกันสุขภาพ กรมธรรม์ประกันโรคร้ายแรง หรือกรมธรรม์ประกันภัยที่มีความคุ้มครองในลักษณะเดียวกันสิ้นผลบังคับเนื่องจากการขาดชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทอาจงดการตรวจสุขภาพในการขอต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยได้
3. การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
- กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์)
ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย จำนวน 10,000 บาท
โดยผู้เอาประกันภัยส่งเอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วมหรือรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามจำนวนเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย
- กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย
สำหรับบ้านอยู่อาศัยและร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น ภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย จำนวน 20,000 บาท
ถ้าผู้เอาประกันภัยได้ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นเพิ่ม จำนวน 10,000 บาท
หากมีความเสียหายเกินกว่า 10,000 บาท ให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม
- กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risks : IAR)
สำหรับร้านค้าที่ซื้อกรมธรรม์เหล่านี้ และได้ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น จำนวน 30,000 บาท
ถ้ามีความเสียหายเกิน 30,000 บาท ให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม
โดยผู้เอาประกันภัยสามารถใช้เอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วม หรือ
รายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เพื่อประกอบการพิจารณา
การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามจำนวนเงินความคุ้มครองที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
ทั้งนี้ คปภ. จะสำรวจข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยในพื้นที่ประสบอุทกภัยผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย (Insurance Bureau System : IBS)
เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายและจำนวนผู้เอาประกันภัยที่อาจได้รับผลกระทบ
รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยในการจัดเตรียมรถยกและรถลากสำหรับช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและกีดขวางการจราจร
ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับการเคลื่อนย้ายรถยนต์
และในด้านการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน สำนักงาน คปภ. เน้นย้ำให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับความรวดเร็วในการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทน
เพื่อให้การประกันภัยสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัยจากสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างทันท่วงที
ในกรณีที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน บริษัทประกันภัยมีความพร้อมดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน รวมถึงกรณีความเสียหายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ขณะที่กรณีตรวจสอบแล้วเข้าหลักเกณฑ์ความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะดำเนินการจัดเตรียมและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องควบคู่กับกระบวนการประเมินความเสียหายเพื่อให้เอกสารครบถ้วนและสามารถยืนยันความเสียหายได้ชัดเจน สามารถดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ แนวทางตามวาระกำหนดให้บริษัทพิจารณาความคุ้มครองและจ่ายค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่สามารถประเมินความเสียหายได้แล้ว
โดยเฉพาะกรณีความเสียหายรุนแรงและรถยนต์ที่อาจเข้าข่าย Total Loss ให้ดำเนินการตามเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
สำหรับกรณีรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อหรือมีภาระกับสถาบันการเงิน
ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาความล่าช้าในการรวบรวมเอกสารจากผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดต่อกระบวนการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณี Total Loss
และสำนักงาน คปภ. จะประสานความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมและส่งต่อเอกสาร ลดระยะเวลาและขั้นตอนในการดำเนินการ เพื่อให้การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสามารถดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon