
Selfridges ห้างดังอังกฤษของกลุ่มเซ็นทรัล พลิกมาทำกำไร โตสวนกระแสโลก
ปีก่อนหน้า Selfridges Retail Limited ยังมีผลประกอบการก่อนหักภาษี ติดลบอยู่ที่ 15.9 ล้านปอนด์ หรือขาดทุน 706 ล้านบาท
แต่ในปีงบการเงินล่าสุดที่เพิ่งประกาศออกมา ตัวเลขกลับพลิกมาเป็นกำไรก่อนหักภาษี 13.0 ล้านปอนด์ หรือ 580 ล้านบาท
ส่วนกำไรจากการดำเนินงานก็พุ่งขึ้นถึง 89% สูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ ที่กลุ่มเซ็นทรัลของไทย เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
แล้วอะไรทำให้ Selfridges สามารถฟื้นตัวและกลับมาเติบโตแรงได้ในวันนี้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ล่าสุดไม่กี่วันก่อน Selfridges Retail Limited ได้รายงานผลประกอบการสำหรับปีงบการเงินที่ครอบคลุม 52 สัปดาห์ สิ้นสุดวันที่ 3 มกราคม 2026
โดยตัวเลขดีขึ้นในทุกบรรทัดของงบการเงิน
รายได้เติบโต 7% มาอยู่ที่ 830.8 ล้านปอนด์ หรือราว 36,900 ล้านบาท
โดยเป็นรายได้ที่มาจาก 4 สาขาหลักในอังกฤษ และหากรวมยอดขายจากแบรนด์พาร์ตเนอร์ที่เข้ามาเปิดพื้นที่ในห้างด้วย ยอดรายได้รวมทั้งหมดจะสูงถึง 1,600 ล้านปอนด์ หรือ 71,000 ล้านบาท
ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่โดดเด่นที่สุด เติบโตขึ้นถึง 89% จาก 42.2 ล้านปอนด์ เป็น 79.7 ล้านปอนด์ (ราว 3,500 ล้านบาท) สะท้อนทั้งการขยายตัวของอัตรากำไรและการควบคุมต้นทุนที่ทำได้ดีตลอดทั้งปี
ไล่ลงมาที่บรรทัดถัดไป กำไรก่อนหักภาษี พลิกจากที่เคยขาดทุน 15.9 ล้านปอนด์ในปีก่อน มาเป็นกำไร 13.0 ล้านปอนด์
ส่วนกำไรสุทธิหลังหักภาษี ก็เพิ่มขึ้นจาก 1.8 ล้านปอนด์ เป็น 23.9 ล้านปอนด์ (ราว 1,060 ล้านบาท
ปิดท้ายด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นตาม ซึ่งบริษัทมีเงินสดในมือ 166.3 ล้านปอนด์ ณ สิ้นปี (ประมาณ 7,380 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 22.9 ล้านปอนด์จากปีก่อนหน้า
แล้วอะไรอยู่เบื้องหลังการเติบโตเหล่านี้ ?
André Maeder ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Selfridges ให้เหตุผลว่า ผลงานที่แข็งแกร่งนี้ มาจากยอดผู้เข้าใช้บริการหน้าร้านที่เพิ่มขึ้นถึง 7% ทั่วทั้ง 4 สาขาในอังกฤษ
สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์และความสามารถในการมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้ลูกค้า
เมื่อแยกย่อยปัจจัยที่ขับเคลื่อนตัวเลขออกมา พบว่ามาจาก 3 ส่วนหลักที่ทำงานร่วมกัน
ส่วนแรกคือ กลยุทธ์ด้านสินค้า ที่หันไปเน้นสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น แทนที่จะไล่ตามยอดขายเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรจากการดำเนินงานโตเร็วกว่ารายได้ถึง 89% เทียบกับรายได้ที่โตเพียง 7%
ส่วนที่สองคือ การควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวดตลอดทั้งปี ซึ่งบริษัทระบุไว้ชัดเจนว่า เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขยายตัว
ส่วนที่สามคือ ความสำเร็จของโปรแกรมสมาชิก Selfridges Unlocked ที่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม การรักษาฐานลูกค้า และความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทยังคงลงทุนสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ต่อเนื่องตลอดปี ทั้งแคมเปญ Summer of Sound ที่จัดทั่วประเทศ
การขยายโซน Beauty ในสาขาลอนดอนและเบอร์มิงแฮม
ความร่วมมือเทศกาลคริสต์มาสกับดิสนีย์ และความสำเร็จของ 40 Duke พื้นที่สมาชิกระดับโลกแห่งแรกที่เพิ่งเปิดตัว
ความร่วมมือเทศกาลคริสต์มาสกับดิสนีย์ และความสำเร็จของ 40 Duke พื้นที่สมาชิกระดับโลกแห่งแรกที่เพิ่งเปิดตัว
ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของ Selfridges ในฐานะห้างที่แข่งขันด้วยประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น มากกว่าจะแข่งกันแค่เรื่องราคา
อย่างไรก็ดี แม้ตัวเลขจะออกมาดี แต่ André Maeder ก็ยอมรับตรง ๆ ว่าผลงานครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมค้าปลีกและเศรษฐกิจมหภาคที่ยากลำบาก
ซึ่งยิ่งซับซ้อนขึ้นจากการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาลอังกฤษ โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรการช็อปปิงปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้กระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของลูกค้าต่างชาติที่เป็นฐานลูกค้าสำคัญของ Selfridges
เขาเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรี Andy Burnham พิจารณานำมาตรการนี้กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นย่านการค้าและปลดล็อกการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกทั่วสหราชอาณาจักร
ทั้งนี้ บางคนอาจยังไม่รู้ว่า Selfridges Group กลุ่มห้างสรรพสินค้าหรูชั้นนำของยุโรป มีกลุ่มเซ็นทรัลของไทยถือหุ้นในสัดส่วน 60% ร่วมกับ Public Investment Fund (PIF) กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือหุ้นอีก 40%
โดยกลุ่มเซ็นทรัลเริ่มลงทุนใน Selfridges Group ตั้งแต่ปี 2022 ก่อนที่ PIF จะเข้ามาร่วมลงทุนในปี 2024 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
ซึ่งผลประกอบการที่เติบโตฟื้นตัวต่อเนื่องแบบนี้ คงเป็นหลักฐานว่า การตัดสินใจเข้าไปถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มเซ็นทรัล เริ่มเห็นผลตอบแทนที่จับต้องได้จริง ๆ แล้ว
โดยตัวเลขผลประกอบการของ Selfridges ฉายภาพให้เห็นว่า การพลิกฟื้นธุรกิจห้างระดับตำนาน มาจากการเลือกกลยุทธ์ที่ถูกจุด ทั้งการเน้นสินค้ากำไรสูง การคุมต้นทุนให้เข้มงวด และการสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้ายินดีจ่ายเพิ่มเพื่อแลกมา
และก็น่าติดตามต่อว่า Selfridges ภายใต้ร่มเงาของกลุ่มเซ็นทรัล จะเดินหน้าและสร้างผลประกอบการที่ดีขึ้นได้อีก ในปีต่อ ๆ ไปได้มากขึ้นอีกแค่ไหน..