งานของนักลงทุน ไม่ใช่การถามว่า ทำอย่างไรจะรวยขึ้น แต่คือการถามว่า ถ้าหุ้นลง -50% เราจะทำอย่างไร ?

งานของนักลงทุน ไม่ใช่การถามว่า ทำอย่างไรจะรวยขึ้น แต่คือการถามว่า ถ้าหุ้นลง -50% เราจะทำอย่างไร ?

-หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจ ที่พยายามหาคำตอบว่า ในวันที่ AI ทำได้แทบจะทุกอย่าง
แล้วนิยามของงานและความได้เปรียบของนักลงทุน ในยุคสมัยนี้ คืออะไร ?
ในหัวข้อ “The Human & Investor Edge in AI Era ความได้เปรียบของมนุษย์ และนักลงทุน ยุค AI ครองโลก” ที่งานลงทุนแมน SUMMIT 2026 โดยคุณวีระพงษ์ ธัม ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า
และคุณธิดารัตน์ เจริญวุฒิ เจ้าของเพจ Beauty Investor
คุณธิดารัตน์ บอกว่าสมัยนี้ข้อมูลเยอะมาก สื่อเยอะมาก แถมเราก็สามารถให้ AI สรุปข้อมูลได้อีก
ทำให้คน Panic กันมากขึ้น เห็นข่าวก็รีบซื้อ รีบขายทันที
ซึ่งบางข่าวจริง ๆ มันเป็น Noise ไม่กระทบกับสินทรัพย์ที่เราลงทุนไปด้วยซ้ำ
วิธีรับมือกับเรื่องนี้คือ การจัด Priority ก่อน ว่าอะไรคือข้อมูลที่สำคัญจริง ๆ แม้ว่าข้อมูลมันจะเยอะก็ตาม
ส่วนคุณวีระพงษ์ ธัม ให้มุมมองว่าการมี Information ที่ไม่จำเป็น ทำให้การตัดสินใจของเรานั้นแย่ลง
และบอกว่า ถ้าอยากรู้ว่า AI เปลี่ยนโลกยังไง ก็ต้องย้อนไปยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
เมื่อมีคนได้ประโยชน์ ก็ต้องมีคนเสียประโยชน์ คือมีการเปลี่ยนแปลงแบบ K-Shape
อย่างผลประโยชน์จากนายทุนคือ สามารถผลิตสินค้า อย่างเสื้อผ้า ของเครื่องใช้ได้เป็นปริมาณมาก
ในขณะที่ลูกจ้าง คนงาน กลับโดนกด
แต่ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม มันจะเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป
ส่วนยุค AI ที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ๆ
ถ้าพูดถึงจุดแข็งที่มนุษย์มี แต่ AI ไม่มี ในมุมคุณวีระพงษ์
1. Ownership ความเป็นเจ้าของ เพราะ AI ไม่ได้คิดจะเป็นเจ้าของธุรกิจ
2. ความเชื่อใจ เราจะไว้ใจให้ AI ขับเครื่องบินให้เราไหม หรือเชื่อใจให้ AI บริหารเงินให้เราไหม ?
แต่บางงาน มนุษย์ก็เริ่มเชื่อใจ AI มากขึ้นแล้ว อย่างให้ AI เทรดหุ้นแทนมนุษย์ หรือวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นแทนมนุษย์
โจทย์สำคัญคือ งานที่เราทำอยู่ คิดให้ดี ว่าคนส่วนมากบนโลกนี้ ไว้ใจ AI ให้ทำได้ไหม
ถ้าไว้ใจ AI ทำแทนได้ แปลว่างานนั้นจะไม่ได้อยู่ใน Scope ของอาชีพที่เรากำลังทำอีกต่อไป
แล้วถ้าทุกคนมี AI ให้ใช้เหมือนกัน หรือมีอาวุธเดียวกันอยู่ในมือ แล้วเราจะชนะในตลาดได้อย่างไร ?
คุณวีระพงษ์ บอกว่า “‘ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่ผู้นำมองต่าง”
เพราะความต่างคือโอกาส ที่จะสามารถคว้าชัยชนะได้
คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เลือกล่องเรือไปทางฝั่งตะวันตก ทั้ง ๆ ที่ในยุคนั้น ‘ไม่มีใครจะไป’
หรือ Case ตำราหุ้นคลาสสิก ที่เมื่อเกิดวิกฤต ทุกคนแห่ขายหุ้น จนหุ้นตก
แต่ทำไมมีคนไม่กี่คนมองเห็นโอกาสในการช้อนหุ้น
พอสุดท้ายแล้ว AI ก็ไม่ได้มีหัวใจ หรือจะมาเข้าใจธุรกิจ เหมือนกับมนุษย์
มนุษย์ ยังคงเป็นผู้ที่เข้าใจ Insight ของลูกค้าได้จริง ๆ
เมื่อมนุษย์ มีหัวใจ ทุกธุรกิจ (แม้จะไม่ใช่ธุรกิจ AI) จึงมีโอกาส
ขณะที่นิยามงานของนักลงทุน คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า คือการหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้รวยขึ้น
แต่จริง ๆ แล้วต้องเป็นการถามว่า ในฐานะมนุษย์ที่มีหัวใจ ถ้าเราเจอหุ้นลงมา -30% หรือ -50% ตอนนั้นเราจะทำอย่างไร เราจะทำอะไรต่อ ?
ตรงนี้นักลงทุนต้องประเมินและตัดสินใจเอง AI ช่วยเราไม่ได้
ส่วนคุณธิดารัตน์ เจ้าของเพจ Beauty Investor
บอกว่า ในการใช้ AI สักอย่าง สิ่งที่ต้องมีคือความ “เอ๊ะ” จากประสบการณ์ที่เรามีมาก่อน
ต้องรู้ให้ได้ว่า สิ่งนี้ AI อาจกำลังพูดผิดนะ
อาจจะยังไม่ใช่นะ
และสุดท้าย ก็จะวนไปที่การตรวจเช็กด้วยตัวของเราเองอีกทีหนึ่ง
สุดท้ายแล้ว เรื่องของการรับมือความเสี่ยง หรือเรื่องของการตัดสินใจ มนุษย์นี่แหละเป็นคนที่ต้องตัดสิน
แล้วในความเป็นมนุษย์ คนมองเห็นอะไร ในสิ่งที่ AI ไม่เห็นแน่ ๆ ?
คุณวีระพงษ์ย้อนภาพไปว่า มนุษย์เท่านั้น ที่จะเข้าใจว่าแต่ละหุ้น หรือธุรกิจ ขายอะไรให้ลูกค้า เช่น
- Disney อดีต ขายความสุข : ปัจจุบัน ขายความสุข : อนาคต ยังจะขายความสุขอยู่ไหม ?
- Hermes อดีต ขายงานฝีมือขั้นสูง : ปัจจุบัน ขายความหายากและสิทธิพิเศษ : อนาคต จะขายอะไร ? และสิ่งที่จะขายนั้นมีมูลค่ามากแค่ไหน ?
ซึ่งคำถามอนาคต เป็นคำถามหลังสุดที่ AI มักจะตอบไม่ได้
เพราะ AI จะเอาแต่ข้อมูลในอดีตมาวิเคราะห์ และใช้ข้อมูลจากอดีตเพื่อคาดการณ์ Sequence ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
ดังนั้น หาก AI ทายอนาคตได้ ก็ทายได้ไม่แม่นเท่ามนุษย์ เพราะ AI ไม่ได้มี Human Edge ไม่มี Emotion และไม่มี Compassion ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือ DNA ที่มนุษย์มีตั้งแต่แรกเกิด
แน่นอนว่าโจทย์สำคัญคือการวิเคราะห์ด้วยความเป็นมนุษย์
หากจะวิเคราะห์หุ้น เราต้องตอบให้ได้ว่า ธุรกิจอย่าง Disney หรือ Hermes อนาคตจะส่งมอบคุณค่าอะไร หรือจะขายอะไรให้กับลูกค้า นี่แหละคือสิ่งที่เราต้องมองให้ออก
สุดท้าย คุณวีระพงษ์ ย้ำว่า เราไม่ได้ใช้ AI เพื่อหาคำตอบ แต่เราใช้ AI เพื่อหาคำถามถัดไป ที่ดีกว่าคำถามแรกเสมอ
ถ้าเราถามคำที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ได้ สุดท้ายเราจะรู้สึกมั่นใจเอง..
-ใครพลาดลงทุนแมน SUMMIT 2026 วันจริง ยังตามเก็บทุก Sessions ได้แล้วกับ RERUN ONLINE บัตรมีจำนวนจำกัด จองได้ที่ https://zipeventapp.com/e/longtunmansummit2026
รวมกว่า 30 Speakers, 15+ Sessions และ 2 Main Stages ครบทั้ง Business, Marketing และ Investment พร้อมดูย้อนหลังได้ทุก Sessions ภายในงาน
Rerun Ticket ราคา 690 บาท ไม่รวม VAT 7% และ Payment Fee
สามารถรับชมย้อนหลังได้ตั้งแต่ 7 ตุลาคม - 7 ธันวาคม 2569
#ลงทุนแมนSUMMIT2026
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon