
LHSEMICON กองทุนที่ลงทุนในกระดูกสันหลังของ AI
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x LH Fund
รู้หรือไม่ว่า การพัฒนาของ AI ในยุคปัจจุบัน กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่เรียกว่า AI Agent ซึ่งสามารถคิดและทำงานเทียบเท่ามนุษย์
แต่เบื้องหลังความฉลาดนี้ ต้องแลกมาด้วยความต้องการใช้กำลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
โดย Goldman Sachs คาดการณ์ว่าปริมาณการใช้งาน Token ซึ่งเป็นหน่วยวัดการทำงานหลัก (Unit of Work) ของ AI จะเติบโตพุ่งสูงขึ้นกว่า 24 เท่าตัว ภายในปี 2030
เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลดีแค่กับผู้พัฒนาโมเดล AI เท่านั้น แต่เม็ดเงินมหาศาลกำลังไหลไปหล่อเลี้ยงกระดูกสันหลังของ AI อย่างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ชิป” ด้วย
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร แล้วจะคว้าโอกาสจากเรื่องนี้ได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลายคนอาจสงสัยว่า AI Agent ต่างจาก AI Chatbot ทั่วไปอย่างไร
AI Chatbot มักจะเป็นผู้ช่วยที่คอยตอบคำถามแบบถามมาตอบไป แล้วให้เอาคำตอบนั้นมาใช้งานต่อ
ส่วน AI Agent ก็จะเป็นผู้ช่วยที่รับโจทย์ไปคิด วางแผน และลงมือทำจนจบกระบวนการได้เอง
AI Chatbot มักจะเป็นผู้ช่วยที่คอยตอบคำถามแบบถามมาตอบไป แล้วให้เอาคำตอบนั้นมาใช้งานต่อ
ส่วน AI Agent ก็จะเป็นผู้ช่วยที่รับโจทย์ไปคิด วางแผน และลงมือทำจนจบกระบวนการได้เอง
ทีนี้เมื่อ AI Agent ต้องมีการคิดวิเคราะห์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ AI Agent 1 ตัว อาจต้องใช้ Token มากกว่าแชตบอตแบบเดิม 10-20 เท่า
ซึ่งการประมวลผลด้วย Token จำนวนมหาศาลเหล่านี้ จำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้คือ Data Center และชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง โดยคนที่จ่ายเงินสร้างโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ก็คือ บริษัท Big Tech เช่น Microsoft, Google, Meta หรือ Amazon
ซึ่งคาดว่าเม็ดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน (CapEx) ของกลุ่ม Big Tech เหล่านี้มีโอกาสพุ่งทะลุ 1,000,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2027 เลยทีเดียว
และเม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้ กำลังไหลลงไปหล่อเลี้ยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั้งระบบ
และเม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้ กำลังไหลลงไปหล่อเลี้ยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั้งระบบ
ตั้งแต่บริษัทผู้ออกแบบชิป (Fabless) เสมือนเป็นสถาปนิกวาดแบบแปลน เช่น NVIDIA หรือ AMD ที่ส่งต่อไปยังผู้รับจ้างผลิต (Foundry) เปลี่ยนแปลนให้กลายเป็นชิปของจริง เช่น TSMC
นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้ผลิตเครื่องจักร (Equipment) อย่าง ASML ที่สร้างเครื่องมือสุดล้ำให้โรงงานผลิตชิป
นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้ผลิตเครื่องจักร (Equipment) อย่าง ASML ที่สร้างเครื่องมือสุดล้ำให้โรงงานผลิตชิป
เรียกได้ว่าแทบจะทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมชิป ต่างได้รับอานิสงส์จากการมาของ AI
ซึ่งมีการประเมินว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะขยายตัวจนมีมูลค่ามากกว่า 1,900,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2027
ซึ่งมีการประเมินว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะขยายตัวจนมีมูลค่ามากกว่า 1,900,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2027
แล้วนักลงทุนจะคว้าโอกาสจากเมกะเทรนด์นี้ได้อย่างไร ?
ทางเลือกแรกคือการเลือกหุ้นเอง แต่ต้องยอมรับว่าการไปเลือกบริษัทชิปทีละตัว อาจเป็นเรื่องยากสำหรับนักลงทุนไม่น้อย เพราะอุตสาหกรรมนี้มีความซับซ้อนสูง และแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง อีกทั้งผู้ชนะก็มักจะเปลี่ยนหน้ากันอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ การลงทุนผ่านกองทุนรวม หรือ ETF ที่รวบรวมบริษัทชิปชั้นนำไว้ในที่เดียว
หนึ่งในนั้นคือ iShares Semiconductor ETF (SOXX) เสมือนเป็นตะกร้าใบใหญ่ที่รวบรวมหุ้นชิปแถวหน้าไว้ด้วยกัน
หนึ่งในนั้นคือ iShares Semiconductor ETF (SOXX) เสมือนเป็นตะกร้าใบใหญ่ที่รวบรวมหุ้นชิปแถวหน้าไว้ด้วยกัน
โดยจะลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ตามดัชนี NYSE Semiconductor Index เช่น
- Intel ผู้ออกแบบและผลิตชิปชื่อดัง
- Micron ผู้นำด้านการผลิตชิปหน่วยความจำ
- NVIDIA ผู้นำชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ของโลก
- Broadcom ผู้นำด้านการออกแบบชิป ASIC
- TSMC เจ้าของโรงงานผลิตชิปเบอร์หนึ่งของโลก
- Micron ผู้นำด้านการผลิตชิปหน่วยความจำ
- NVIDIA ผู้นำชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ของโลก
- Broadcom ผู้นำด้านการออกแบบชิป ASIC
- TSMC เจ้าของโรงงานผลิตชิปเบอร์หนึ่งของโลก
จะเห็นว่าในพอร์ตการลงทุนของ SOXX เต็มไปด้วยบริษัทชั้นนำมากมายในอุตสาหกรรมชิป
อย่างไรก็ตาม การซื้อ SOXX ต้องเปิดพอร์ตซื้อขายหุ้นต่างประเทศ และต้องใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขาย ทั้งยังต้องวางแผนรับมือกับภาษีมรดก หรือ Estate Tax และภาษีอื่น ๆ เมื่อนำเงินกลับเข้าไทย
LHSEMICON หรือกองทุนเปิด แอล เอช เซมิคอนดักเตอร์ จึงเป็นหนึ่งในทางออกที่เปิดโอกาสให้การลงทุนใน SOXX โดย LHSEMICON จะนำเงินลงทุนของนักลงทุนไปลงทุนต่อใน SOXX อีกทอดหนึ่ง ทำให้ใคร ๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของบริษัทชิป AI ระดับโลกได้ โดยไม่ต้องเปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศ หรือแลกเงินให้ยุ่งยากเลย
เพราะการเข้ามาของ AI Agent กำลังเปลี่ยนโฉมโลกใบนี้ไปตลอดกาล และทุกการประมวลผลมหาศาลที่เกิดขึ้น ล้วนต้องพึ่งพา “ชิป” เป็นกระดูกสันหลัง
การลงทุนใน LHSEMICON จึงเป็นหนึ่งในโอกาสลงทุนธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการมาของ AI นั่นเอง..
ดูรายละเอียดกองทุนและหนังสือชี้ชวนที่ https://www.lhfund.co.th/th/mutualfund/LHSEMICON-A
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID : @wealthx
ซื้อกองทุนนี้ ได้ที่ WealthX ดาวน์โหลดแอปได้ที่ https://www.wealthx.co/getapp
ซื้อกองทุนนี้ ได้ที่ WealthX ดาวน์โหลดแอปได้ที่ https://www.wealthx.co/getapp
สนับสนุนโดย บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | เนื่องจากกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งอาจไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจํานวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กําไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนตํ่ากว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ | ความเสี่ยงระดับ 7
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 24 ก.ย. 2026
References :
- หนังสือชี้ชวนลงทุนกองทุนรวม LHSEMICON
- https://www.ishares.com/us/products/239705/ishares-phlx-semiconductor-etf
- หนังสือชี้ชวนลงทุนกองทุนรวม LHSEMICON
- https://www.ishares.com/us/products/239705/ishares-phlx-semiconductor-etf