ผู้หญิง ที่เปลี่ยนที่ดินว่างเปล่า ให้เป็นจุดหมายของคนทั้งโลก

ผู้หญิง ที่เปลี่ยนที่ดินว่างเปล่า ให้เป็นจุดหมายของคนทั้งโลก

ผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่วัยรุ่น เธอเป็นพนักงานที่จุดประชาสัมพันธ์ ในสยามเซ็นเตอร์
จากวันนั้น เธอได้ร่วมสร้างสยามพารากอนขึ้นมา ให้เป็นจุดหมายของผู้คนที่มาเยือนกรุงเทพมหานคร
และเมื่อเห็นที่ดินเปล่าฝั่งธนบุรี เธอได้เห็นภาพว่ามันจะกลายเป็นไอคอนสยาม จุดหมายที่ผู้คนทั่วโลกต้องมาสักครั้งในชีวิต
ในวันนี้ เธอกำลังจะมีโครงการใหม่ที่ทำให้ผู้คนตกใจอีกครั้งในจุดหมายใหม่ที่ชื่อว่า ภูเก็ต
ผู้หญิงคนนี้คือใคร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
ผู้หญิงที่กล่าวถึงคือ คุณชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้สร้างแต่ละโครงการที่ทำให้โลกจำ
คำถามก็คือ เธอทำอย่างไรให้แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์ จนผู้คนทั่วโลกอยากเดินทางมา และที่สำคัญคือทำไมแบรนด์ระดับโลกมากมาย ถึงอยากเข้ามาทำธุรกิจด้วย
ความสามารถนี้ทำให้คุณชฎาทิพได้รับรางวัล “Pioneers of Places” จาก MAPIC Awards 2025 โดยเป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลเพียง 5 คน และเป็นชาวเอเชียเพียงคนเดียวในกลุ่มนี้
รางวัลนี้ยกย่องผู้นำที่มีบทบาทในการสร้างสถานที่ที่มีพลังดึงดูดผู้คน และยังมีส่วนในการออกแบบอนาคตของธุรกิจค้าปลีกและเมือง
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่ใครสร้างอาคารได้ใหญ่กว่า แต่ให้ความสำคัญกับว่า ใครทำให้สถานที่หนึ่ง เปลี่ยนความหมายของการใช้ชีวิตในเมืองได้
แล้วโมเดลธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คืออะไร ?
จุดแรก คือการสร้างเหตุผลที่ต้องมา มากกว่าการสร้างพื้นที่ให้เช่าแบบศูนย์การค้าทั่วไป
ตัวอย่างที่เห็นภาพคือ ไอคอนสยาม ซึ่งมีทั้งแบรนด์ลักชัวรี และพื้นที่อย่างสุขสยาม ที่นำสินค้า อาหาร และวัฒนธรรมจากชุมชนไทยมาอยู่ในโครงการเดียวกัน
มองในมุมธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ทำหน้าที่ต่างกัน แต่ช่วยส่งเสริมกัน
แบรนด์ระดับโลกเป็นแรงดึงดูดด้านการจับจ่าย ขณะที่อาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่นสร้างประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ ทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อสินค้าหรู ก็มีเหตุผลที่จะเดินทางมา
ใครจะไปคิดว่าในไอคอนสยาม ถ้าเราเดินถัดจากร้านแบรนด์หรูระดับโลกเพียงไม่กี่ก้าว ก็จะมาเจอร้านขนมไทยในสุขสยาม
ความสามารถในการจัดองค์ประกอบทั้งหมด ให้เกิดแรงดึงดูดร่วมกันของคุณชฎาทิพย์เก่งมาก เก่งถึงขนาดทั้งกลุ่มสยามพิวรรธน์ ครองสัดส่วนยอดขายกว่า 70% ของตลาดลักชัวรีในประเทศไทยทั้งหมด..
เห็นได้ชัดว่า สยามพิวรรธน์สามารถเชื่อมแบรนด์ทั้งระดับโลกและทั้งท้องถิ่น ให้เข้ากับลูกค้าที่มีกำลังซื้อทั่วโลกที่มีจุดหมายคือประเทศไทยได้
จุดที่ 2 คือการทำให้ความสำเร็จของคู่ค้า เชื่อมกับความสำเร็จของตัวเอง
หนึ่งในกลไกที่สยามพิวรรธน์ใช้ คือ Revenue Sharing หรือการแบ่งรายได้กับร้านค้า เมื่อร้านค้าขายดี บริษัทก็มีโอกาสได้รับรายได้เพิ่มตามไปด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับความผันผวนเมื่อยอดขายลดลง
โมเดลนี้ทำให้โจทย์ของผู้พัฒนา ไม่ได้จบลงเมื่อมีคนเซ็นสัญญาเช่า
แต่ต้องคิดต่อว่า จะทำอย่างไรให้ร้านค้าขายได้ และลูกค้าอยากกลับมาอีก
นี่คือความแตกต่างระหว่างการมองผู้เช่าเป็นเพียงผู้จ่ายค่าเช่า กับการมองผู้เช่าเป็นคู่ค้าที่ต้องเติบโตไปด้วยกัน
แนวคิดเดียวกันยังขยายไปสู่สิ่งที่สยามพิวรรธน์เรียกว่า Co-Creation หรือการร่วมสร้าง โดยดึงความสามารถของพันธมิตร ผู้ประกอบการ และชุมชนมาประกอบกัน ตัวอย่างเช่น NEXTOPIA ในสยามพารากอน ที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรด้านนวัตกรรม 50 ราย และเครือข่ายชุมชนอีก 30 กลุ่ม
มองอีกมุม ความเก่งของผู้นำจึงไม่จำเป็นต้องเป็นการทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง แต่คือการทำให้คนที่เก่งต่างกัน เห็นเป้าหมายร่วมกัน และสร้างสิ่งที่แต่ละฝ่ายทำลำพังได้ยาก ซึ่งใช้เงินอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำได้
จุดที่ 3 คือการนำความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ไม่ใช่กิจกรรมที่แยกออกไป
เรื่องนี้เห็นได้จาก NEXTOPIA ที่สยามพารากอน ซึ่งเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2025 พื้นที่ส่วนกลางและร้านค้าใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% และบริหารจัดการขยะจนบรรลุเป้าหมาย Zero Waste to Landfill หรือไม่ส่งขยะไปฝังกลบ
โครงการยังได้รับการรับรอง EDGE Advanced ด้านประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และ Fitwel ระดับ 2 ดาว ด้านการออกแบบที่ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต
ในปี 2026 คุณชฎาทิพยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรบนเวที UN Global Compact Leaders Summit ในการนำความยั่งยืนเข้าสู่ธุรกิจ และการพัฒนาโมเดล NEXTOPIA
จึงน่าสนใจว่า การยอมรับจากทั้ง 2 เวทีสะท้อนความสามารถคนละด้าน
MAPIC มองเห็นบทบาทในการสร้างสถานที่และเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม
ส่วนเวที UN Global Compact เปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน
เมื่อกลับมาดูไอคอนภูเก็ต เราอาจเห็นการนำแนวคิดเหล่านี้มาต่อยอด
เพราะโครงการจะผสมทั้งค้าปลีก แหล่งท่องเที่ยว และความบันเทิง ซึ่งหมายถึงการสร้างประสบการณ์แบบใหม่ ที่ทำให้คนอยากเดินทางมาถึงที่นี่
แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ
สยามพิวรรธน์ทำอะไรที่คาดไม่ถึงตลอดมา
ซึ่งแต่ละโครงการไม่จำเป็นต้องทำโครงการหน้าตาเหมือนเดิม
นี่อาจเป็นคำอธิบายของการเป็น Game Changer
ไม่ว่าสยามพิวรรธน์จะไปที่ไหน
สถานที่นั้นจะสร้างคุณค่าให้ลูกค้า คู่ค้า รวมถึงชุมชนให้มีส่วนร่วม ได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
คุณชฎาทิพเป็นคนที่มองเห็นภาพโครงการสุดท้าย จากที่ดินเปล่า ได้ล้ำลึกกว่าใคร
จนอดสงสัยไม่ได้ว่าในหัวของเธอคิดอะไรอยู่บ้าง
ใครจะไปคิดว่า.. ที่ดินของสยามอินเตอร์คอนเดิม จะกลายมาเป็นสยามพารากอนที่เป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก ในรูปแบบนี้
ใครจะไปคิดว่า.. ที่ดินเปล่าริมฝั่งแม่น้ำด้านฝั่งธนบุรี ย่านเจริญนคร จะกลายมาเป็นไอคอนสยามที่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ทุกคนต้องมาถ้ามาเยือนกรุงเทพมหานคร
อดคิดไม่ได้ว่า ไอคอนภูเก็ต จะมีหน้าตาเป็นอย่างไรที่ทำให้ทุกคนประทับใจ
แน่นอนว่า ไอคอนภูเก็ตยังต้องพิสูจน์ความสำเร็จเมื่อเปิดดำเนินการจริง
แต่อย่างน้อยลงทุนแมนเชื่อว่า คุณชฎาทิพมีภาพนั้นในใจเรียบร้อยแล้ว และกำลังร่วมมือกับคู่ค้า ชุมชน ให้ช่วยกันสร้างภาพเหล่านั้นที่คิดไว้
ถ้าถามว่าในประเทศไทย
ผู้หญิงที่เก่งที่สุด ประสบความสำเร็จที่สุด ในใจลงทุนแมน คือใคร ?
หนึ่งในคำตอบที่แทบจะเป็นชื่อแรกเลย ก็คือ คุณชฎาทิพ
ผู้หญิงที่มองเห็นภาพสุดท้าย ตั้งแต่ที่ดินยังว่างเปล่า
และทำให้จุดหมายเหล่านั้น กลายเป็นของคนทั้งโลก..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon