
XPENG ส่งรถ EV ขึ้นรันเวย์ BIFW 2026 จับมือ VVON SUGUNNASIL เปลี่ยนสนามจากสงครามราคา สู่การขาย "รสนิยม" ให้ลูกค้า
XPENG Thailand ผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในเครือ Master Group Corporation (Asia) หรือ MGC-ASIA ทำ Co-Branding กับแบรนด์แฟชั่น VVON SUGUNNASIL ในชื่อ “VVON SUGUNNASIL presented by XPENG Thailand” บนเวที Bangkok International Fashion Week 2026 (BIFW 2026) ที่พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน



เป้าหมายคือวางภาพแบรนด์ใหม่ในฐานะ “Lifestyle & Tech-EV Company” และเข้าถึงลูกค้ากำลังซื้อสูงผ่านโลกแฟชั่น
ตลาด EV ไทยช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ส่วนใหญ่แข่งกันด้วยสเปก แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น และระยะวิ่งที่ไกลขึ้น จนสุดท้ายกลายเป็นสงครามราคาที่ปรับกันแทบทุกวัน
งานแสดงรถยนต์จึงเหลือเป็นเวทีเทียบตัวเลข ราคา และยอดขาย
ซึ่งทาง XPENG เลยเลือกออกไปเล่นในสนามอื่น
งานแสดงรถยนต์จึงเหลือเป็นเวทีเทียบตัวเลข ราคา และยอดขาย
ซึ่งทาง XPENG เลยเลือกออกไปเล่นในสนามอื่น
คุณอภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร XPENG Thailand มองว่าพฤติกรรมการซื้อรถเปลี่ยนไปมาก
สมัยก่อนรถยนต์เป็นสัญลักษณ์ของฐานะการเงิน คนตัดสินใจซื้อจากยี่ห้อ ราคา และการยอมรับจากสังคมเป็นหลัก
สมัยก่อนรถยนต์เป็นสัญลักษณ์ของฐานะการเงิน คนตัดสินใจซื้อจากยี่ห้อ ราคา และการยอมรับจากสังคมเป็นหลัก
ทุกวันนี้ลูกค้ากลุ่มกำลังซื้อสูง เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มั่นใจในการแต่งตัว และใช้ชีวิตตามรสนิยมของตัวเองโดยไม่ต้องรอให้ใครยอมรับ
"ภาพจำของ XPENG ในสายตาคนทั่วไปคือแบรนด์เทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก แต่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เรายึดถือเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เรียนรู้พฤติกรรมเพื่อสร้างฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ความสนุกและใช้งานง่าย การก้าวเข้าสู่รันเวย์แฟชั่น คือการสื่อสารตัวตนของเราผ่านไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่าย จับต้องได้ และตอบโจทย์คนที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง" — คุณอภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์
- เมื่อ “Different by Design” พบ “Design by Desire”
XPENG กับ VVON SUGUNNASIL มาจากคนละอุตสาหกรรม แต่มีปรัชญาการออกแบบคล้ายกัน ทั้งสองแบรนด์ทำงานสไตล์ “Premium Minimal” ที่เน้นความประณีต พิถีพิถัน เส้นโค้งที่ดูล้ำสมัย และยังใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง
ความร่วมมือนี้จึงช่วยย้ำตำแหน่งของ XPENG ในไทยว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมยุคใหม่ ที่สะท้อนอิสระ รสนิยม และความทันสมัย
ในเชิงกลยุทธ์ XPENG เรียกเรื่องนี้ว่า Strategic Positioning Shift คือการทำให้เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์รถยนต์ ซึ่งคนมักรู้สึกว่าซับซ้อนและไกลตัว กลายเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ง่ายผ่านประสาทสัมผัสและอารมณ์
โดย BIFW 2026 เปิดทางให้ XPENG เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่โชว์รูมรถยนต์เข้าถึงได้ยาก ได้แก่
- กลุ่ม Ultra-VIP
- ดีไซเนอร์
- อินฟลูเอนเซอร์
- นักธุรกิจระดับ Top-Tier
- กลุ่ม Ultra-VIP
- ดีไซเนอร์
- อินฟลูเอนเซอร์
- นักธุรกิจระดับ Top-Tier
บริษัทบอกว่านี่คือการผสาน Local Marketing เข้ากับ Global Playbook ที่ใช้แฟชั่นเป็นสะพานเชื่อมกับแบรนด์
และ XPENG วางแผนต่อยอดแรงบันดาลใจจากรันเวย์ ไปสู่ประสบการณ์ขับขี่และการเป็นเจ้าของรถจริง ผ่านเครือข่ายดีลเลอร์ทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “From Runway to Road” โดยมีหลักการสำคัญ
- เน้นยอดขายปลีก (Retail) มากกว่ายอดขายส่ง (Wholesale)
- นโยบาย One Price, One Condition ราคาเดียว เงื่อนไขเดียว เพื่อรักษามูลค่าแบรนด์และความแข็งแรงของดีลเลอร์
- ขยายศูนย์บริการ ให้ครบ 25 แห่งภายในไตรมาสแรก แล้วเพิ่มเป็นกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ
- XPENG Monitoring Center ระบบดูแลความปลอดภัยของรถลูกค้าแบบเรียลไทม์
- นโยบาย One Price, One Condition ราคาเดียว เงื่อนไขเดียว เพื่อรักษามูลค่าแบรนด์และความแข็งแรงของดีลเลอร์
- ขยายศูนย์บริการ ให้ครบ 25 แห่งภายในไตรมาสแรก แล้วเพิ่มเป็นกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ
- XPENG Monitoring Center ระบบดูแลความปลอดภัยของรถลูกค้าแบบเรียลไทม์
ในตลาดที่เพิ่งผ่านสงครามหั่นราคามาหนัก นโยบาย One Price, One Condition กับการไม่เร่งยัดยอดขายส่ง จึงเป็นสัญญาณชัดว่า XPENG ไม่อยากลงไปแข่งในเกมราคา
และในวันที่คู่แข่งยังแข่งกันว่าใครแบตใหญ่กว่า และใครลดราคาได้มากกว่า
XPENG กำลังเดิมพันว่าลูกค้ากระเป๋าหนักรุ่นใหม่ ไม่ได้มองหารถที่คุ้มที่สุด พวกเขาอยากได้รถที่บอกได้ว่า เจ้าของเป็นคนแบบไหน..
XPENG กำลังเดิมพันว่าลูกค้ากระเป๋าหนักรุ่นใหม่ ไม่ได้มองหารถที่คุ้มที่สุด พวกเขาอยากได้รถที่บอกได้ว่า เจ้าของเป็นคนแบบไหน..