10 บริษัทใหญ่สุดของเยอรมนี ไม่มีบริษัทรถยนต์อีกแล้ว

10 บริษัทใหญ่สุดของเยอรมนี ไม่มีบริษัทรถยนต์อีกแล้ว

10 บริษัทใหญ่สุดของเยอรมนี ไม่มีบริษัทรถยนต์อีกแล้ว /โดย ลงทุนแมน
ถ้าพูดถึงประเทศเยอรมนี สิ่งแรก ๆ ที่ทุกคนจะนึกถึง ก็คงหนีไม่พ้น “รถยนต์”

เพราะเยอรมนีคือบ้านเกิดของ Mercedes-Benz, BMW, Porsche และ Volkswagen และเป็นหนึ่งในประเทศที่สร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ จนมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก
แต่ถ้าเราลองจัดอันดับบริษัทเยอรมันตามมูลค่าตลาดในตอนนี้
กลับพบว่าใน 10 อันดับแรก ไม่มีบริษัทรถยนต์อีกต่อไปแล้ว..
เกิดอะไรขึ้นกับอุตสาหกรรมที่เคยเป็นความภาคภูมิใจของชาวเยอรมัน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
บริษัทเยอรมันที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุด 3 อันดับแรก ในเดือนตุลาคม ปี 2026 ประกอบไปด้วย
อันดับ 1 SAP บริษัทซอฟต์แวร์องค์กรรายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยมูลค่าบริษัท 8.1 ล้านล้านบาท
ตามมาด้วย Siemens ผู้สร้างเทคโนโลยีเบื้องหลังโรงงาน ระบบไฟฟ้า และรถไฟฟ้า ในอันดับ 2
อันดับ 3 คือ Allianz ยักษ์ใหญ่ด้านประกันภัยและการบริหารสินทรัพย์
และอันดับ 4 ถึงอันดับ 10 ก็ล้วนเป็นบริษัทสื่อสาร พลังงาน ชิป การเงิน ขนส่ง และบริษัทยา
ส่วนบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดของเยอรมนี คือ Porsche ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าอันดับที่ 19
เมื่อมองภาพรวมก็จะเห็นว่าน้ำหนักของอุตสาหกรรมยานยนต์ในตลาดทุน
กำลังถูกบริษัทจากอุตสาหกรรมใหม่ ๆ แซงหน้ามากขึ้น
เศรษฐกิจของเยอรมนีในวันนี้ ไม่ได้มีรถยนต์เป็นพระเอกอีกต่อไปแล้ว..
สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก จากรถยนต์สันดาปภายใน ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า
ในอดีต จุดแข็งของรถยนต์เยอรมัน คือเครื่องยนต์ วิศวกรรม และการผลิตที่มีความซับซ้อนสูง
แต่ในปัจจุบัน การเข้ามาของเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า
การแข่งขันในอุตสาหกรรม นอกจากวัดกันที่เครื่องยนต์ ยังวัดกันที่ต้นทุนแบตเตอรี่ ความเร็วในการพัฒนาซอฟต์แวร์ และความสามารถในการผลิตจำนวนมาก
ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ผลิตรถยนต์จีน สามารถสร้างความได้เปรียบขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้ข้อได้เปรียบที่ผู้ผลิตเยอรมันสั่งสมมานานจากเครื่องยนต์สันดาป
ไม่ได้มีน้ำหนักเท่าเดิมในโลกของรถยนต์ไฟฟ้า
รถยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อย ใช้เครื่องยนต์สันดาปน้อยลง และเปิดโอกาสให้บริษัทที่ไม่ได้มีประวัติยาวนานด้านเครื่องยนต์
ก้าวเข้ามาแข่งขันในสนามเดียวกันกับบริษัทอายุกว่า 100 ปี
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมันก็ต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูง ทั้งค่าแรง และต้นทุนพลังงานของยุโรป ที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง
ปัญหาจึงไม่ได้มีแค่รถยนต์แบบเก่าที่ไม่ตอบโจทย์
แต่ยังรวมไปถึงโครงสร้างต้นทุนเดิมเริ่มไม่เหมาะกับการแข่งขันในโลกใหม่
และสิ่งที่ตามมาคือ “การลดคน”
เมื่อยอดขายและกำไรไม่เติบโตตามต้นทุน บริษัทหลายแห่งจึงต้องเริ่มลดค่าใช้จ่าย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมันหลายรายประกาศมาตรการลดต้นทุน ปรับโครงสร้างโรงงาน และลดจำนวนพนักงานลง
Volkswagen ถึงขั้นประกาศแผนลดต้นทุนครั้งใหญ่ พร้อมการปรับลดกำลังการผลิตและจำนวนพนักงานในเยอรมนี ซึ่งคาดว่าอาจถึง 100,000 คน
เช่นเดียวกับ Mercedes-Benz และ BMW ก็เดินหน้าลดต้นทุนเช่นกัน
เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของอุตสาหกรรมทั้งระบบ
โรงงานที่เคยต้องใช้คนจำนวนมาก ก็ใช้คนลดลงเมื่อระบบ Automation เพิ่มขึ้น
ซัปพลายเออร์ที่เคยผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ อาจต้องหาตลาดใหม่
และแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์สันดาป ก็อาจต้องปรับเปลี่ยนทักษะ
เรื่องรถยนต์ของเยอรมนี จึงเชื่อมโยงไปถึงโรงงาน แรงงาน ซัปพลายเออร์ และเศรษฐกิจของทั้งประเทศ
แล้วอนาคตของเยอรมนีจะเดินไปทางไหน ?
สิ่งที่น่าสนใจคือ เยอรมนีอาจไม่ได้กำลังทิ้งภาคอุตสาหกรรม
และกำลังพยายามเปลี่ยนจากการเป็นประเทศที่เก่งในการผลิตสินค้าปลายทาง
ไปสู่ประเทศที่เก่งในการสร้างเทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมเหล่านั้น
ดูได้จากบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุด 10 อันดับแรก
SAP อยู่ในโลกของ Cloud และ AI
Siemens กำลังเติบโตไปกับ Automation และ Digitalization
Infineon อยู่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์​
Siemens Energy อยู่ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
Merck อยู่ในวงการเภสัชกรรม
ดังนั้น อุตสาหกรรมที่น่าจับตาของเยอรมนีในอนาคต อาจเป็น AI ซอฟต์แวร์ เซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ระบบ Automation ในโรงงาน ไปจนถึงอุตสาหกรรมยา
ซึ่งทั้งหมดล้วนมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกัน
คือเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ระบบอัตโนมัติ และการผลิตที่มีความซับซ้อนสูง ที่เยอรมนีสั่งสมมานาน มาต่อยอดกับเทคโนโลยีใหม่ได้
และนี่อาจเป็นก้าวต่อไปที่น่าสนใจของเศรษฐกิจเยอรมนี
เพราะในวันที่อุตสาหกรรมที่เคยเป็นพระเอกของประเทศ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่
10 บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดของประเทศ
กลับกำลังขายสิ่งที่อยู่เบื้องหลังโรงงาน รถยนต์ และเศรษฐกิจยุคใหม่
ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ ชิป เครื่องจักร ระบบพลังงาน หรือโครงสร้างพื้นฐาน
อนาคตของเยอรมนีต่อจากนี้
เลยเป็นมากกว่าคำถามที่ว่า เยอรมนี จะสร้างรถยนต์ให้เก่งกว่าเดิมได้อย่างไร ?
แต่เป็นคำถามว่า พวกเขาจะสร้างเทคโนโลยีอะไร ที่ทำให้โลกยังต้องใช้สินค้าเยอรมัน..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon