รัฐบาล เล็งทบทวนกติกาแพลตฟอร์ม จับตา “อัลกอริทึม” จัดอันดับสินค้า หลัง SME เสียเปรียบเจ้าใหญ่ทุนหนา

รัฐบาล เล็งทบทวนกติกาแพลตฟอร์ม จับตา “อัลกอริทึม” จัดอันดับสินค้า หลัง SME เสียเปรียบเจ้าใหญ่ทุนหนา

รัฐบาลกำลังขยับจากการแก้ปัญหาต้นทุน ของ SME ไปสู่โจทย์ที่ใหญ่กว่า คือ "การมองเห็น" บนแพลตฟอร์มออนไลน์
โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุมร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงดิจิทัลฯ, ETDA, สคบ., กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อศึกษาแนวทางสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
ประเด็นหลักอยู่ที่ระบบอัลกอริทึม ที่ใช้จัดอันดับและแนะนำสินค้า ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าผู้บริโภคจะเห็นสินค้าของใคร
ที่ผ่านมา รัฐบาลแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมทางการค้าให้ SME มาแล้ว 2 เรื่องหลัก
- ระยะเวลาชำระเงิน (Credit Term) ที่ทำให้ SME ต้องรอรับเงินจากคู่ค้ารายใหญ่นาน
- ค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์ม หรือค่า GP ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของรายย่อย
ทั้งสองเรื่องใช้กลไกของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล
แต่เมื่อติดตามปัญหาลึกลงไป รัฐบาลพบว่าการแข่งขันในโลกออนไลน์ซับซ้อนกว่าเรื่องต้นทุน
เพราะทุกวันนี้ผู้ขายต้องใช้เงินซื้อการมองเห็นกันอย่างแพร่หลาย ผู้ประกอบการที่มีทุนมากจึงได้เปรียบ ขณะที่ SME งบจำกัด ต้องแบกต้นทุนเพิ่มเพื่อให้ยังแข่งขันได้
"ที่ผ่านมาเราพยายามแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจของ SME ทั้งเรื่อง Credit Term และค่า GP 
แต่เมื่อมองลึกลงไปในระบบการค้าออนไลน์ จะเห็นว่าการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพและราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว การที่ผู้บริโภคจะมองเห็นสินค้าของใครก็มีความสำคัญเช่นกัน" ศุภจีกล่าว
และย้ำว่า การซื้อโฆษณาและการส่งเสริมการขาย ถือเป็นกลไกธุรกิจปกติ และช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
สิ่งที่รัฐจะพิจารณา คือความโปร่งใสของหลักเกณฑ์การจัดอันดับและแนะนำสินค้า รวมถึงเงื่อนไขการค้าที่อาจทำให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มเสียเปรียบ หรือมีต้นทุนสูงเกินจำเป็น
โดยเฉพาะในตลาดที่แพลตฟอร์มรายใหญ่เป็นตัวกลางสำคัญระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
ในระหว่างนี้ รัฐบาลได้ขอความร่วมมือจาก Shopee, Lazada และ TikTok ให้ช่วยบรรเทาภาระค่าธรรมเนียมของ SME
ซึ่งทั้ง 3 แพลตฟอร์มได้ตอบรับแนวทางการปรับลดค่าธรรมเนียมแล้ว
แต่รัฐบาลมองว่าการลดต้นทุนอย่างเดียวยังไม่พอ จึงต้องดูโครงสร้างการแข่งขันบนแพลตฟอร์มในภาพรวมควบคู่กันไป
โดยที่ประชุมเห็นว่า จำเป็นต้องทบทวนกฎหมายและกลไกกำกับดูแล ว่ายังรองรับรูปแบบธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วได้มากแค่ไหน พร้อมศึกษาประสบการณ์จากต่างประเทศมาปรับใช้กับบริบทไทย
นางศุภจี จึงมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, กระทรวงดิจิทัลฯ, สำนักงาน กขค., สคบ., กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการคลัง ร่วมกันศึกษาข้อจำกัดของกฎหมายที่มีอยู่ และหาแนวทางกำกับการแข่งขันในยุคดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
"สิ่งสำคัญคือต้องสร้างกติกาที่ทำให้ผู้ประกอบการทุกขนาด มีโอกาสแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะ SME ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและอำนาจต่อรอง 
ขณะเดียวกันก็ต้องไม่สร้างอุปสรรคต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภาคเอกชน"  
สรุปแล้ว รัฐบาลกำลังขยายขอบเขตการดูแล SME จากเรื่องเงิน ไปสู่เรื่องโอกาสในการถูกมองเห็น ผ่านระบบอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะแพลตฟอร์มรายใหญ่จากต่างประเทศ
โจทย์ตอนนี้ เลยอยู่ที่ว่า กติกาใหม่จะหาจุดสมดุลได้อย่างไร ระหว่างการเปิดพื้นที่ให้ร้านเล็ก กับการไม่ไปขวางนวัตกรรมของแพลตฟอร์ม
เพราะในโลกออนไลน์ สินค้าที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่สินค้าที่ขายได้มากที่สุด ถ้าไม่มีใครมองเห็น..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon