สรุปวิธีใช้เครื่องมือคำนวณเครดิตภาษี สำหรับคนลงทุนนอก ของกรมสรรพากร อ่านจบ ใช้เป็นเลย

สรุปวิธีใช้เครื่องมือคำนวณเครดิตภาษี สำหรับคนลงทุนนอก ของกรมสรรพากร อ่านจบ ใช้เป็นเลย

ถ้าใครมีหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในพอร์ต แล้วเคยได้เงินปันผลมา ถ้าดูตรงรายการธุรกรรม หรือ Transaction จะเห็น 2 ตัวเลขคือ จำนวนเงินปันผล กับภาษี หัก ณ ที่จ่าย
นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่เราได้เงินปันผล จะถูกหักภาษีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งภาษีที่ถูกหักไปแล้ว สามารถนำกลับมาเป็นเครดิตเพื่อลดภาษีในไทยได้
ทางกรมสรรพากรจึงพัฒนาเว็บไซต์คำนวณเครดิตภาษีสำหรับคนลงทุนนอก แล้วใช้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าเรานำเงินปันผลจากต่างประเทศกลับเข้าไทย ปกติเงินก้อนนี้จะถูกเก็บภาษีซ้ำซ้อน หรือพูดง่าย ๆ ว่าโดนภาษี 2 รอบ โดยรอบแรกโดนจากประเทศต้นทาง ขณะที่รอบที่ 2 โดนจากไทย 
เพื่อไม่ให้คนเสียภาษีซ้ำ ไทยจึงทำอนุสัญญาภาษีซ้อน หรือ DTA กับประเทศต่าง ๆ ถึง 61 ประเทศ จะได้สามารถนำภาษีที่จ่ายในต่างประเทศ มาหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายในไทย
สิ่งนี้เองที่เรียกว่าเครดิตภาษี 
แต่ทั้งนี้จะใช้สิทธิได้ ต้องเข้าเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อคือ
1. อยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วันในปีนั้น
2. เงินได้มาจากประเทศที่มี DTA กับไทย เช่น สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์
3. จ่ายภาษีในประเทศนั้นไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม คนไทยส่วนใหญ่ก็น่าจะเข้าเงื่อนไขทั้งหมด เลยมาดูวิธีการใช้งานเว็บไซต์กันดีกว่า
ในเว็บไซต์คำนวณเครดิตภาษีลงทุนนอก จะมีทั้งหมด 2 ส่วน ที่เราต้องกรอกข้อมูล โดยเริ่มที่
1. ข้อมูลเงินได้พึงประเมินที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
เราจะต้องกรอกข้อมูลตั้งแต่ (A) - (F) ซึ่งเงินปันผลหรือส่วนต่างจากกำไรที่ได้จากการลงทุน จะถือเป็นเงินได้ประเภท 40(4)
ส่วนจำนวนเงินใส่เป็นสกุลบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่นำเงินเข้าไทยหรือแลกเป็นบาท
ข้อมูลที่หลายคนน่าจะสับสนคือ จำนวนเงินได้ในต่างประเทศ (D) และจำนวนเงินได้ในต่างประเทศที่นำเข้ามาในประเทศ (F)
ถ้าเป็นกรณีที่ได้กำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้น เราจะไม่สับสน 
แต่ถ้าเป็นเงินปันผล ตรง (D) เราจะต้องใส่จำนวนเงินปันผลที่ได้ก่อนหักภาษี 
ขณะที่ (F) เงินปันผลที่เรานำกลับเข้าไทย ต้องคิดในรูปแบบมูลค่าก่อนหักภาษีด้วย เช่น
เราได้เงินปันผลหุ้น A เข้าบัญชี 850 ดอลลาร์สหรัฐ ภาษีหักไปแล้ว 150 ดอลลาร์สหรัฐ แล้วนำเงินกลับไทยเต็มจำนวน
พอเวลากรอกข้อมูลในเว็บไซต์ สมมติว่านำกลับมาวันที่อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 33 บาท
(D) = (850 + 150) x 33 = 33,000 บาท
(F) = (850 + 150) x 33 = 33,000 บาท
เหตุผลที่ต้องใส่เต็มจำนวน เพราะเงินได้พึงประเมินคือ ยอดเงินได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย 
ทั้งนี้รายงานปันผลของแต่ละแอปการลงทุน จะมีบอกจำนวนเงินปันผลก่อนหักภาษี แยกกับภาษีที่ถูกหักไว้ให้อยู่แล้ว
2. ข้อมูลเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมาคำนวณเครดิตภาษี
จะมีให้กรอกข้อมูล 2 อย่างคือ เงินได้พึงประเมินในประเทศไทย (J) และภาษีที่ต้องชำระในประเทศไทย (L)
โดย (J) คือ เงินที่เรานำมาคำนวณเพื่อจ่ายภาษีเป็นปกติอยู่แล้ว
ส่วน (L) คือ เราต้องนำเงินได้พึงประเมินในต่างประเทศที่นำเข้ามา มาคำนวณรวมด้วย โดยจะเอาข้อมูลจากแบบ ภ.ง.ด.90 ก็ได้
พอใส่ข้อมูลทั้งหมด เราก็จะได้เครดิตภาษีแล้ว
โดยเครดิตภาษีที่เราได้นั้นจะขึ้นอยู่กับ จำนวนภาษีชำระไว้ในต่างประเทศสำหรับเงินได้ที่นำเข้ามา (O) และเครดิตภาษีที่คำนวณได้จากเพดานเครดิตภาษี (P)
ซึ่งตัวเลขอันไหนน้อยกว่า อันนั้นเองที่จะเป็นเครดิตภาษี
สรุปแล้ว การนำเงินปันผลหรือกำไรจากการลงทุนต่างประเทศกลับเข้าไทย อาจจะมีเงื่อนไขทางภาษีที่ต้องทำความเข้าใจ
แต่ก็แลกกับการได้ประโยชน์จากอนุสัญญาภาษีซ้อน ช่วยให้เราไม่ต้องแบกรับภาระภาษีซ้ำซ้อนจนเกินไป 
ใครที่มีเงินได้จากต่างประเทศตามเงื่อนไข ลองนำไปคำนวณกันดู จะได้รักษาสิทธิประโยชน์ของเราไว้ให้ได้มากที่สุด..
คำนวณเครดิตภาษีได้เลยที่ https://dmytaxsurvey.rd.go.th/taxcalculator/foreign/form
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon