
Dell แต่ก่อนขายคอม ตอนนี้ทำอะไร ? ทำไมรวยกว่า Jensen Huang
รู้ไหมว่าตอนนี้ Michael Dell เจ้าของธุรกิจประกอบตู้เซิร์ฟเวอร์รวยกว่า Jensen Huang ซีอีโอ NVIDIA ที่ทำธุรกิจออกแบบชิป AI เสียอีก
ถ้ามาดูที่ความมั่งคั่งสุทธิตอนนี้
- Jensen Huang มีความมั่งคั่งสุทธิ 5.7 ล้านล้านบาท รวยสุดอันดับ 9 ของโลก
- Michael Dell มีความมั่งคั่งสุทธิ 7.6 ล้านล้านบาท รวยสุดอันดับ 5 ของโลก
มูลค่าต่างกันอยู่ 1.9 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว
แล้ว Michael Dell เจ้าของบริษัทที่เราคุ้นชื่อว่าขายคอมพิวเตอร์
มาถึงจุดที่รวยแซงซีอีโอบริษัท AI ใหญ่สุดของโลกได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเปลี่ยนของ Dell เริ่มจากตอนที่ธุรกิจผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของบริษัทเสียแชมป์ให้กับคู่แข่งอย่าง HP
วิกฤติในตอนนั้นทำให้ Michael Dell ต้องกลับมาบริหารอีกครั้ง หลังจากวางมือไปแล้ว
โดยสิ่งที่ Michael Dell ทำก็คือ ให้บริษัทเบนเข็มมาโฟกัสธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลหรือเซิร์ฟเวอร์
เขามองว่าธุรกิจนี้ จะเป็นเทรนด์ในอนาคต เพราะโลกจะเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Data Age และต้องหันมาลงทุนกับ Data Center
Michael Dell เลยต่อยอดธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ที่มีอยู่แล้ว ด้วยการซื้อกิจการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งขึ้นอีก
กิจการที่ Michael Dell ตัดสินใจซื้อไปด้วยเงิน 2.5 ล้านล้านบาท ก็คือ EMC Corporation ที่ทำธุรกิจออกแบบและประกอบตู้เซิร์ฟเวอร์สำหรับจัดเก็บข้อมูล และให้บริการเช่าผ่านคลาวด์ตามการใช้งาน
ตัดภาพมาปัจจุบัน ก็ต้องบอกว่า Michael Dell คิดถูก เพราะสิ่งที่เขาเคยคาดการณ์และลงมือทำไป กำลังออกดอกออกผลจริงอยู่ในตอนนี้
ทั้ง Data Center และเทรนด์ AI ที่ไม่ว่าบริษัทเล็กหรือใหญ่ ก็ต้องใช้กันทั้งสิ้น
ตัวอย่างของเรื่องนี้ดูได้จาก Meta บริษัทที่ทำกำไรได้ปีละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท แต่ล่าสุดก็ยังออกหุ้นเพิ่มทุน เพื่อหวังว่าจะพัฒนา AI ให้เร็วที่สุด แล้วเอาชนะคู่แข่ง
และแน่นอนว่า ธุรกิจใหม่ของ Dell ในตอนนี้มีสัดส่วนรายได้แซงธุรกิจผลิตคอมพิวเตอร์ไปเรียบร้อยแล้ว..
สัดส่วนรายได้ของ Dell ตอนปี 2013
- คอมพิวเตอร์ PC และโน้ตบุ๊ก สัดส่วน 50%
- ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เช่น จอคอมพิวเตอร์ สัดส่วน 16%
- บริการ เช่น ประกัน สัดส่วน 15%
- อื่น ๆ สัดส่วน 19%
สัดส่วนรายได้ของ Dell ตอนปี 2026
- ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน Data Center เช่น เซิร์ฟเวอร์ สัดส่วน 54%
- ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ เช่น คอมพิวเตอร์ สัดส่วน 45%
- อื่น ๆ สัดส่วน 1%
จะเห็นว่า รายได้กว่าครึ่งในปัจจุบัน ก็คือหมวด Data Center
ต่อไปลองมาดูรายได้และกำไรล่าสุดของ Dell กันบ้าง
- ปี 2024 รายได้ 3,000,000 ล้านบาท กำไร 114,000 ล้านบาท
- ปี 2025 รายได้ 3,200,000 ล้านบาท กำไร 155,000 ล้านบาท
- ปี 2026 รายได้ 3,800,000 ล้านบาท กำไร 201,000 ล้านบาท
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ไม่ใช่แค่บริษัทที่เติบโต
แต่เจ้าของที่สร้างมันมา อย่าง Michael Dell ก็รวยแซงหน้า Jensen Huang ไปแล้ว
แล้วคนทำธุรกิจปลายน้ำของฮาร์ดแวร์ AI อย่างธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ กลับรวยแซงธุรกิจต้นน้ำ ที่มีแต่เทคโนโลยีล้ำหน้า และอยู่บนหน้าสื่อตลอดอย่าง NVIDIA ได้อย่างไร ?
จุดตัดของเรื่องนี้ก็คือ การเริ่มธุรกิจด้วยตัวเอง กับเริ่มแบบหลายคน
Michael Dell เริ่มธุรกิจผลิตคอมพิวเตอร์ขายด้วยตัวเอง ทำให้หลัง IPO เข้าตลาดไปแล้ว Michael Dell ก็ยังมีสัดส่วนหุ้นในบริษัทสูงถึงราว 73% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
ก่อนที่เขาจะทยอยขายหุ้นออกมาเรื่อย ๆ แล้วนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น จนสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 14%
จนในตอนที่บริษัทเผชิญปัญหาเรื่องคู่แข่ง ทำให้ Michael Dell ต้องกลับมาบริหารเอง และซื้อบริษัทออกจากตลาดร่วมกับ Silver Lake กองทุน Private Equity ทำให้ Michael Dell รีเซตสัดส่วนความเป็นเจ้าของตัวเองให้กลับมาสูงอีกครั้ง
หรือสรุปก็คือ ช็อตแรก Michael Dell ทยอยขายหุ้นได้เงินสดมาลงทุนอย่างอื่นเรื่อย ๆ จนมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น
ส่วนช็อตที่สอง Michael Dell ซื้อบริษัทกลับมาบริหารเอง จนความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นตามมูลค่าบริษัท
ส่วน Jensen Huang นั้น เริ่มต้นธุรกิจกับผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คน อย่าง Chris Malachowsky และ Curtis Priem
และระหว่างทางยังมีการเพิ่มทุนจากนักลงทุน VC หลายราย ซึ่งการเพิ่มทุนระหว่างทางนี้ ก็ทำให้สัดส่วนความเป็นเจ้าของของ Jensen Huang ลดลง
ส่วนช็อตสำคัญที่ทำให้ความเป็นเจ้าของของ Jensen Huang ลดลงมาเรื่อย ๆ ก็คือ การทยอยให้หุ้นพนักงานเป็นแพ็กเกจตอบแทนหลังบริษัทเข้า IPO
การแจกหุ้นนี้ ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ Jensen Huang ลดลงมาเรื่อย ๆ จาก 9.9% มาเป็น 3.6% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
ตัดภาพมาที่ตอนนี้
- NVIDIA มีมูลค่าบริษัทประมาณ 173.8 ล้านล้านบาท
Jensen Huang ถือหุ้น NVIDIA อยู่แค่ 3.4% ของหุ้นทั้งหมด
คิดเป็นมูลค่า 5.85 ล้านล้านบาท
- Dell มีมูลค่าบริษัทประมาณ 10.2 ล้านล้านบาท
Michael Dell ถือหุ้น Dell อยู่ทั้งหมด 41%
คิดเป็นมูลค่า 4.17 ล้านล้านบาท
แม้มูลค่าบริษัทของ Dell จะคิดเป็นแค่ 6% ของ NVIDIA
แต่ด้วยสัดส่วนหุ้นของ Michael Dell บวกกับสินทรัพย์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
แต่ด้วยสัดส่วนหุ้นของ Michael Dell บวกกับสินทรัพย์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- DFO Management ที่เป็น Family Office ของ Michael Dell ที่ลงทุนในสินทรัพย์อื่น อย่างหุ้น Dell และหุ้นบริษัทอื่น ๆ
- หุ้น Broadcom ที่ทำธุรกิจผลิตชิปเฉพาะทาง ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท 55.4 ล้านล้านบาท
- ไปจนถึงหุ้นในธุรกิจต่าง ๆ
ทั้งหมดนี้ ก็ทำให้ Michael Dell รวยแซงหน้า Jensen Huang ไปแล้วนั่นเอง..