เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นกลุ่ม Cosmetics

เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นกลุ่ม Cosmetics

20 ก.ค. 2018
เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นกลุ่ม Cosmetics / โดย ลงทุนแมน
หลังจากช่วงเวลาสดใสของตลาดหุ้นไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
ตลาดหุ้นไทยก็ได้ปรับตัวลดลง
จากจุดสูงสุดที่ระดับ 1,800 จุดในช่วงต้นปีนี้
มาอยู่ที่ราว 1,600 จุดในเดือนกรกฎาคม
หรือลดลง 11% ในเวลาครึ่งปี
อย่างไรก็ตาม หุ้นบางกลุ่มนั้นกลับปรับตัวลงแรงกว่าค่าเฉลี่ย
โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยเป็นหุ้นยอดนิยมอย่างกลุ่ม “เครื่องสำอาง” (Cosmetics)
เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นที่เคยเป็นดาวเด่นเหล่านี้?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปในช่วงก่อนการปรับตัวลงของตลาดหุ้น
ในช่วงที่ผ่านมานั้น หุ้นดาวเด่นในกลุ่มความงาม กำลังได้รับความนิยม
ผู้บริหารแต่ละบริษัทมีการคาดการณ์ว่า อนาคตของธุรกิจความงามนั้นมีโอกาสเติบโตในระดับที่สูงมาก
หลักๆ มาจากการขยายสาขาในประเทศ และการเปิดตลาดต่างประเทศ
โดยเฉพาะใน “ประเทศจีน”
หุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ก็คือ BEAUTY รายงานกำไรในปี 2017 อยู่ที่ 1,229 ล้านบาท เติบโตจากปี 2016 ที่ราว 656 ล้านบาท หรือมากกว่า 87%
ถ้าให้วัดกันที่กำไร บริษัท BEAUTY เป็นบริษัทเครื่องสำอางที่มีกำไรมากสุดเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศเป็นรองเพียงแค่ มิสทิน ที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
ความเห็นนักวิเคราะห์เป็นอย่างไร?
บทวิเคราะห์หลายสำนัก มีการประมาณราคาเป้าหมายโดยอิงอยู่บนการเติบโตในระดับ 20-50% ต่อปี ในช่วงหลายปีต่อจากนี้ เช่นเดียวกับที่บริษัทเหล่านี้ทำได้ในช่วงที่ผ่านมา
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้หุ้นปรับตัวขึ้นไปซื้อขายกันในระดับที่เรียกได้ว่า สูงเป็นประวัติการณ์
จนกระทั่งตลาดหุ้นเริ่มทดสอบครั้งใหญ่
ตลาดหุ้นเริ่มมีการปรับฐานในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประกอบกับข่าวไม่ดีสำหรับวงการเครื่องสำอาง
มีการกวาดล้างเครื่องสำอางปลอม และไม่ได้มาตรฐานครั้งใหญ่จากทาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เช่น กรณีของ เมจิกสกิน
ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ธุรกิจเครื่องสำอางอื่นๆ จะได้รับผลกระทบ
ยอดขายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศจีนไม่เป็นไปตามที่หลายคนคาดหวังไว้ ทั้งหมดสะท้อนออกมาในรูปของความผิดหวัง
เมื่อความผิดหวังมาเยือน ราคาหุ้นก็กลับตัวอย่างรวดเร็ว
จากหุ้นในฝัน กลายเป็นหุ้นที่หลายคนตีตราว่าเป็นหุ้นที่ทำให้พวกเขาขาดทุน
จริงๆ แล้วก็ตอบได้ยากว่า เป็นความผิดที่ตัวบริษัท หรือ เป็นความผิดที่การคาดหวังของเราเอง
บริษัทอาจจะทำได้ดีแล้ว แต่ยังไม่ดีพอเท่าที่หลายคนคาดหวังไว้
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การคาดหวังที่สูง ย่อมตามมาด้วย การยอมรับความผิดพลาดได้น้อยลง
เมื่อนักลงทุนลงความเห็นว่าบริษัทจะเติบโต พวกเขาก็จะเข้าไปไล่ซื้อหุ้นเหล่านั้นส่งผลให้ราคาหุ้น ทะยานขึ้นไปรับกับความคาดหวังนั้น
อย่างไรก็ตามอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่จะคาดเดา
เนื่องจากการซื้อหุ้นนั้นมิใช่การซื้ออดีต แต่เป็นการซื้ออนาคตของบริษัท
หลายคนยังเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต จะต้องเกิดขึ้นต่อเนื่องไปในอนาคต
แต่จริงๆ แล้วบางที อนาคต ก็อาจจะไม่ต้องเหมือนในอดีต เสมอไป..
----------------------
ในอดีตบทความเรามีแต่ในเว็บ ปัจจุบันเรามีแอปแล้ว อ่านบทความแบบเรียลไทม์ได้ที่แอปพลิเคชันลงทุนแมน โหลดฟรีทั้ง iOS และ android www.blockdit.com/app.
หนังสือลงทุนแมนให้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-4.0 หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
.
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
.
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
.
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
----------------------
Reference
-set.or.th
-settrade.com
-https://www.springnews.co.th/view/245415
[8508].
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.