SPONSORED

ทำไมบางบริษัท ขาดทุนติดต่อกันหลายปี แต่ยังทำธุรกิจต่อไปได้

เราคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า บริษัทที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในปีแรก ๆ ถ้าอยากเติบโตเร็ว ก็ต้องแลกกับการไม่มีกำไร ตัวอย่างบริษัทใกล้ตัวเรา ก็อย่างเช่น ธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada, Shopee หรือบริษัทที่ให้บริการฟูดดิลิเวอรี อย่าง Grab, Foodpanda บริษัทที่ว่ามาเหล่านี้ขาดทุนติดต่อกันมาแล้วหลายปี แต่จำนวนผู้ใช้งานและรายได้ ก็กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นกัน หรือหากเราลองดูจากบริษัทชื่อดังระดับโลกหลายบริษัท ก็จะพบว่า หลายบริษัทต้องใช้เวลาหลายปีเลยทีเดียวกว่าจะมีกำไร เช่น - Facebook ใช้เวลา 5 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจึงจะสามารถทำกำไรได้ - Amazon.com ใช้เวลา 7 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจึงจะสามารถทำกำไรได้
5 ส.ค. 2021

K-USXNDQ-A กองทุนอิงดัชนีหุ้นเทคโนโลยี Nasdaq ที่กำลังทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

รู้หรือไม่ว่า Nasdaq คือดัชนีที่เป็นตัวแทนของบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Amazon.com, Apple, Google หรือ Facebook ซึ่งหุ้นทุกตัวที่กล่าวมา ล้วนเป็นหนึ่งในหุ้นที่ถือโดยกองทุน K-USXNDQ-A ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset) โดยจากวิกฤติโควิด 19 ที่ผ่านมา ธุรกิจส่วนมากต้องปิดตัวลงไป คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเดินทางหรือทำธุรกรรมเหมือนเดิมได้ แต่มีอุตสาหกรรมหนึ่งที่สร้างผลตอบแทนได้ดีแม้ในช่วงวิกฤติโควิด 19 นั่นก็คือ อุตสาหกรรมเทคโนโลยี จากผลประกอบการ 1 ปีที่ผ่านมา กำไรของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี อย่างเช่น FANGMAN ได้เติบโตขึ้นอย่างมาก
28 มิ.ย. 2021

มุมมองต่อความล้มเหลว ของบริษัทระดับโลก เป็นแบบไหน ?

ความล้มเหลวและความกลัวที่จะผิดพลาด มักจะเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนกลัว เพราะกลัวว่าจะต้องสูญเสียทั้งเงินและทรัพยากรไปอย่างมหาศาล แต่ในบางครั้งการที่จะริเริ่มสร้างนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ ออกมา ก็มักจะต้องเริ่มจากศูนย์ จากการที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน และต้องแลกมาด้วยการผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกบริษัท ไม่เว้นแม้กระทั่งบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แล้วบริษัทที่ประสบความสำเร็จระดับโลก มีมุมมองต่อความล้มเหลวอย่างไร ?
28 มิ.ย. 2021
SPONSORED

Walmart และ Target ค้าปลีกดั้งเดิม เติบโตไม่แพ้ Amazon

แม้ว่ายอดขายจากช่องทางค้าปลีกทั้งหมด ในสหรัฐอเมริกาจะมาจากทางออนไลน์เพียง 14% แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของอีคอมเมิร์ซก็ได้ เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งธุรกรรมค้าปลีกมาโดยตลอด ยิ่งในช่วงโรคระบาด ที่คล้ายกับบังคับให้คนหันมาซื้อของทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้หลายคนอาจจะคิดว่าผู้ที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ก็น่าจะเป็นบริษัท Amazon ที่เป็นผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและของโลก แต่จริง ๆ แล้ว ร้านค้าปลีกดั้งเดิม โดยเฉพาะ Target และ Walmart กลับได้รับผลประโยชน์จากวิกฤติโรคระบาดไม่แพ้กัน เพราะอะไร ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
2 มิ.ย. 2021
© 2021 Longtunman. All rights reserved.