ผู้สนับสนุน.. ข้อดีของกองทุน LTF ที่จ่ายปันผลสูง

ผู้สนับสนุน.. ข้อดีของกองทุน LTF ที่จ่ายปันผลสูง

21 พ.ย. 2018
ผู้สนับสนุน..
ข้อดีของกองทุน LTF ที่จ่ายปันผลสูง / โดย ลงทุนแมน
“ใกล้สิ้นปีแล้ว ใครซื้อ LTF RMF แล้วบ้าง”
เป็นคำถามที่เรามักจะได้ยินจาก
เพื่อนรอบๆตัวของเราอยู่บ่อยครั้ง
แต่เราเคยทราบเหตุผลจริงๆหรือไม่ ว่าทำไมทุกคนนิยมที่จะลงทุนใน LTF RMF
มันมีข้อดีอย่างไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เชื่อหรือไม่ว่า พอใกล้จะสิ้นปีแล้ว จะมีอยู่หนึ่งเรื่องที่คนไทยโดยเฉพาะคนวัยทำงานที่จะต้องคิดถึงอยู่เสมอ
นั่นก็คือการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ลดหย่อนภาษี
เพราะเมื่อเราทำงานได้รายได้ในรอบปี เราก็จะต้องเสียภาษี และโอกาสสุดท้ายที่จะลดหย่อนภาษีได้ ก็คือการซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในช่วงท้ายของปี
ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของคนไทยก็คือ การซื้อกองทุน LTF หรือ RMF
แล้วกองทุน LTF และ RMF สามารถลดภาษีให้เราได้มากแค่ไหน?
เมื่อซื้อ LTF หรือ RMF เราจะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขดังนี้
จำนวนเงินลงทุนสูงสุดต่อปีของ LTF ไม่เกิน 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และต้องไม่เกิน 500,000 บาท
จำนวนเงินลงทุนสูงสุดต่อปีของ RMF ไม่เกิน 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี
และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
และส่วนที่เราซื้อเกินจะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น
สมมติว่า เรามีรายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 600,000 บาท
หลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วมีเงินได้สุทธิอยู่ที่ 440,000 บาท
เราจะต้องเสียภาษีที่ 21,500 บาท
แต่ถ้าเราซื้อ LTF และ RMF ตามเงื่อนไขเพื่อลดภาษีคือไม่เกินประเภทละ 15%
ซึ่งก็คือการซื้อสูงสุดกองทุนละ 90,000 บาท
หลังการซื้อ LTF และ RMF เต็มจำนวนจะทำให้เราเสียภาษี 5,500 บาท ลดลงไปมากถึง 16,000 บาท
หรือลองคำนวณภาษีและจำนวนที่ลงทุน LTF และ RMF ของเราได้ง่ายๆ ที่ https://bit.ly/2qT3d8F
อย่างไรก็ตาม การซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีเองก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะกองทุนที่เราซื้อจะนำเงินไปลงทุน ซึ่งการลงทุนเองก็ไม่ได้หมายความว่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับเราได้เสมอไป
เพราะขึ้นชื่อว่า “การลงทุน” ตามมาด้วยความเสี่ยงเสมอ
นั่นหมายความว่า การซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี เราก็จำเป็นที่จะต้องเลือกกองทุนที่มีผลการดำเนินงานที่ดีในระยะยาว เพื่อที่จะไม่ให้มูลค่าเงินลงทุนของเราลดลง
แล้วด้วยในสภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนแบบนี้ กองทุนแบบไหนถึงจะน่าสนใจ?
การที่ตลาดหุ้นผันผวน ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เศรษฐกิจทั่วโลก สถานการณ์บ้านเมือง หรือแม้แต่ภัยธรรมชาติ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ หลายๆครั้งเองไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องทุกครั้ง
เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน การมองหากองทุนที่ลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่และมีพื้นฐานดีจึงเป็นทางออกที่ดี
แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองทุน LTF หรือ RMF เองก็ยังมีข้อจำกัดสำคัญอยู่ ซึ่งก็คือ ระยะเวลาในการลงทุน
สำหรับ LTF เราจะต้องถือหน่วยการลงทุนจนครบระยะเวลา 7 ปีปฏิทินจึงจะสามารถถอนออกมาได้
ส่วน RMF เราจะต้องถือหน่วยการลงทุนต่อเนื่อง 5 ปีจนถึงอายุ 55 ปีจึงจะสามารถถอนออกมาได้
แปลว่า เงินที่เราซื้อกองทุนจะไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้เลย ซึ่งระหว่างนั้นเองเราก็จะไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ จนกระทั่งครบระยะเวลาแล้วเราขายหน่วยลงทุนออกไป
แล้วจะมีกองทุนไหน? ที่การลงทุนที่มีโอกาสจะได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอเข้าบัญชีของเราในทุกๆปี พร้อมกับสิทธิประโยชน์ในเรื่องของภาษี
ทางออกของเรื่องนี้จึงจบที่ ถ้าอยากลงทุน LTF ก็ต้องเลือกกองทุนทีมีนโยบายจ่ายปันผลนั่นเอง
กองทุนที่มีการจ่ายปันผลดีอย่างไร?
ถ้ากองทุนที่เราเลือก มีนโยบายการจ่ายเงินปันผล (Dividend)
เราก็จะมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอในทุกๆปีโดยไม่ต้องขายหน่วยลงทุน
หมายความว่า ถ้ากองทุนไหนจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ เราก็จะมีกำไรเข้ามาในบัญชีนั่นเอง
แล้วตอนนี้มีกองทุน LTF ไหนที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลและน่าสนใจบ้าง?
KDLTF เป็นกองทุนของ บลจ.กสิกรไทย ที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล โดยเป็นกองทุนปันผลสูงสุดเมื่อเทียบกับกอง LTF อื่นๆ ของบลจ.กสิกรไทย
มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 22 ครั้ง รวมเป็นเงิน 9.83 บาทต่อหน่วย และเลือกลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ กระจายหลายอุตสาหกรรมซึ่งยังคงแข็งแกร่ง แม้ในภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวน
ผลการดำเนินงาน 3 ปีย้อนหลังเฉลี่ยอยู่ที่ 8.28% ต่อปี (ที่มา: บลจ.กสิกรไทย ณ 31 ต.ค. 61)
แต่สำหรับใครที่วางแผนการลงทุนเพื่อวัยเกษียณ ก็ควรลงทุนใน RMF ด้วย
และถึงแม้จะไม่มีกองทุนไหนที่มีนโยบายจ่ายปันผล แต่ผลตอบแทนที่ได้ในแต่ละปี จะถูกนำไปลงทุนต่อเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น
แนะนำ KEQRMF เป็นกองทุนของ บลจ.กสิกรไทยที่สร้างผลตอบแทนติด 1 ใน 10 อันดับแรกเมื่อเทียบกับกองทุน RMF ที่เน้นลงทุนหุ้นไทยทั้งหมด 48 กองทุนในช่วง 3 ปี และ 5 ปีที่ผ่านมา (ที่มา: Morningstar ณ 31 ต.ค. 61)
ซึ่งแสดงถึงว่า KEQRMF มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นนั่นเอง
ผลการดำเนินงานของกองทุน 3 ปีย้อนหลังเฉลี่ยอยู่ที่ 10.29% ต่อปี (ที่มา: บลจ.กสิกรไทย ณ 31 ต.ค. 61)
สำหรับใครที่กำลังมองหา โอกาสในการลงทุนที่ดีในกองทุนประเภท LTF หรือ RMF และยังได้ลดหย่อนภาษี
KDLTF และ KEQRMF ของบลจ.กสิกรไทย ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ..
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/2yU7cpS
คำเตือน:
- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
- ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลงานในอนาคต
- เงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% หรือสามารถเลือกให้ไม่หัก ณ ที่จ่ายก็ได้ แต่จะต้องนำเงินปันผลไปรวมเป็นรายได้ เพื่อคำนวณภาษีเงินได้สิ้นปี
21 พ.ย. 2018