Soft Power กำลังทำให้ญี่ปุ่นเปลี่ยนไป

Soft Power กำลังทำให้ญี่ปุ่นเปลี่ยนไป

3 มี.ค. 2019
Soft Power กำลังทำให้ญี่ปุ่นเปลี่ยนไป / โดย ลงทุนแมน
ในปี 1995 ชาวญี่ปุ่นเคยใช้จ่ายไปกับการท่องเที่ยวต่างประเทศสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ที่ 1.47 ล้านล้านบาท
แต่เมื่อถึงปี 2017
ชาวญี่ปุ่นใช้จ่ายไปกับการท่องเที่ยวต่างประเทศเพียง 5.7 แสนล้านบาท
และหล่นมาอยู่อันดับที่ 20 ของโลก
ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา
ชาวญี่ปุ่นใช้จ่ายกับการเดินทางไปต่างประเทศน้อยลงเรื่อยๆ
เกิดอะไรขึ้นกับอดีตประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชีย
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
นับตั้งแต่เกิดฟองสบู่ในปี 1995
เศรษฐกิจของญี่ปุ่นก็แทบหยุดเจริญเติบโตมาเป็นเวลากว่า 20 ปี
นักเศรษฐศาสตร์เรียกช่วงเวลานี้ว่า สองทศวรรษที่สูญหาย (The Lost Two Decades)
รายได้ต่อหัวของชาวญี่ปุ่นในปี 1995 อยู่ที่เดือนละ 113,668 บาท
รายได้ต่อหัวของชาวญี่ปุ่นในปี 2017 อยู่ที่เดือนละ 100,607 บาท
จะเห็นได้ว่า รายได้เฉลี่ยของชาวญี่ปุ่นแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอด 22 ปี
เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาประชากรลดลง การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุ
และหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงที่สุดในโลก
ทั้งหมดล้วนส่งผลให้ทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจไม่กล้าออกมาใช้จ่ายหรือลงทุน
เศรษฐกิจที่ฝืดเคืองอยู่แล้วจึงยิ่งซึมลึกลงไปอีก
นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ครั้งหนึ่งเคยออกเดินทางจับจ่ายใช้สอยไปทั่วโลก
จึงเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ใช้จ่ายน้อยลง ไม่ออกเดินทางไปไหน
เมื่อไม่สามารถพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศได้
รัฐบาลจึงดำเนินนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ
โดยหวังว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองมานาน
ที่น่าสนใจคือ นโยบาย “Cool Japan” ของญี่ปุ่นในปี 2012
เพื่อสนับสนุนการส่งออกวัฒนธรรม และเผยแพร่ความคิดสร้างสรรค์แบบญี่ปุ่นไปสู่ชาวโลก
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม มีเทคโนโลยีล้ำหน้า
โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมมีประสิทธิภาพ
บ้านเมืองสะอาด และอาชญากรรมต่ำ
ทุกวันนี้ญี่ปุ่นไม่ได้มีอำนาจทางทหารที่แข็งแกร่งเหมือนในอดีต
แต่อำนาจของญี่ปุ่นกลับออกมาในรูปแบบ “Soft Power” ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
โดราเอมอน เฮลโลคิตตี้ การ์ตูนมังงะ
ภาพยนตร์แอนิเมะ มวยปล้ำ เพลงเจ-พอป เกมนินเท็นโด โปเกมอน
ในขณะที่กลุ่มนักร้องไอดอลอย่าง AKB48 ก็เป็นที่นิยมจนหลายประเทศดำเนินรอยตาม
วัฒนธรรมร่วมสมัยเหล่านี้ คือสินทรัพย์ที่สร้างรายได้อย่างมหาศาล
เป็น “ความคูล” ที่มีเฉพาะญี่ปุ่น
และดึงดูดให้ชาวต่างชาติผู้หลงใหลอยากมาเยือนดินแดนแห่งนี้สักครั้งในชีวิต
เมื่อรวมกับนโยบายฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวในหลายประเทศ
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นจึงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
ปี 2007 ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8.35 ล้านคน
นำรายได้เข้าสู่ประเทศ 0.39 ล้านล้านบาท
ปี 2017 ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 28.69 ล้านคน
นำรายได้เข้าสู่ประเทศ 1.16 ล้านล้านบาท
รัฐบาลญี่ปุ่นยังคาดหวังว่า มหกรรมโตเกียวโอลิมปิก ในปี 2020
จะทำให้ปีนั้น มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนญี่ปุ่นถึง 40 ล้านคน
หากใครจำได้ ว่าพิธีรับมอบการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกของกรุงโตเกียว
ในพิธีปิดกีฬาโอลิมปิกที่รีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ในปี 2016
มีการเล่าเรื่องโดยให้กัปตันซึบาสะ เฮลโลคิตตี้ และโดราเอมอน
ช่วยกันส่งลูกบอลสีแดงจากกรุงโตเกียว
และท้ายสุด นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ สวมชุดมาริโอ ถือลูกบอลลูกนั้น
โผล่ขึ้นมากลางสนามกีฬาที่รีโอเดจาเนโร
เป็นภาพที่ชวนประทับใจในสายตาของผู้ชมทั้งโลก
ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่บอกว่า
ญี่ปุ่นพร้อมจะใช้ Soft Power เหล่านี้
ในการดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มาเยือน
ในปี 2017 ประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย
ด้วยจำนวนเงินกว่า 1.81 ล้านล้านบาท
การท่องเที่ยวจึงเป็นภาคอุตสาหกรรมที่นำทั้งรายได้และความภาคภูมิใจมาให้เรา
แต่หากโดราเอมอน กัปตันซึบาสะ มาริโอ และเฮลโลคิตตี้ รวมพลังกัน
ก็ไม่แน่ว่าการท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะมีมูลค่าไม่แพ้การท่องเที่ยวไทย ในเร็วๆ นี้..
----------------------
ขณะที่มูลค่าการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นกำลังเพิ่มขึ้น มูลค่าการท่องเที่ยวของไทยเป็นอย่างไรบ้าง อ่านต่อได้ที่
https://www.blockdit.com/articles/5c654cc062edde3ca15513a9
ติดตามเรื่องหลากหลาย จากผู้เขียนเก่งๆ หลายท่าน ในแอป blockdit โหลดได้ที่ www.blockdit.com
สั่งซื้อหนังสือลงทุนแมน 9.0 ได้ที่
Lazada: https://www.lazada.co.th/products/90-i293980783-s493954943.html
Shopee: https://shopee.co.th/Longtunman-หนังสือ-ลงทุนแมน-9.0-i.116732911.1933827833
----------------------
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.