เศรษฐกิจโลก 100 ปี ตอนที่ 7 วิกฤติน้ำมัน (ค.ศ.1970 - 1979)

เศรษฐกิจโลก 100 ปี ตอนที่ 7 วิกฤติน้ำมัน (ค.ศ.1970 - 1979)

28 เม.ย. 2019
เศรษฐกิจโลก 100 ปี ตอนที่ 7 วิกฤติน้ำมัน (ค.ศ.1970 - 1979) / โดย ลงทุนแมน
ถ้าถามว่าอะไรเป็นเหมือน
“กระดูกสันหลัง” ของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา
คำตอบมีอยู่ 2 อย่าง ก็คือ
1.ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
2.น้ำมัน
เพื่อที่จะวางตัวให้อยู่ในฐานะผู้นำทางเศรษฐกิจ และการเงินของโลก
สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องกำหนดราคาทั้งสองสิ่งนี้ ให้นิ่ง และมีเสถียรภาพ
นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
ระเบียบการเงินโลกใหม่ภายใต้ระบบ Bretton Woods ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นผู้กำหนด
ทำให้ ดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นสกุลเงินหลักของโลก และเป็นสกุลเงินเดียวที่มีทองคำหนุนหลัง
แต่ในช่วงปี 1963 - 1969
สหรัฐอเมริกาได้มีการพิมพ์ธนบัตรออกมาใช้ในการทำสงครามเวียดนาม
และสร้างสวัสดิการให้แก่ประชาชน
โดยไม่ได้ตระหนักถึงปริมาณทองคำสำรองที่ไม่เพียงพอ

จึงส่งผลให้เงินเฟ้อสูง และขาดดุลงบประมาณอย่างมหาศาล
บรรดาประเทศต่างๆ เริ่มขาดความเชื่อมั่นในอัตราแลกเปลี่ยนของดอลลาร์สหรัฐต่อทองคำ
เมื่อภาวะเงินเฟ้อเข้าขั้นรุนแรง ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน
จึงได้ประกาศยกเลิกรับแลกดอลลาร์สหรัฐกับทองคำ ในปี 1971
มาถึงตรงนี้หลายคนอาจคิดว่าดอลลาร์สหรัฐต้องหมดค่า และคนจะกลับไปยึดทองคำเป็นสื่อกลางของโลกนี้
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่อย่างนั้น
นับตั้งแต่นั้นมา
ทองคำก็ได้ “จบการทำหน้าที่” เป็นตัวค้ำประกันเงินตราระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์
โดยสิ่งที่เป็นหลักค้ำประกัน หนุนหลังแทนทองคำนั้นคือ “เงินสำรองระหว่างประเทศ”
โดยที่ เงินสำรองระหว่างประเทศ เกือบทุกประเทศ ก็จะมีเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ พันธบัตรรัฐบาล ของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก
เมื่อจัดการควบคุมค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้แล้ว
อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องควบคุมให้มีเสถียรภาพคือ น้ำมัน
ภูมิภาคที่เป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมันสำคัญของโลกก็คือ “ตะวันออกกลาง”
หลายประเทศในภูมิภาคนี้มีแหล่งน้ำมันดิบสำรองปริมาณมหาศาล และได้รวมตัวกันก่อตั้งองค์การผู้ส่งออกน้ำมัน หรือเรียกว่า โอเปก (OPEC) ตั้งแต่ปี 1960
องค์การนี้มีส่วนสำคัญในการกำหนดปริมาณการผลิต และราคาน้ำมันโลก
ประชากรส่วนใหญ่ของภูมิภาคตะวันออกกลางมีเชื้อสายอาหรับ และนับถือศาสนาอิสลาม
แต่การถือกำเนิดของประเทศซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวยิวนามว่า “อิสราเอล” หลังจากการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สอง สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มประเทศอาหรับที่อยู่โดยรอบ
จนนำมาสู่ความขัดแย้งหลายต่อหลายครั้ง..
เนื่องจากประเทศอิสราเอล มีสหรัฐอเมริกาเป็นพันธมิตรที่สำคัญ
เมื่อเกิดสงคราม Yom Kippur ในเดือนตุลาคม ปี 1973
กลุ่มประเทศอาหรับ นำโดยอียิปต์และซีเรีย โจมตีอิสราเอลในวันสำคัญทางศาสนาของชาวยิว
cr.forwardcdnสหรัฐอเมริกาเลือกที่จะให้ความช่วยเหลือแก่อิสราเอล
กลุ่มประเทศ OPEC รวมไปถึงอียิปต์และซีเรีย
จึงประกาศงดการส่งออกน้ำมันให้กับประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเด็ดขาด (Oil Embargo)
อีกทั้งยังลดกำลังการผลิตน้ำมัน และประกาศขึ้นราคาน้ำมัน
ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้นถึงสี่เท่าตัว จนเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงตามมา
อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกา
ปี 1973 อยู่ที่ระดับ 6.2%
ปี 1974 อยู่ที่ระดับ 11.0%
ปี 1975 อยู่ที่ระดับ 9.1%
cr.wikimedia
ในขณะนั้นกำลังการผลิตน้ำมันของสหรัฐอเมริกาได้ผ่านช่วงจุดสูงสุดไปแล้ว ไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก
ทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนน้ำมัน จนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องประกาศนโยบายการประหยัดพลังงาน เช่น จำกัดความเร็วบนทางหลวง
cr.twimg
อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพิงพลังงานในการผลิตอย่างมาก เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก ก็เกิดวิกฤติอย่างหนัก
เรื่องนี้นำมาสู่วิกฤติเศรษฐกิจในปี 1973 เมื่อตลาดหุ้นทั่วโลกต่างพากันปรับตัวลดลง
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของสหรัฐอเมริกาปรับตัวลดลงกว่า 45%
นับว่าเป็นการปรับตัวลดลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ Great Depression ในช่วงปี ค.ศ.1930
แต่ปัญหาด้านราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ก็เปิดโอกาสให้บริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ทั้ง Toyota, Honda และ Nissan ซึ่งใช้น้ำมันน้อยกว่า เริ่มเข้าไปตีตลาดทั้งในสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก
อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลานี้
จนในที่สุดญี่ปุ่นได้กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก
แซงหน้าทั้งเยอรมนีตะวันตกและสหภาพโซเวียต
ซึ่งในขณะนั้น เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากระบบการจัดการชลประทานที่ล้มเหลว และการขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรกรรม
ในขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมก็ถดถอยเนื่องจากภาวะเสื่อมของเครื่องจักรในโรงงาน
ระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียตกำลังเริ่มสั่นคลอน
ทำให้รัฐบาลต้องลดงบประมาณในการสำรวจอวกาศมาใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ย่ำแย่
ประเทศที่มีขนาด GDP มากที่สุด 5 อันดับแรก ในปี 1979 เมื่อเทียบเป็นมูลค่าในปี 2018
สหรัฐอเมริกา 278.8 ล้านล้านบาท
ญี่ปุ่น 113.7 ล้านล้านบาท
สหภาพโซเวียต 109.7 ล้านบาท
เยอรมนีตะวันตก 93.5 ล้านล้านบาท
ฝรั่งเศส 66.3 ล้านล้านบาท
แม้ท้ายที่สุด ข้อตกลงค่ายเดวิด (Camp David Accords) ในปี 1978
จะคืนความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับอียิปต์ และลดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางลง
แต่วิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้น ก็ก่อให้เกิดการแสวงหาแหล่งน้ำมันจากแห่งอื่นนอกจากภูมิภาคนี้
ทั้งแคนาดา อะแลสกาของสหรัฐอเมริกา และไซบีเรียของสหภาพโซเวียต
รวมไปถึงการพัฒนาพลังงานทางเลือกอื่นนอกจากน้ำมัน เช่น พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์
ในขณะที่อุตสาหกรรมน้ำมัน และยานยนต์ได้รับผลกระทบ
อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีกลับเจริญเติบโต
ในทศวรรษนี้ มีบริษัทด้านเทคโนโลยีถือกำเนิดขึ้นมากมาย
โดยเฉพาะในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา
Microsoft ก่อตั้งขึ้นในปี 1975
เมื่อบริษัท Micro Instrumentation and Telemetry Systems (MITS) กำลังจะออกคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นใหม่ แต่ยังไม่สามารถวางขายได้เพราะติดปัญหาเรื่องซอฟต์แวร์ที่จะทำให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย
คู่หู พอล อัลเลน และ บิลล์ เกตส์ จึงได้เสนอโปรแกรม BASIC เพื่อใช้แก้ไขปัญหานี้
จนท้ายที่สุด บริษัท MITS ได้เลือกใช้โปรแกรมนี้
และนับเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทซอฟต์แวร์ระดับโลกนับตั้งแต่นั้นมา
ที่น่าสนใจคือ Microsoft เป็นบริษัทที่ใหญ่อันดับที่ 2 ของโลกในยุคปัจจุบัน (ปี 2019) ทั้งที่เวลาผ่านมานานถึง 44 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
และบริษัทที่ใหญ่สุดอันดับ 1 ของโลกในยุคปัจจุบัน ก็เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันในช่วงเวลานั้น
บริษัทนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อบริษัท Apple..
Apple ก่อตั้งขึ้นในปี 1976
คู่หู สตีฟ จอบส์ และ สตีฟ วอซเนียก ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท Apple
โดยมีสินค้าชิ้นแรก คือ แผงวงจรคอมพิวเตอร์ ที่ วอซเนียก ประดิษฐ์ขึ้น
และถูกตั้งชื่อในภายหลังว่า Apple I (Apple one)
cr.softalkapple
Apple I เป็นคอมพิวเตอร์ที่ดูเทอะทะ น่ากลัว และดูไม่น่าใช้เลยสำหรับสายตาของคนทั่วไป
จอบส์ จึงวางแผนขาย Apple I และนำเงินมาเป็นทุนในการสร้าง Apple II
ซึ่งจอบส์ได้เข้ามามีส่วนช่วยในการออกแบบผลิตภัณฑ์
จนทำให้ Apple II กลายเป็นคอมพิวเตอร์ที่สวย สะอาดตา
และทำให้คนที่ไม่ได้บ้าเทคโนโลยีก็รู้สึกอยากลองซื้อไว้ใช้สักเครื่อง
และการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ สตีฟ จอบส์ ได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น iPhone นวัตกรรมที่เปลี่ยนโลก และทำให้บริษัท Apple ได้ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากสุดในโลกในยุคปัจจุบัน
Oracle ก่อตั้งขึ้นในปี 1977
โดยรับโปรเจกต์รวบรวมฐานข้อมูลมหาศาลให้ CIA
ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ แลร์รี เอลลิสัน ได้ก่อตั้งบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ สำหรับวางแผนข้อมูลและทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร หรือที่เรียกกันว่า ERP (Enterprise Resource Planning)
จนในที่สุด Oracle ได้กลายเป็นซอฟต์แวร์ที่องค์กรทั่วโลกนิยมใช้งาน
ประชากรโลกเพิ่มขึ้นจนถึง 4,000 ล้านคน ในช่วงกลางทศวรรษนี้
โดยประเทศที่มีประชากรมากที่สุด 5 อันดับแรกในปี 1979 ได้แก่
สาธารณรัฐประชาชนจีน 969.0 ล้านคน
อินเดีย 664.0 ล้านคน
สหภาพโซเวียต 263.8 ล้านคน
สหรัฐอเมริกา 225.1 ล้านคน
อินโดนีเซีย 143.5 ล้านคน
ความกังวลว่า หากมีประชากรเพิ่มขึ้นมาก จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจจีนที่บอบช้ำอยู่แล้วย่ำแย่ลงไปอีก
ทำให้รัฐบาลจีนภายใต้ผู้นำคนใหม่ เติ้ง เสี่ยวผิง ประกาศนโยบายลูกคนเดียว ในปี 1978 เพื่อควบคุมจำนวนประชากรให้เหมาะสม
cr.quoracdn
และในปีเดียวกันนั้นเอง รัฐบาลก็ได้เริ่มทำการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน ด้วยนโยบาย 4 ทันสมัย คือการพัฒนาเศรษฐกิจ 4 เรื่อง
ได้แก่ การเกษตร อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการป้องกันประเทศ
“ไม่ว่าแมวขาวหรือแมวดำ ขอเพียงจับหนูได้ ก็ถือเป็นแมวที่ดี”
วาทะของผู้นำเติ้ง เสี่ยวผิง สื่อถึงความต้องการให้ประเทศจีนพัฒนาให้ทันสมัยอย่างรวดเร็วที่สุด
ไม่ว่าจะดำเนินด้วยนโยบายเศรษฐกิจในรูปแบบใด
จนเกิดเป็นการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งผนวกระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรี ให้เข้ากับการที่รัฐยังมีบทบาทในการควบคุมการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จนกลายเป็นระบบเศรษฐกิจที่ไม่เหมือนใครในโลกนี้..
ระบบเศรษฐกิจที่จะพลิกโฉมประเทศจีน จากประเทศยากจนล้าหลัง
ให้กลายเป็นมังกรที่พร้อมจะสั่นสะเทือนโลกทั้งใบ..
แต่สำหรับญี่ปุ่น ประเทศที่กำลังสั่นสะเทือนโลกอยู่นั้น ยังไม่รู้ตัวว่า ในอนาคตอันใกล้
ตัวเองกำลังเจอปัญหาครั้งใหญ่ ที่จะเปลี่ยนจากประเทศที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง
ให้กลายเป็นประเทศที่สูญหายไปอีก 3 ทศวรรษ..
----------------------
ติดตามเรื่องหลากหลาย จากผู้เขียนเก่งๆในแอป blockdit
นอกจากนั้น เรายังเขียนเองได้ และสามารถสร้างรายได้ในนี้
โหลดแอปได้ที่ http://www.blockdit.com
สั่งซื้อหนังสือลงทุนแมน 10.0
ช่วง Pre-order พิเศษ กดรับคูปองส่วนลด 20% (มีจำนวนจำกัด) ได้ที่
Lazada: https://www.lazada.co.th/products/100-i312324208-s559866635.html?mp=3&spm=0.0.productPromotion_13579257.1
Shopee: https://shopee.co.th/ลงทุนแมน-หนังสือ-10.0-i.116732911.2099369914
----------------------
28 เม.ย. 2019