JAY-Z ศิลปินฮิปฮอป ที่รวยหมื่นล้าน

JAY-Z ศิลปินฮิปฮอป ที่รวยหมื่นล้าน

JAY-Z ศิลปินฮิปฮอป ที่รวยหมื่นล้าน / โดย ลงทุนแมน

หากพูดถึงศิลปินแนวฮิปฮอปที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค
ชื่อของ “Jay-Z” น่าจะอยู่ในลำดับต้นๆ

หลายคนคงเคยฟังเพลงของเขา
แต่อาจจะไม่รู้ว่า คนที่ร้องนั้น มีทรัพย์สินระดับหลายหมื่นล้านบาท

ซึ่งที่น่าสนใจคือ สิ่งที่ทำให้เขาร่ำรวย ไม่ใช่รายได้จากอาชีพนักร้อง แต่เป็นการลงทุนในธุรกิจ

เรื่องราวของชายผู้นี้เป็นอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ชอว์น โครี คาร์เตอร์ มีชื่อในวงการว่า Jay-Z
เป็นนักร้องสไตล์เพลงฮิปฮอป ชาวอเมริกัน เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1969 ปัจจุบันมีอายุ 49 ปี

ในวัยเด็ก เขาต้องเผชิญกับชีวิตที่ยากลำบาก โดยอาศัยอยู่ในย่านคนจน เรียนไม่จบชั้นมัธยม เคยค้ายาเสพติด และถูกยิงถึง 3 ครั้ง

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่คาร์เตอร์ชื่นชอบ นั่นคือเสียงเพลง

เขามักจะเล่นดนตรีกับพี่น้องอยู่ทุกคืน จนเริ่มแต่งทำนอง และเนื้อร้องเพลงแนวฮิปฮอปขึ้นมาเอง

ในปี 1989 เขาก็ได้เข้าสู่วงการ โดยใช้ชื่อว่า Jay-Z
แต่สุดท้ายยังไม่สามารถหาค่ายเพลงมาดูแลได้ จึงตั้งบริษัทร่วมกับเพื่อน ชื่อ Roc-A-Fella Records เพื่อทำเพลงกันเอง

Jay-Z มีผลงานตลอดอาชีพนักร้องกว่า 30 ปี โดยวางขายเพลงทั้งหมด 26 อัลบั้ม
ขึ้นครองอันดับหนึ่งในชาร์ตได้ 13 อัลบั้ม
ทำยอดขายรวมเกิน 100 ล้านก๊อปปี้
คว้ารางวัลแกรมมี่ไป 22 ครั้ง ซึ่งมากที่สุดสำหรับศิลปินฮิปฮอป

Cr. Producto Ilícito

จากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้เขาสร้างรายได้ก่อนหักภาษีจากการทำเพลงถึง 15,000 ล้านบาท

แต่นี่กลับเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น..

เมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เขาจึงเกิดความคิดว่า น่าจะใช้มันมาต่อยอดทำธุรกิจได้ เพราะคงจะมีฐานลูกค้าที่ถูกดึงดูดด้วยชื่อของ Jay-Z ไม่น้อย

แล้ว Jay-Z ลงทุนในธุรกิจอะไรบ้าง?

ในปี 1999 เขาได้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าชื่อ Rocawear ก่อนที่จะขายมันไปในราคา 6,400 ล้านบาท เมื่อปี 2007

ในปี 2003 เขาได้ซื้อหุ้นส่วนหนึ่งของ นิวเจอร์ซีย์ เน็ตส์ ทีมบาสเกตบอล ในลีก NBA ก่อนที่จะขายออกไปเมื่อปี 2013

ต่อมาพอมีเงินทุนเพิ่มขึ้น ประกอบกับชื่อของ Jay-Z กลายเป็นแบรนด์ที่มูลค่าสูง ทำให้เขาเริ่มกระจายการลงทุนไปในหลากหลายธุรกิจ ตัวอย่างที่โดดเด่น เช่น

ในปี 2008 ตั้งบริษัท Roc Nation ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนศิลปิน และนักกีฬา ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 2,300 ล้านบาท

ในปี 2013 ลงทุนใน Uber บริษัทแพลตฟอร์มให้บริการเรียกรถ เป็นเงิน 60 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมูลค่าหุ้นได้เพิ่มเป็น 2,200 ล้านบาท

ในปี 2014 ซื้อกิจการเครื่องดื่มแชมเปญหรู ชื่อ Armand de Brignac เป็นเงิน 6,200 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมูลค่าบริษัทได้เพิ่มเป็น 9,700 ล้านบาท

ในปี 2015 ซื้อกิจการบริษัท Aspiro เจ้าของแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงชื่อ Tidal ในราคา 1,700 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแอปเพลงชั้นนำของโลก และมีมูลค่า 19,000 ล้านบาท

Cr. Pinterest

ทำให้ล่าสุด มีการประเมินว่า Jay-Z มีทรัพย์สินทั้งหมดสูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 31,000 ล้านบาท ถือเป็นศิลปินฮิปฮอปรายแรกที่กลายเป็น มหาเศรษฐี

เรื่องนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคำว่าแบรนด์

ชื่อเสียงบริษัทมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าแบรนด์มีความเข้มแข็ง ไม่ว่าเมื่อไร ย่อมมีกลุ่มลูกค้าที่จงรักภักดีอยู่เสมอ

Jay-Z เคยบอกว่า เขาไม่ใช่นักธุรกิจ แต่ตัวเขานั่นแหละ คือธุรกิจ

ซึ่งน่าจะจริง เพราะธุรกิจที่เขาทำไม่ได้ยากที่จะเลียนแบบ แต่หากเป็นบุคคลอื่นอาจไม่มีคนสนใจ แต่พอรู้ว่าเจ้าของคือ Jay-Z ผู้บริโภคก็อยากลองใช้บริการดูบ้าง

ปิดท้ายด้วยเรื่องที่น่าสนใจ

ภรรยาของ Jay-Z คือ Beyoncé นักร้องหญิงชื่อดัง โดยเธอเองก็มีรายได้ส่วนตัวไม่ต่ำกว่า 9,300 ล้านบาท

ทำให้สามีภรรยาคู่นี้ มีทรัพย์สินรวมกันราว 40,300 ล้านบาท

ซึ่งมากกว่าทรัพย์สินบริษัท หรือมูลค่าตลาด ของค่ายเพลงดังในประเทศไทยอย่าง GRAMMY และ RS รวมกันเสียอีก..

Cr. HipHopDX

———————-
อ่านลงทุนแมนสนุกขึ้น
อ่านในแอป blockdit
โหลดที่ http://www.blockdit.com
———————-
References
-https://en.m.wikipedia.org/wiki/Jay-Z
-https://en.m.wikipedia.org/wiki/Jay-Z_albums_discography
-https://www.businessinsider.com/jay-z-net-worth-2018-9
-https://www.forbes.com/sites/zackomalleygreenburg/2019/06/03/jay-z-billionaire-worth/