ลงทุนแมน มีวิธีใช้เฟซบุ๊กอย่างไร

ลงทุนแมน มีวิธีใช้เฟซบุ๊กอย่างไร

13 พ.ย. 2019
ลงทุนแมน มีวิธีใช้เฟซบุ๊กอย่างไร
เนื่องในโอกาส ผู้ติดตามลงทุนแมน ครบ 1 ล้านคน
มีหลายคนเคยถามว่า ลงทุนแมนมีวิธีใช้เฟซบุ๊กอย่างไร
ปกติจะเล่าแต่เรื่องคนอื่น
วันนี้ลงทุนแมนจะมาเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง..
2,400 ล้าน คือจำนวนบัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กทั่วโลกในแต่ละเดือน
50 ล้าน คือจำนวนบัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กที่เป็นคนไทย
ถ้าถามว่าแพลตฟอร์มไหนมีผู้ใช้งานมากสุดในประเทศไทย แพลตฟอร์มนั้นก็คือ เฟซบุ๊ก..
และรู้ไหมว่า กรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในเมืองที่มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กมากที่สุดในโลก
คนไทยใช้งานเฟซบุ๊กเวลาไหน?
คำตอบก็คือ ทุกเวลา
เฟซบุ๊กได้กลายเป็นเหมือนหน้าแรก (Portal) ในการทำทุกเรื่องของคนไทย ตื่นเช้ามาคิดอะไรไม่ออกเปิดเฟซบุ๊กไว้ก่อน
ซึ่งสถานที่ใดมีผู้คน ที่นั่นย่อมมีโอกาส..
ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในทางธุรกิจ โอกาสในการเชื่อมต่อผู้คนที่เราไม่รู้จัก โอกาสในการขายสินค้าสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย..
เมื่อก่อน ถ้าผู้ประกอบรายย่อยจะเริ่มต้นทำธุรกิจ เขาจำเป็นต้องมีทุน ทั้งค่าเช่าร้านในที่ทำเลดีเพื่อรอลูกค้าเดินเข้ามา ค่าตกแต่งร้าน ค่าสต็อกสินค้าเพื่อนำสินค้ามาโชว์หน้าร้าน ค่าพนักงาน ค่าไฟฟ้า
แต่มาสมัยนี้ ผู้คนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้แค่มีโทรศัพท์มือถือ และใช้ช่องทางเฟซบุ๊กในการขาย ค่าเช่าร้านแปรเปลี่ยนเป็นการบูสต์โฆษณาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และในหลายธุรกิจเราอาจไม่จำเป็นต้องมีสต็อกสินค้ามาตั้งโชว์ เพียงแต่มีรูปตัวอย่างที่สวยๆ ให้ลูกค้าเลือก ซึ่งจะเห็นได้ว่าต้นทุนในการเริ่มธุรกิจต่ำลงจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
นอกเหนือจากธุรกิจขายสินค้า
อีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถเริ่มได้ทันทีก็คือ การสร้างคอนเทนต์
เมื่อก่อน ผู้ที่อยากทำคอนเทนต์ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ อาจจำเป็นต้องพึ่งพาสถานีโทรทัศน์ หรือ สถานีวิทยุ ที่มีอยู่ไม่กี่แห่ง เมื่อซัพพลายมีจำกัด ต้นทุนของการนำคอนเทนต์ไปถึงผู้รับก็มีราคาสูงตาม
แต่มาสมัยนี้ เจ้าของคอนเทนต์สามารถเข้าถึงผู้รับชมได้โดยไม่มีข้อจำกัด ถ้าคอนเทนต์ของเขาดีจริง มันก็สามารถเข้าถึงคนได้มากทันที ทั้งที่เจ้าของคอนเทนต์อาจเป็นคนธรรมดา เป็นนักศึกษา เป็นผู้สูงวัย หรือแม้แต่วัยเด็ก
และลงทุนแมนก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่เริ่มต้นมาจากการเริ่มทำคอนเทนต์ในคอนเซ็ปต์ ลงทุนแมน ลงทุนในความรู้ เล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการลงทุน ที่อาจเข้าใจยาก ให้เข้าใจแบบง่ายๆ
ผู้ติดตามเพจลงทุนแมน
6 เดือนแรก มีผู้ติดตาม 300,000 คน
12 เดือน มีผู้ติดตาม 480,000 คน
24 เดือน มีผู้ติดตาม 860,000 คน
30 เดือน มีผู้ติดตาม 1,000,000 คน
ถ้าดูตัวเลขแล้วก็ต้องบอกว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ตอนแรกลงทุนแมนคิดว่าอิ่มตัวแล้ว แต่พอทำไปเรื่อยๆมันก็เพิ่มโดยที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะชะลอ
ถ้าถามว่าลงทุนแมนมีวิธีใช้เฟซบุ๊กอย่างไรให้มีผู้ติดตาม 1 ล้านคน นอกเหนือจากเรื่องความตั้งใจในสิ่งที่ทำแล้ว การทำความเข้าใจแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
ทุกๆ โพสต์ ที่ลงทุนแมนเขียนลงเฟซบุ๊ก จะมีการวิเคราะห์ ประเมินผลว่าเรื่องไหนที่ผู้อ่านชอบ เรื่องไหนที่ผู้อ่านอยากรู้ พฤติกรรมของผู้อ่านเฟซบุ๊กมีลักษณะอย่างไร แล้วนำผลตอบรับที่ได้กลับมาปรับปรุงให้ดีขึ้นในโพสต์ต่อๆ ไป
โดยทุกโพสต์จะมีสถิติบอกว่า จำนวนคนที่เห็นโพสต์ (Reach) เท่าไร การมีส่วนร่วมกับโพสต์ (Engagement) เท่าไร ซึ่งเลขพวกนี้สำคัญ
ยกตัวอย่างเช่น เฉลี่ยแล้วทุกครั้งที่ลงทุนแมนโพสต์ จะมี Reach อย่างน้อยอยู่ที่ 100,000 คน นั่นหมายความว่าถ้าเราได้ Reach ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เราต้องประเมินว่าโพสต์นั้นมีอะไรผิดพลาด และในทางตรงกันข้ามถ้าโพสต์นั้นมี Reach มากก็แปลว่าโพสต์นั้นต้องมีอะไรดีกว่าโพสต์อื่น
สำหรับ Engagement ลงทุนแมนจะดูการ Share เป็นหลัก ยิ่งคน Share มากก็หมายความว่าบทความนั้นทำให้ผู้อ่านประทับใจ จนอยาก Share ให้ผู้อื่น และบ่อยครั้งที่คนอ่านจะ Share เพื่อเก็บไว้อ่านเองตอนว่าง
-คำอธิบายของ Reach สามารถศึกษาได้ตามลิงก์นี้ https://www.facebook.com/business/help/710746785663278
-คำอธิบายของ Engagement สามารถศึกษาได้ตามลิงก์นี้ https://www.facebook.com/business/help/735720159834389
เรื่องต่อมา การเข้าใจ Demographic ของผู้อ่านก็สำคัญ ถ้าเรารู้ Audience Insights ของเพจเราว่าเป็นอย่างไรก็จะช่วยทำให้เรารู้มากขึ้นว่าผู้อ่านเป็นใคร
ยกตัวอย่าง Audience Insights ของลงทุนแมน
ผู้อ่านจะอยู่ในช่วง 25-44 ปี มากเป็นพิเศษ มากกว่าค่าเฉลี่ย
และถ้าใครคิดว่าคนอ่านลงทุนแมนมีแต่ผู้ชาย จะคิดผิด
จากข้อมูล คนติดตามลงทุนแมนมีผู้ชาย 52% ผู้หญิง 48% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันมาก
และอีกข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจคือ คนอ่านลงทุนแมนมีการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไปสูงกว่าค่าเฉลี่ย 242% และ การศึกษาระดับมัธยมศึกษาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย -69%
เฟซบุ๊กยังมีข้อมูลลึกๆอะไรอีกหลายอย่างที่เราสามารถใช้เป็นเครื่องมือได้ เช่น
-ตำแหน่งที่ตั้ง คนอ่านลงทุนแมนอยู่ในกรุงเทพฯ สูงกว่าค่าเฉลี่ย 40%
-เครื่องของผู้อ่าน คนอ่านลงทุนแมนใช้ iPhone มากกว่าค่าเฉลี่ย 265% และ ใช้ Android น้อยกว่าค่าเฉลี่ย -29%
-เครื่องที่ใช้ คนอ่านลงทุนแมนจะใช้ Desktop คู่กับ Mobile มากกว่าค่าเฉลี่ย 184% ส่วนคนที่ใช้ Mobile อย่างเดียวจะน้อยกว่าค่าเฉลี่ย -47%
-หรือแม้แต่ ภาษาเริ่มต้นของเครื่อง คนอ่านลงทุนแมนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาของเครื่อง มากกว่าค่าเฉลี่ย 121% และใช้ภาษาไทยเป็นภาษาเริ่มต้นน้อยกว่าค่าเฉลี่ย -7%
ทุกคนสามารถดู Audience Insights ของเพจตัวเองได้ วิธีดู Audience Insights สามารถศึกษาได้ตามลิงก์นี้ https://www.facebook.com/business/learn/facebook-audience-insights
เมื่อเราได้ Audience Insights เราต้องนำมาประเมินผลให้เป็น เช่น เราอาจสรุปได้ว่า คนที่ติดตามลงทุนแมนคือ
-กลุ่มคนวัยทำงาน GEN Y GEN X ที่มีกำลังซื้อสูง เพศชายเพศหญิงพอๆกัน เป็นคนกรุงเทพมากกว่าต่างจังหวัด
-มีระดับการศึกษาที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ
-คนเหล่านี้จะใช้เฟซบุ๊กผ่านเครื่อง Desktop เพื่อทำงานควบคู่ไปด้วย มากกว่าใช้มือถืออย่างเดียว
การทำความเข้าใจว่าผู้อ่านเป็นใคร จะทำให้เรานำเสนอเนื้อหาได้ตรงกับผู้อ่านได้มากขึ้น เพราะไม่ว่าเฟซบุ๊กจะลดการเข้าถึง หรือเปลี่ยนระบบอย่างไร มันเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่ควบคุมได้คือ การปรับตัวเราเองให้เข้ากับผู้อ่านมากที่สุด
จากตัวอย่างของกลุ่มผู้อ่านทำให้ ลงทุนแมนนำเสนอเรื่องที่เหมาะกับคนวัยทำงาน หรือ ใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษในบทความได้ เพราะผู้อ่านน่าจะเข้าใจในสิ่งที่เราเขียน หรือลงทุนแมนอาจจะเขียนเรื่องซับซ้อน และยาวๆได้ เพราะผู้อ่านหลายคนใช้หน้าจอใหญ่ในการอ่านบทความ
เรื่องนี้สะท้อนไปถึงสปอนเซอร์ที่เข้ามาติดต่อ เขาก็จะมองว่าฐานผู้ติดตามของเพจเป็นกลุ่มคนที่เขาต้องการ เช่น อสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวม ประกันชีวิต รถยนต์ รวมไปถึงแบรนด์ต่างๆในหลายหมวดธุรกิจ
สำหรับกระบวนการทำงานของลงทุนแมนเรียบง่าย คือ ไม่มีกฎตายตัวว่าจะต้องเขียนเรื่องไหน ส่วนใหญ่แล้วลงทุนแมนจะเขียนในเรื่องที่ผู้อ่านน่าจะอยากรู้ และตัวเราเองก็อยากรู้
และไม่กลัวที่จะแสดงความเห็นในมุมมองแปลกใหม่ ถึงแม้เรารู้ว่าประเด็นนั้นจะต้องมีการโต้แย้ง แต่การเปิดมุมมองให้คนอ่านก็อาจจะดีกว่าบทความที่นิ่งเงียบ แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยการเติบโตของผู้ที่ติดตามที่มากขึ้นจนถึงระดับ 1 ล้านคน ลงทุนแมนก็จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบในเนื้อหามากขึ้นเช่นกัน
ถ้าถามว่าตอนนี้ ลงทุนแมนมองแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กอย่างไร?
คำตอบก็คือ เฟซบุ๊ก เปรียบเหมือนบ้านหลังแรก และ ลงทุนแมนโฟกัสกับเฟซบุ๊กมากๆ
จำนวนผู้ใช้งานที่เฟซบุ๊กมี คือ ประมาณ 1 ใน 3 ของคนทั่วโลก ในประวัติศาสตร์มนุษย์ของเราที่เกิดมา ไม่เคยมีบริษัทไหนที่สามารถทำให้มนุษย์เข้ามาเป็นสมาชิก และเชื่อมต่อถึงกันได้เท่านี้มาก่อน ถ้าจะมีบริษัทไหนมาท้าชิง ก็ต้องใช้พลังอย่างมากในการต่อสู้กับเฟซบุ๊ก
ยกตัวอย่างด้วยคำถามง่ายๆ ถ้าให้เราซื้อ iPhone ที่ไม่มีเฟซบุ๊ก เราจะยังซื้อ iPhone อยู่ไหม?
ถ้าเราเป็นคนที่ตอบว่าไม่ซื้อ เราก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้ เฟซบุ๊กมีความแข็งแกร่งกว่าบริษัทแอปเปิล เสียอีก
ดังนั้น การใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือ ในการนำเสนอสิ่งดีๆ ให้กับผู้คน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เราควรเรียนรู้ ไม่ต่างอะไรจากการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ใครฟังพูดอ่านเขียนภาษาอังกฤษไม่ได้ก็น่าจะเสียเปรียบคนอื่นอยู่ไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นการรู้จักเครื่องมือของเฟซบุ๊ก หรือการรู้จักวิธีการลงโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น ซึ่งสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิงก์นี้ www.boostwithfacebook.com
ในโอกาสที่ลงทุนแมนมีผู้ติดตามครบ 1 ล้านคนในเฟซบุ๊ก ลงทุนแมนขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุน แค่การอ่านบทความ แล้วผู้อ่านคลิกไลก์ หรือ แสดงความคิดเห็นว่า ขอบคุณครับ ขอบคุณค่ะ นั่นก็เป็นกำลังใจให้กับลงทุนแมนในการทำสิ่งนี้ต่อไป
แต่สุดท้าย สิ่งสำคัญมันไม่ใช่ยอดไลก์
แค่บทความมีผู้อ่าน แล้วรู้สึกชอบสักหนึ่งคน
บทความก็คงทำหน้าที่ของมัน ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว..
ขอบคุณที่ติดตามกันมา ขอบคุณจริงๆ ครับ
ลงทุนแมน
13 พ.ย. 2019