น้ำดื่มสิงห์ ความต่าง ที่เป็นหนึ่ง

น้ำดื่มสิงห์ ความต่าง ที่เป็นหนึ่ง

2 ม.ค. 2020
น้ำดื่มสิงห์ ความต่าง ที่เป็นหนึ่ง
สินค้าที่ผู้บริโภคแทบจะแยกกันไม่ออกว่า “แตกต่าง” กันอย่างไร
หนึ่งในสินค้านั้นก็คือ “น้ำดื่ม”
แต่ผู้บริโภคอย่างเราๆ อาจไม่เคยรู้มาก่อน หรือไม่เคยใส่ใจด้วยซ้ำว่า
น้ำดื่มแต่ละขวดแตกต่างทั้งกระบวนการผลิตและคุณภาพ
โดยแบรนด์น้ำดื่มที่สร้างความ “ต่าง” ได้อย่างชัดเจน
ก็คือ “น้ำดื่มสิงห์” ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในเมืองไทย
┏━━━━━━━━━━━━┓
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
┗━━━━━━━━━━━━┛
คำถามคือแล้ว น้ำดื่มสิงห์ มีกลยุทธ์การตลาดอย่างไร จนสามารถครองใจผู้บริโภคในธุรกิจนี้มาอย่างยาวนาน
ลงทุนแมน ได้มีโอกาสขอสัมภาษณ์ทีมผู้บริหารของน้ำดื่มสิงห์ถึงจุดเริ่มต้นในอดีตว่ามีกลยุทธ์อย่างไรที่ยังรักษาแบรนด์ให้แข็งแกร่งได้อยู่จนถึงวันนี้
ย้อนกลับไป 30 กว่าปีที่แล้ว ในเมืองไทยยังไม่เคยมีบริษัทไหนผลิตน้ำดื่มที่ใช้ฝาแม๊กซี่ แคป
ซึ่งเป็นฝาวงแหวนใช้ปิดผนึกขวดแก้วแน่นหนา ซึ่งทำให้มั่นใจในเรื่องของความสะอาดในกระบวนการผลิต
ทำให้ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด มองเห็นช่องว่างและโอกาสทางธุรกิจ
พร้อมกับสร้างความ “ต่าง” ด้วยการผลิตน้ำดื่มสิงห์ซึ่งเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่ใช้ฝาแม๊กซี่ แคป
จนมาวันนึงเมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีในเรื่องของการผลิตพัฒนามากขึ้น
น้ำดื่มสิงห์ จึงเพิ่มทางเลือกโดยใช้ขวด PET ซึ่งมีจุดเด่นคือ สามารถพกพาได้ง่าย และมองเห็นน้ำในขวดว่า ใสสะอาด ชวนน่าดื่ม เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคทั่วไป
ส่วนในรูปแบบขวดแก้วนั้น ก็ยังคงผลิตให้กับลูกค้ากลุ่มร้านอาหาร โรงแรม หรือลูกค้าที่ซื้อเก็บไว้ที่บ้าน เพราะยังมีข้อดีคือ ขวดแก้วเมื่อบริโภคหมดแล้ว สามารถนำขวดกลับมาใช้ใหม่ได้ ถือเป็นการช่วยลดขยะใหม่ไปในตัว
อีกทั้งน้ำดื่มสิงห์ ยังผ่านการรับรองมาตรฐานจากหลายสถาบัน การันตีน้ำดื่มที่มีความสะอาดและคุณภาพมาตรฐานสากล
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือโลโก้ของ “สิงห์” ณ เวลานั้นก็ถือเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
ซึ่งเมื่อมาเป็นผู้ผลิตน้ำดื่ม ย่อมส่งผลให้ผู้บริโภคคนไทยต่างเชื่อมั่นในคุณภาพ
แม้ตอนนี้ผู้บริโภคหลายคนอาจคิดว่าน้ำดื่มเกือบๆ ทุกแบรนด์ที่วางขายมีมาตรฐานและไม่แตกต่างกัน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว “น้ำดื่มสิงห์” ก็สร้างความแตกต่างอยู่ดี
โดยเฉพาะกระบวนการผลิต
ซึ่งเป็นเรื่องที่ทีมผู้บริหารอธิบายไว้อย่างน่าสนใจ
โดยน้ำดื่มต่างๆ ที่ขายในท้องตลาดส่วนใหญ่จะผลิตด้วยระบบ Reverse Osmosis หรือ RO
ซึ่งเป็นระบบกรองที่ละเอียดได้น้ำที่บริสุทธิ์แต่ไม่หลงเหลือแร่ธาตุอะไรไว้เลย
ขณะที่กระบวนการผลิต น้ำดื่มสิงห์ คือการหาแหล่งน้ำที่มีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
จากนั้นใช้ระบบการกรองที่ชื่อว่า Smart Micro Filter ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง
นอกจากกรอง แบคทีเรีย สิ่งสกปรก จนได้น้ำที่สะอาดแล้ว แต่ยังคงรักษาแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งไม่มีในน้ำดื่มขวดอื่นๆ ที่ใช้ระบบกรอง RO
นอกเหนือจากกระบวนการการผลิตที่แตกต่างแล้ว น้ำดื่มสิงห์ยังสร้างแบรนด์ไม่ให้เป็นแค่แบรนด์สินค้า แต่เป็นแบรนด์ที่ผูกพันกับคน และได้ทำอะไรเพื่อสังคม เช่น “ฉลากเด็กหาย” หรือ โครงการคืนดวงใจให้แม่ Return Heart to Home
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา “น้ำดื่มสิงห์” ได้สร้าง Impact กับสังคมในวงกว้างด้วยการร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา
ตามหาเด็กหายจำนวน 5 คน ผ่านฉลากใหม่น้ำดื่มสิงห์ 20 ล้านขวด
โดยเบื้องหลังของภารกิจนี้เกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวของคุณภูริต ภิรมย์ภักดี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ที่ครั้งหนึ่งเคยไปเที่ยวกับครอบครัว
ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อลูกน้อยหายไปไม่กี่นาที
ภายหลังหาลูกเจอ คุณภูริต ก็เกิดเสียงสะท้อนในใจว่า ขนาดลูกของตัวเราเองหายไปแค่พักเดียว ยังรู้สึกว่าหัวใจทั้งดวงได้หายไป
แล้วลูกคนอื่นๆ ที่หายไปนานข้ามปี คนเป็นพ่อเป็นแม่คงต้องทุกข์ทรมานใจไม่น้อย
สุดท้ายถึงแม้ผลลัพธ์ภารกิจในการตามหาเด็กหาย 5 คน
ผ่านฉลากขวดน้ำดื่มสิงห์ อาจจะยังไม่เป็นอย่างที่หวังไว้
แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เรารู้ว่า นอกจากการเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จแล้ว
น้ำดื่มสิงห์ ยังมีน้ำใจไม่ทอดทิ้งสิ่งเล็กๆ ในสังคมที่หลายคนอาจมองข้ามไป
และที่น่าสนใจก็คือเวลานี้ น้ำดื่มสิงห์ เองยังต้องการตอกย้ำให้ผู้บริโภคทั่วประเทศได้รับรู้ว่า น้ำดื่มสิงห์ คือน้ำดื่มที่มีแร่ธาตุ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย
จึงเป็นที่มาให้ น้ำดื่มสิงห์ ต้องมี Presenter คนแรกของแบรนด์
นับตั้งแต่มีสินค้าวางขายเมื่อ 30 ปีที่แล้ว โดยเลือก ณเดชน์ คูกิมิยะ
ด้วยเหตุผลก็คือ ณเดชน์ มีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือเหมาะสมกับการอธิบายถึงคุณประโยชน์ของน้ำดื่มสิงห์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง
ณเดชน์ เป็นผู้ชายที่ดูสะอาด สุขภาพแข็งแรง สะท้อนถึง น้ำดื่มสิงห์ ที่เป็นน้ำดื่มสะอาด มีประโยชน์ต่อร่างกาย
สุดท้ายคือ ณเดชน์มีฐานแฟนคลับตั้งแต่เด็กอายุ 6 ขวบจนถึงคนอายุ 60 ปี ซึ่งตรงกับน้ำดื่มสิงห์ที่มีผู้บริโภคทุกระดับอายุ
อีกเรื่องที่ทำให้ น้ำดื่มสิงห์ ชนะใจลูกค้าได้ก็คือ “สิงห์ รีวอร์ด” ที่เวลานี้มีสมาชิก 8 ล้านราย
ที่ให้ลูกค้าเก็บฝาน้ำดื่มไว้แล้วเอามากรอกเพื่อสะสมแต้มแลกของรางวัลจนถึงชิงโชคผ่าน Line Application @SinghaRewards
นับเป็นวิธีการสร้างความแตกต่างของสินค้าและวิธีการทำตลาด ที่ผู้บริโภคมองเห็นความแตกต่าง
ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ น้ำดื่มสิงห์ รักษาความแข็งแกร่งและครองใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน
จนทำให้น้ำดื่มสิงห์คว้ารางวัล Most Valuable Brand ของลงทุนแมน ไปครอง..
┏━━━━━━━━━━━━┓
Blockdit โซเชียลมีเดีย รูปแบบใหม่
Blockdit.com/download
┗━━━━━━━━━━━━┛
2 ม.ค. 2020