K-FIXEDPLUS ต่อยอดสร้างผลตอบแทน ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน

K-FIXEDPLUS ต่อยอดสร้างผลตอบแทน ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน

25 ก.พ. 2020
ผู้สนับสนุน..
K-FIXEDPLUS ต่อยอดสร้างผลตอบแทน ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน
ภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว
ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
การแพร่กระจายของโรคระบาด
แล้วเราควรลงทุนอะไรดี?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จากเหตุการณ์ความไม่สงบและภัยธรรมชาติเดือนที่ผ่านมา
ตลาดทุนทั่วโลกเกิดความผันผวนสูง ซึ่งตลาดทุนประเทศไทยก็ไม่มีข้อยกเว้น
เดือนมกราคม ปี 2563 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับตัวลงมาถึงจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปี
หลายคนที่ยังต้องการให้เงินของตัวเองงอกเงยอยู่ ก็อาจเลือกการนำเงินไปฝากธนาคาร เพราะถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม จากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% เหลือ 1% ต่อปี
ก็ทำให้อัตราดอกเบี้ยในตอนนี้ถือว่าเป็นจุดที่ต่ำสุดในประวัติศาสตร์
การนำเงินไปฝากธนาคาร ก็อาจจะสร้างผลตอบแทนที่ต่ำเกินไป
อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ณ วันที่ 6 ก.พ. 2563
ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 0.50% ต่อปี
ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี 0.9% ต่อปี
ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 2 ปี 1.0% ต่อปี
และถ้าเราได้ดอกเบี้ยเงินฝากรวมกันเกิน 20,000 บาท
เราจะต้องถูกหักภาษีอีก 15%
ส่งผลให้ผลตอบแทนของเรา ยิ่งต่ำลงไปอีก..
แล้วเราจะลงทุนอะไรดี?
หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจขณะนี้ก็คือ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ พลัส หรือ K-FIXEDPLUS
จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย (KAsset)
โดยกองทุน K-FIXEDPLUS เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวคุณภาพดีกว่า 70 ตัว รวมทั้งเงินฝากทั้งในประเทศและต่างประเทศได้โดยไม่กำหนดสัดส่วน
ซึ่งการลงทุนในต่างประเทศได้อย่างยืดหยุ่นนั้น ก็ทำให้กองทุน K-FIXEDPLUS มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากประเทศที่มีสภาวะเศรษฐกิจมั่นคงและมีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่า
ยกตัวอย่าง เงินฝาก Bank of China และเงินฝาก Agricultural Bank of China, สาธารณรัฐประชาชนจีน
ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน K-FIXEDPLUS ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.8% ต่อปีในสกุลเงินบาท (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2562) และถ้ายิ่งลงทุนในตราสารหนี้ก็ยิ่งให้ผลตอบแทนมากขึ้นไปอีก
ซึ่งส่วนที่ลงทุนในต่างประเทศนั้น กองทุนก็มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าเงินลงทุน ทำให้ผลตอบแทนคาดหวังจากการลงทุนในต่างประเทศของกองทุนนี้ จะไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเท่าไรนัก
นอกจากนี้ K-FIXEDPLUS ยังลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับเรตติ้งระดับ A+ เกินกว่า 90% ของพอร์ต ผู้ลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าจะเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงระดับต่ำถึงต่ำที่สุด
แล้วกองทุน K-FIXEDPLUS เหมาะกับใคร?
จริงๆ การลงทุนในสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงต่ำก็มีหลายแบบ จึงต้องดูก่อนว่าเราคาดหวังผลตอบแทน และระยะเวลาในการลงทุนมากน้อยแค่ไหน เช่น
ลงทุนในตลาดเงิน เพื่อเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
ส่วนการลงทุนของ K-FIXEDPLUS ถือเป็นการลงทุนระยะกลาง-ยาว หรือเกินกว่า 1 ปีขึ้นไป
ก็น่าจะเหมาะกับคนที่วางแผนเพื่อการใช้จ่ายในอนาคต เช่น การลงทุนเพื่อไปศึกษาต่อ หรือแม้แต่เป็นเงินเก็บเพื่อการแต่งงาน
เพราะอายุตราสารหนี้ที่ยาวขึ้น
ถึงแม้จะมีความผันผวนในระยะสั้นมากกว่า
แต่ก็มีโอกาสรับผลตอบแทนที่มากขึ้นด้วย
นอกจากนี้อีกหนึ่งข้อได้เปรียบสำคัญของ K-FIXEDPLUS ก็คือ สภาพคล่องในการซื้อขายหน่วยลงทุน
เมื่อมีความต้องการใช้เงินก็สามารถขายออกได้ เพราะว่าผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ โดยจะได้รับเงินคืนภายในวันที่ T+2 ซึ่งยืดหยุ่นกว่าการที่เรานำเงินไปลงทุนในหุ้นกู้รายตัว หรือกองทุน Term Fund ที่มีระยะเวลาการลงทุนที่ตายตัว
สรุปแล้วกองทุน K-FIXEDPLUS ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายเงินลงทุนไปในสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงไม่สูง สามารถถือครองได้ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป และคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 500 บาท ได้ที่แอป K PLUS หรือ K-My Funds และที่ธนาคารกสิกรไทย และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนทั่วประเทศไทย
หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/2HeKZGw
คำเตือน:
- การลงทุนในตราสารหนี้อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและค่าเงิน
- ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
#KAsset #KFIXEDPLUS #คำตอบที่ใช่ของการลงทุน
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.