ส่องธุรกิจ ‘ศรีตรังโกลฟส์’ ผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ เติบโตในวันที่เศรษฐกิจผันผวน

ส่องธุรกิจ ‘ศรีตรังโกลฟส์’ ผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ เติบโตในวันที่เศรษฐกิจผันผวน

11 มิ.ย. 2020
ลงทุนแมน x ศรีตรังโกลฟส์
ส่องธุรกิจ ‘ศรีตรังโกลฟส์’ ผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ เติบโตในวันที่เศรษฐกิจผันผวน
ในวิกฤติย่อมมีโอกาส…
สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อาจทำให้บางธุรกิจต้องปิดตัว
แต่บางธุรกิจเป็นโอกาสเร่งผลิตสินค้ารองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น
เช่นเดียวกับสินค้าถุงมือยางที่กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการเป็นอย่างมากในช่วงเวลานี้
ทั้งในทางวงการแพทย์ สถานเสริมความงาม อุตสาหกรรมอาหาร ฯลฯ
ส่งผลให้ถุงมือยางได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เสมือนเป็นอวัยวะที่ 33
และในประเทศไทย ก็มีผู้ประกอบการที่ขึ้นแท่นผลิตและจำหน่ายถุงมือยางอยู่ในระดับเบอร์ต้นของโลก
และประสบความสำเร็จจากการส่งออกต่างประเทศ
เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
บริษัทผลิตถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีชื่อว่า บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT
มีสินค้าที่ผลิตและจัดจำหน่ายอยู่ 2 อย่าง คือ ถุงมือยางธรรมชาติ (Latex Glove) ที่ยืดหยุ่นสูง สวมใส่ง่าย และถุงมือยางสังเคราะห์ (Nitrile Glove) ผลิตจากน้ำยางไนไตรล์ ซึ่งเป็นน้ำยางสังเคราะห์ ทนต่อความร้อนและสารเคมีได้ดีกว่ายางธรรมชาติ
แต่กว่าความสำเร็จจะทำให้ STGT ยืนหนึ่งในวันนี้ได้
STGT เคยเป็นบริษัทที่ไม่ได้มีกำลังการผลิตมากมาย
เริ่มต้นด้วยทุนจดทะเบียนบริษัทฯ 200 ล้านบาท เมื่อปี 2532 ภายใต้ชื่อ บริษัท สยามเซมเพอร์เมด จำกัด
มีฐานการผลิต 1 แห่ง คือโรงงานสาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่มีเพียง 4 สายการผลิตเท่านั้น
กระทั่งอีก 9 ปีต่อมา บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสในการลงทุนในตลาดต่างประเทศ
จึงจัดตั้ง Sempermed USA, Inc ขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อทำธุรกิจขายถุงมือยางในสหรัฐอเมริกา
และนอกจากจะบุกเบิกตลาดแถบตะวันตกแล้ว ยังรุกเข้าลงทุนในตลาดแถบตะวันออกอย่างต่อเนื่องด้วย
โดยเข้าลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 100 ใน Shanghai Sempermed Glove Sales Co., Ltd . ในประเทศจีน เพื่อทำธุรกิจผลิตและขายถุงมือไวนิลในประเทศจีน
การลงทุนด้วยการมุ่งเจาะตลาดต่างประเทศ ได้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้บริหารที่ต้องการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการสร้างการรับรู้ของตราสินค้าให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล
ในปี 2556 STGT ยังได้จัดตั้งโรงงานขึ้นใหม่อีก 1 แห่ง คือ โรงงานสาขาสุราษฎร์ธานี ที่มีสายการผลิตครบ 14 สายการผลิต
จนมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ และเป็นผู้ผลิตน้ำยางข้นสำหรับการผลิตถุงมือยาง เข้าซื้อหุ้นในบริษัท สยามเซมเพอร์เมด และเปลี่ยนชื่อมาเป็นบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อปี 2560
หลังจากนั้นเกิดพัฒนาการที่สำคัญคือ บริษัท STA ได้เข้าลงทุนในบริษัท ไทยกอง จำกัด (มหาชน) หรือ TK ที่ถือหุ้นโดยบริษัท ไทยกองกรุ๊ป จำกัด หรือ TKG ร้อยละ 95 โดยวิธีการควบรวมบริษัทระหว่าง STGT กับบริษัท TK เพื่อให้บริษัทฯ เป็นบริษัทหลัก (Flagship Company) ของกลุ่ม STA ในการประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายถุงมือยาง
นอกจากนี้ยังได้มีการปรับโครงสร้างภายในองค์กร โดย STGT ได้นำบริษัทผู้จัดจำหน่ายถุงมือยาง ได้แก่ บริษัท SDME และ STU ที่เดิมจัดตั้งเพื่อทำธุรกิจขายถุงมือในประเทศจีนและสหรัฐฯ เมื่อปี 2541 ช่วงที่บุกเบิกในตลาดต่างประเทศใหม่ๆ มาอยู่ภายใต้การบริหารของ STGT
เส้นทางของ STGT จึงมีแต่เดินหน้า และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการมีพันธมิตรที่ดีเพื่อคอยสนับสนุนและจากการขยายฐานการผลิต
ปัจจุบัน STGT ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมผลิตถุงมือยาง ที่บ่มเพาะประสบการณ์มาเป็นเวลากว่า 30 ปี เน้นการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นเลิศ โดยเพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่เป็นจำนวน 1,434 ล้านบาท
พร้อมทั้งให้การลงทุนในสายการผลิตต่อเนื่อง จัดตั้งโรงงานขึ้นใหม่อีก 1 แห่ง คือ โรงงานสาขาตรัง
รวมการจัดตั้งโรงงานของศรีตรังโกลฟส์ในตอนนี้มีอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานสาขาหาดใหญ่ โรงงานสาขาสุราษฎร์ธานีและโรงงานสาขาตรัง
โดย STGT ได้ทำการขยายกำลังผลิตติดตั้งของโรงงานสาขาหาดใหญ่ และโรงงานสาขาตรัง ซึ่ง ณ ปัจจุบัน STGT มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 32,619 ล้านชิ้นต่อปี (ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2563) และยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในประเทศไทย
หากเราวิเคราะห์ถึงปัจจัยการเติบโตของบริษัทฯ ที่มีเสถียรภาพ และผลิต จัดจำหน่ายสินค้าออกมารองรับความต้องการของผู้บริโภค
คงต้องมองไปที่การลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ ที่เน้นนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างการผลิตแบบอัตโนมัติ และระบบ IoT มาใช้เป็นตัวซัพพอร์ต ทำให้ผลิตสินค้าได้รวดเร็วขึ้น ลดการใช้แรงงาน และลดความผิดพลาด
ประกอบกับมีระบบ Supply Chain คอยรองรับ ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ ที่มีน้ำยางข้นเป็นของตัวเอง ผ่านการผลิตของบริษัท STA ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ STGT
รวมไปถึงจุดแข็งของยุทธศาสตร์ด้านทำเลของโรงงานที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ปลูกสวนยาง ทำให้ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และมีความยืดหยุ่นทางด้านการจัดหาวัตถุดิบ
STGT ยังมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ส่งออกสินค้ากว่า 140 ประเทศ และเป็นผู้บุกเบิกถุงมือยางในตลาดที่มีอัตราเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้ ฯลฯ
เงินในส่วนที่ได้จากการระดมทุน STGT จะนำไปใช้ขยายกำลังการผลิตของสินค้า พร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตถุงมือยางต่อไป
สอดรับกับแนวทางการบริหารและวิสัยทัศน์ ที่ว่า “ส่งมอบการปกป้องทุกสัมผัส ด้วยความห่วงใย สู่ทุกชีวิตทั่วโลก”
ถุงมือยางจึงเป็นมากกว่าสิ่งของไว้ใช้งาน แต่มันคืออุปกรณ์สวมใส่ที่มือชั้นดี ที่มอบความอุ่นใจ ให้แก่ผู้สวมใส่ทั่วโลกทุกครั้งที่ใช้..
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sritranggloves.com/
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.