รีวิว Philips Airfryer หม้อทอดไร้น้ำมัน ที่คุ้มค่ากับการลงทุน

รีวิว Philips Airfryer หม้อทอดไร้น้ำมัน ที่คุ้มค่ากับการลงทุน

10 ก.ค. 2020
ลงทุนแมน x Philips
รีวิว Philips Airfryer หม้อทอดไร้น้ำมัน ที่คุ้มค่ากับการลงทุน
ในช่วงที่ผ่านมาโควิด-19 ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องอยู่ที่บ้าน
ดังนั้นแทนที่จะได้ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เราจึงต้องเปลี่ยนมาหาอะไรที่ทำในบ้านได้แทน
ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยม ก็คือการ “ทำอาหาร”
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าพอเข้าครัวปุ๊บ ทุกคนจะสามารถทำอาหารเป็นทันที
เพราะการทำอาหารส่วนใหญ่นอกจากจะใช้ความสามารถแล้ว
อีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยได้อย่างมากก็คือ “อุปกรณ์ที่ครบครัน”
แต่สำหรับชีวิตคนเมืองส่วนใหญ่ ที่ในสถานการณ์ทั่วไปจะใช้เวลามากกว่าครึ่งอยู่นอกบ้าน
การมีอุปกรณ์ครัวจำนวนมากจึงอาจไม่ใช่เรื่องปกติ
ดังนั้นถ้ามีอุปกรณ์ทำครัวที่ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน และทำอาหารได้หลายประเภท อีกทั้งอร่อยด้วย
ก็น่าจะกลายเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ ได้เป็นอย่างดี
พอเรื่องเป็นแบบนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่า “หม้อทอดไร้น้ำมัน” จะกลายเป็นสินค้าสุดฮอต
ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ปัจจุบัน ถ้าเรามองไปที่ตลาดหม้อทอดไร้น้ำมัน คงจะรู้สึกว่ามีหลายแบรนด์ จนเลือกไม่ถูก
แต่ถ้าจะหาแบรนด์ที่มีประสบการณ์ในวงการนี้อย่างยาวนาน และมีความน่าเชื่อถือแล้ว
Philips ก็ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่น่าสนใจ
เนื่องจากฟิลิปส์ ถือเป็นแบรนด์แรกๆ ที่เริ่มทำตลาดหม้อทอดที่ไม่ใช้น้ำมัน
ภายใต้ชื่อสินค้า Philips Airfryer และมีวางจำหน่ายในประเทศไทย มาเป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว
แล้ว Philips Airfryer มีจุดเด่นอะไรที่ทำให้แตกต่างจากหม้อทอดไร้น้ำมันแบรนด์อื่น?
Philips Airfryer มีเทคโนโลยี Twin TurboStar Rapid Air
โดยตรงฐานหม้อ จะมีโครงสร้างคล้ายรูปปลาดาว ซึ่งถือเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของฟิลิปส์
ซึ่งตรงส่วนนี้ จะช่วยทำให้ร้อนเร็วและอาหารสุกอย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องคอยกลับอาหารขณะใช้งาน
ที่สำคัญคือ Philips Airfryer สามารถขจัดไขมันส่วนเกินออกจากอาหารได้สูงสุด 90% เมื่อเทียบกับการทอดในน้ำมันท่วม ในขณะที่ตัวอาหาร ยังคงความอร่อย กรอบนอกฉ่ำใน เหมือนทอดในน้ำมัน
นอกจากนั้นตัวเครื่อง ยังใช้วัสดุที่ปลอดภัยกับอาหาร แม้ว่าตัวเครื่องจะต้องผ่านความร้อนสูง
ล่าสุดฟิลิปส์ ยังได้มีการนำเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ มาใช้ กับหม้อทอดรุ่น Philips Smart Airfryer XXL
ความอัจฉริยะของหม้อทอดรุ่นนี้ คือ ช่วยคิดแทนว่าจะต้องใช้อุณหภูมิและเวลาเท่าไรในการปรุงอาหาร โดยคำนวณจากปริมาณและเมนูอาหารที่ใส่เข้าไปในเครื่อง
เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ไม่ต้องเดาก็อร่อยได้ง่ายๆ แค่กดปุ่ม
สำหรับคนที่เริ่มสนใจ.. ปัจจุบันหม้อทอด Philips Airfryer หลายรุ่นให้เลือก
แต่โดยหลักๆ แล้ว จะแบ่งได้เป็น 2 ขนาด
ขนาดใหญ่ XXL 1.4 กิโลกรัม เทียบเท่าเค้ก 3 ปอนด์
เหมาะสำหรับการทำอาหารในปริมาณมาก อาหารที่มีขนาดใหญ่ เช่น ไก่ทั้งตัว หรือทำอาหารหลายอย่างพร้อมๆ กันได้
ขนาด compact 0.8 กิโลกรัม เทียบเท่าเค้ก 2 ปอนด์
เหมาะกับครอบครัวเล็ก หรือผู้ที่อยู่อาศัยไม่เกิน 4 คน
ทั้งหมดนี้ ทำให้ Philips Airfryer สามารถตอบโจทย์ลูกค้าแทบทุกกลุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพ หรือกลุ่มที่ชอบทำอาหารทานเองที่บ้าน
โดยที่คนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีทักษะการทำอาหารเลย
เพราะ Philips Airfryer ถือเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้การทำอาหารเป็นเรื่องที่ไม่ยาก
ที่สำคัญคือ มีขนาดและฟังก์ชั่นให้เลือกตามความเหมาะสม เหมาะกับทั้งครอบครัวเล็กและใหญ่
รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในคอนโด
เพราะ Philips Airfryer ช่วยประหยัดพื้นที่ สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายประเภท
โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์เยอะ และยังช่วยลดกลิ่นหรือควันจากการปรุงอาหารด้วยกระทะได้
นอกจากนั้น Philips Airfryer มาพร้อมกับแอปพลิเคชัน
ซึ่งอำนวยความสะดวกให้เราใช้งานหม้อทอดได้ง่ายขึ้นไปอีก
มีทั้งสูตรอาหารที่หลากหลายตั้งแต่ของคาว ไปถึงของหวาน
เทคนิคในการใช้งาน และวิธีการทำความสะอาดเครื่อง
รวมถึงฟังก์ชันการสนับสนุนและบริการลูกค้าหลังการขาย
อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าใครไม่อยากตกเทรนด์ โชว์ภาพสกิลการทำอาหารอวดคนอื่นในโซเชียลมีเดีย
Philips Airfryer ก็ถือเป็นหม้อทอดไร้น้ำมันที่น่าสนใจ
เพราะมีสินค้าหลายรุ่น ตอบโจทย์ตามความต้องการและงบประมาณ
ที่สำคัญคือ สามารถมั่นใจเรื่องสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ทนทาน อยู่ภายใต้แบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ และเทคโนโลยี Twin TurboStar สิทธิบัตรเฉพาะที่ทำให้แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดอย่างสิ้นเชิง..
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.