เศรษฐกิจไทย.. ต่อจากนี้ไป จะเป็นอย่างไร?

เศรษฐกิจไทย.. ต่อจากนี้ไป จะเป็นอย่างไร?

1 ส.ค. 2020
KRUNGSRI EXCLUSIVE X ลงทุนแมน
เศรษฐกิจไทย.. ต่อจากนี้ไป จะเป็นอย่างไร?
ในช่วงที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังมืดมน เจ้าของธุรกิจหลายคน
กำลังต้องการสถาบันการเงิน ที่พร้อมดูแลให้คำปรึกษาด้านการเงินการลงทุนของเรา
เพราะช่วยให้เราคลายกังวลและได้มีเวลากับคนที่เรารักมากขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นพื้นฐานความสุขที่สำคัญที่สุดในชีวิต
KRUNGSRI EXCLUSIVE บริการที่ปรึกษาด้านการเงินการลงทุนสำหรับผู้ที่มีเงินฝาก/เงินลงทุนกับธนาคาร 5 ล้านบาทขึ้นไป ได้เข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องนี้
เพราะหนึ่งในเอกสิทธิ์พิเศษในด้านการเงินและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายก็คือการดูแลให้คำปรึกษาพร้อมจัดข้อมูลวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ
ที่จะช่วยให้เราตัดสินใจปรับพอร์ตสร้างโอกาสและลดความเสี่ยงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจผันผวนนี้ได้อย่างทันสถานการณ์
แม้ในช่วงโควิด-19 ที่ต้องเว้นระยะห่างก็ยังส่งความห่วงใยผ่านหน้าจอ
ด้วยการจัดสัมมนาออนไลน์ที่มีผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับประเทศและต่างประเทศมาให้มุมมองทิศทางการลงทุนดีๆบ่อยครั้งอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุดก็ได้มีการจัดงานสัมมนาออนไลน์ “ทิศทางเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2563”
แล้วงานนี้น่าสนใจอย่างไร ลงทุนแมน จะเล่าให้ฟัง
เชื่อหรือไม่ว่าปีนี้ GDP จะติดลบถึง 10.3%
จากในปีที่แล้ว GDP ของประเทศไทยมีมูลค่า 16.9 ล้านล้านบาท
ซึ่งหมายความว่าปีนี้ GDP ของประเทศจะหายไปอย่างน้อย 1.69 ล้านล้านบาท
เรื่องนี้คงเดาสาเหตุได้ไม่ยากว่าเป็นเพราะโควิด-19 ได้แพร่เชื้อเข้าไปในระบบเศรษฐกิจไทยขั้นรุนแรง อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
วิกฤตินี้ ก็ยังทำให้เราได้เห็นจุดอ่อนในระบบเศรษฐกิจไทยชัดเจนมากขึ้น
ปีที่แล้วประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวรวมกัน 39.8 ล้านคน
สร้างรายได้ 1.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 11% ของ GDP
แต่เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติใน 5 เดือนแรกของปีลดลง 60%
โดยเฉพาะตัวเลขหลังเดือนเมษายนเป็นต้นมา ตัวเลขนี้แทบจะเป็นศูนย์
แล้วยังไม่มีที่ท่าว่าจะเพิ่มขึ้น ตราบใดที่เรายังไม่เปิดประตูรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ส่วนการส่งออกของไทยมูลค่าราวๆ 7.6 ล้านล้านบาท ใน 5 เดือนแรกของปีนี้ลดลง 22.5%
ก็ยังไม่รู้ว่าต่อจากนี้ตัวเลขส่งออกจะลดลงเหลือเท่าไรเมื่อถึงสิ้นปี 2563
จากตัวเลขข้างต้น พอจะสรุปได้ว่า ระบบเศรษฐกิจไทยพึ่งพารายได้จากต่างประเทศ
เป็นหัวใจหลัก
คำถามที่หลายคนกำลังต้องการคำตอบก็คือ
เมื่อวันนี้ประเทศไทยพ้นจากอาการป่วยจากโรคระบาดโควิด -19
เราจะกลับคืนสู่สภาวะปกติเมื่อใด
คำตอบคือ เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแบบ เครื่องหมายถูกหางยาวเหมือนโลโก้ของ Nike
และเราจะเห็น GDP กลับมาบวกอีกครั้งคือไตรมาส 2 ปีหน้า
และจะกลับคืนสู่จุดเดิม คงต้องรอถึง 3 ปีข้างหน้านับจากวันนี้
ทีนี้ใครหลายคนคงตั้งคำถามว่าเราจะกลั้นหายใจ ไปให้ถึงวันนั้นได้หรือไม่ ?
ก่อนหน้านี้ช่วงการระบาดของโควิด-19 กระทรวงการคลังก็มีการเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อนคนละ 5,000 บาทจำนวน 15.3 ล้านคนคิดเป็นจำนวนเงิน 217,500 ล้านบาท
ส่วนในภาคธุรกิจ SMEs สถาบันการเงินต่างๆ ก็มีการขยายเวลาชำระหนี้
ขณะที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยว เราเลือกจะพึ่งพาคนในประเทศด้วยกันเองผ่านโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เพราะในวันที่ยังไม่มีวัคซีนกำจัดเชื้อโควิด -19 ให้หายไป
วิธีนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
แม้จะชดเชยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปไม่ได้เลย
แต่แผนนี้ภาครัฐก็ตั้งความหวังไว้ว่าให้คนไทย 10.6 ล้านคน
ที่เดินทางไปต่างประเทศและใช้จ่ายไป 4 แสนล้านบาทในปีที่แล้ว
หันกลับมาเที่ยวประเทศไทยในปีนี้
อย่างไรก็ตามภาครัฐ ก็มองว่ายังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้พ้นวิกฤติ
การออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทในไตรมาส 3 จึงเกิดขึ้น
โดยแผนใช้จ่ายเงินส่วนนี้ประกอบไปด้วย
เยียวยาประชาชนที่ได้ผลกระทบเป็นเวลา 3 เดือน และจัดหาอุปกรณ์การเกษตร เครื่องมือแพทย์รวม 6 แสนล้านบาท
ส่วนอีก 4 แสนล้านบาทที่เหลือจะใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับชุมชนของแต่ละจังหวัด
โดยเรื่องการกู้เงินในครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า
หนี้สาธารณะของประเทศไทย ณ วันนี้ อยู่ในขีดอันตรายแล้วหรือยัง
ปัจจุบันประเทศไทยมีหนี้สาธารณะคิดเป็น 40% ของ GDP
ขณะที่ในปี 2543 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศกำลังกอบกู้วิกฤติต้มยำกุ้ง
หนี้สาธารณะเคยแตะไปถึง 59% ของ GDP และเมื่อไรตัวเลขไปถึง 60 นั้นคือขีดอันตราย
เรื่องนี้กำลังบอกกับเราว่า ณ วันนี้ประเทศไทยยังมีกระสุนเหลือพอที่จะก่อหนี้สาธารณะ
เพื่อใช้รับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้
อย่างไรก็ตาม มันจะดีกว่านี้ หากเจ้าของธุรกิจเลิกคิดว่าจะกลั้นหายใจเพื่อเฝ้ารอวัคซีนโควิด- 19 หรือรอให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัว
ทำไมเราไม่มองหาถังออกซิเจนใบใหม่ที่เป็นของเราเอง
ด้วยการปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เข้ากับวิกฤติที่ต้องเผชิญ และพฤติกรรมคนที่เปลี่ยนไป
ซึ่งธุรกิจของเรา ถ้าเราเป็นคนขีดเขียนเอง มันก็จะดีกว่ารอให้โชคชะตามากำหนด..
นี่คือข้อมูลที่ ลงทุนแมน ได้จากการเข้าร่วมสัมมนากับทาง KRUNGSRI EXCLUSIVE
ซึ่งต้องบอกว่าเป็นข้อมูลที่ล้ำค่ามากกับยุคที่เราต้องนำธุรกิจตัวเองฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยมีมา
และเมื่อเราฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้ เราก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุนทรีย์กับคนที่เรารัก
พร้อมกับมีเอกสิทธิ์พิเศษของ KRUNGSRI EXCLUSIVE คอยเติมเต็มความสุขในชีวิตของเรา
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.