สรุป นวัตกรรมช่วยเหลือ SMEs จากงาน Hack the Future: Business Rebound Edition

สรุป นวัตกรรมช่วยเหลือ SMEs จากงาน Hack the Future: Business Rebound Edition

30 ก.ย. 2020
ลงทุนแมน X Microsoft
สรุป นวัตกรรมช่วยเหลือ SMEs จากงาน Hack the Future: Business Rebound Edition
ปัจจุบันถ้าเราคิดอะไรไม่ออก หรือต้องการไอเดียใหม่ๆ
Hackathon อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
Hackathon มาจากคำว่า “Hack” รวมกับคำว่า “Marathon”
สื่อความหมายถึง งานแข่งประชันไอเดียทางเทคโนโลยีใหม่ๆ
ซึ่งแม้แต่ Elon Musk ยังเคยประกาศว่าจะจัดงาน Hackathon ขึ้น
เพื่อแก้ปัญหาสายการผลิตของรถยนต์ Tesla Model 3
สำหรับประเทศไทยเอง ก็มีการจัดงาน Hackathon อยู่หลายครั้ง
โดยโจทย์ของแต่ละงาน ก็จะแตกต่างกันไป
ซึ่งล่าสุด จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
ที่สร้างผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่ต้องรับมือกับการหยุดชะงักของเศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
พอเรื่องเป็นแบบนี้ Microsoft จึงต้องการเป็นส่วนหนึ่ง
ที่ช่วยบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูธุรกิจ SMEs ซึ่งมีทรัพยากรในขนาดที่จำกัด
โดย Microsoft ได้ร่วมมือกับ RISE สถาบันพัฒนานวัตกรรมองค์กร
จัดโครงการ Hack the Future: Business Rebound Edition
โครงการนี้มีจุดประสงค์ ในการตามหาสตาร์ตอัป
ที่จะมาร่วมสร้างและพัฒนาโซลูชันบน Microsoft Azure
เพื่อสร้างนวัตกรรม สำหรับการกอบกู้ SMEs ไทย หลังวิกฤติ
โดยเน้นตอบโจทย์ปัญหา 3 ประเด็น
1.การจัดสรรทรัพยากรและการจัดการการดำเนินงาน สนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดการทรัพยากรได้ดีขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นกระแสเงินสด, วัตถุดิบ, การขนส่ง, ไปจนถึงระบบปฏิบัติการ
เพื่อการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์ของโรคระบาด คลี่คลายลง
2.วิถีการทำงานยุคใหม่โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย
ทั้งการเสริมประสิทธิภาพให้กับพนักงานขององค์กรระดับกลางถึงเล็ก และพนักงานระดับปฏิบัติการส่วนหน้า
3.การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ
ซึ่งจะมีผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจ
โครงการนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ถึง 27 สิงหาคม
มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 14 ทีม โดยแต่ละทีมจะต้องมีสมาชิก 3-5 คน
ที่ช่วยกันหาโซลูชันเพื่อแก้ปัญหาที่กิดขึ้นจริงกับธุรกิจ
และล่าสุด หลังจากประชันกันอย่างดุเดือด
ก็มีการประกาศผลผู้ชนะ 3 ทีม พร้อมมอบรางวัลพิเศษอีก 1 ทีม
แล้วแต่ละทีมมีความน่าสนใจอย่างไร?
เริ่มจากผู้ชนะ 3 ทีม
ทีม Alto Tech โซลูชัน IoT และคอมพิวเตอร์วิชั่น ที่จัดการการใช้พลังงานภายในอาคารโดยอัตโนมัติจากการใช้งานจริง
สามารถรับรู้ได้ว่าห้องใดมีคนใช้งานอยู่หรือไม่
โดยไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของแขกที่มาพัก
และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยในส่วนของเจ้าของอาคาร
ทีม Bizcuit ระบบอัตโนมัติสำหรับการเปิดรับเสียงตอบรับจากลูกค้า
ที่นำศักยภาพของ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำได้แบบเรียลไทม์
ทีม Vii Vision Intelligence บริการที่นำ AI มาสนับสนุนการทำงานของพนักงาน
ในการดูแลและประสานงานกับลูกค้า
ช่วยให้ธุรกิจลดภาระด้านกำลังคนและต้นทุนในการให้บริการ
และทีมที่ได้รับรางวัลพิเศษสำหรับการส่งเสริมความเท่าเทียมกันในสังคม
ซึ่งก็คือ ทีม Vulcan โซลูชันฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าหรือแขกที่มาใช้บริการสามารถตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย อาการป่วย
และเช็กอินเมื่อเข้าสู่สถานที่หรืออาคารได้โดยอัตโนมัติ
รวมทั้งยังสามารถใช้กล้องตรวจสอบว่าแต่ละคนใส่หน้ากากอยู่หรือไม่
และใช้ระบบ AI ที่ผ่านการฝึกจากทีมงานซึ่งมีผู้บกพร่องทางการได้ยินร่วมด้วย
ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด
โดยทั้ง 4 ทีมนี้ จะได้รับการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ Microsoft
ในการพัฒนาและนำโซลูชันเหล่านี้ออกสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
รวมทั้งได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการ Microsoft for Startups
เพื่อชิงรางวัล เครดิตการใช้งานคลาวด์ Azure มูลค่ารวมสูงสุดกว่า 3 ล้านบาท
สำหรับการพัฒนาโซลูชันต่ออย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมดนี้ จึงเรียกได้ว่า Hack the Future: Business Rebound Edition
เป็นโครงการที่สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรมของคนไทยให้เกิดขึ้นจริง
และยังสามารถช่วยแก้ปัญหาของธุรกิจ ที่กำลังเผชิญกันอยู่ในขณะนี้ได้จริง
ถือเป็นก้าวสำคัญ สำหรับความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อไปในภาคธุรกิจไทย..
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.