กรณีศึกษา สิงคโปร์ จากฮับท่าเรือ ฮับการเงิน สู่ ฮับเทคโนโลยี ของโลก

กรณีศึกษา สิงคโปร์ จากฮับท่าเรือ ฮับการเงิน สู่ ฮับเทคโนโลยี ของโลก

25 พ.ย. 2020
กรณีศึกษา สิงคโปร์ จากฮับท่าเรือ ฮับการเงิน สู่ ฮับเทคโนโลยี ของโลก / โดย ลงทุนแมน

สิงคโปร์ ประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็ก
มีขนาดพื้นที่ประมาณ 726 ตารางกิโลเมตร
ซึ่งเล็กกว่ากรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทยมากกว่าเท่าตัว
พูดถึงสิงคโปร์ หลายคนคงคิดถึงภาพของประเทศที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางทะเล และศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก
นอกจากนั้นแล้ว สิงคโปร์ยังมีความโดดเด่นในด้านเทคโนโลยี
ที่น่าสนใจคือ ตอนนี้รัฐบาลสิงคโปร์
กำลังผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น
เพื่อให้เป็น “Technology Hub” หรือศูนย์กลางเทคโนโลยี ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก
เรื่องนี้เป็นอย่างไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ปี 2019 สิงคโปร์มีประชากรประมาณ 5.7 ล้านคน มีขนาดเศรษฐกิจ หรือ GDP เท่ากับ 10.1 ล้านล้านบาท
ซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรอง อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม
แต่ถ้าเทียบเป็น GDP ต่อหัวแล้ว สิงคโปร์ไม่เป็นรองใคร
ประชากรของสิงคโปร์กลับมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงเป็นอันดับที่ 6 ของโลก
และสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ประมาณ 1.8 ล้านบาท ต่อคนต่อปี
สิงคโปร์เพิ่งแยกตัวออกจากมาเลเซียเมื่อปี 1965
ประเทศแห่งนี้มีพื้นที่จำกัด และไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมากและสมบูรณ์เหมือนหลายประเทศ
ถึงแม้จะมีข้อจำกัดทั้งด้านเนื้อที่ และความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร
แต่สิงคโปร์พยายามอย่างหนักในการพัฒนาเศรษฐกิจ และการค้า และเน้นหนักไปที่อุตสาหกรรมบริการที่ไม่ต้องอาศัยทรัพยากรธรรมชาติ อย่างเช่น การบริการทางการเงิน
ที่สำคัญคือ สิงคโปร์ มีการลงทุนและพัฒนาท่าเรือน้ำลึก ที่มีขนาดใหญ่โต และทันสมัย
ด้วยความทันสมัย ประจวบเหมาะกับทำเลที่ตั้งที่อยู่บนเส้นทางการค้าที่สำคัญ คืออยู่บนปลายสุดของแหลมมลายู ระหว่างช่องแคบมะละกาและช่องแคบสิงคโปร์ ท่าเรือของสิงคโปร์จึงกลายเป็นสถานที่สำหรับขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เรือสินค้าจำนวนมากจากยุโรป, ตะวันออกกลาง และฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ต่างใช้เส้นทางนี้ ในการขนส่งสินค้ามายังเอเชีย และสิงคโปร์ ก็เป็นศูนย์กลางสำคัญ
นอกจากการเป็นศูนย์การค้าทางทะเลแล้ว
สิงคโปร์ยังเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก
โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยที่สิงคโปร์ยังอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร
ในยุคล่าอาณานิคม ที่สหราชอาณาจักรเข้ามาครองดินแดนในแถบคาบสมุทรมลายู สิงคโปร์ ถูกวางให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าที่สำคัญของบริษัท British East India
เมื่อมีการค้าขายเกิดขึ้นมาก ก็ตามมาด้วยการขยายตัวของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเงิน และประกันภัย เรื่อยมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
จนถึงวันนี้ สิงคโปร์ ก็ได้ขึ้นชื่อว่า เป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางด้านการเงิน หรือ Financial Hub ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นอกจากเรื่องการเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเล
และศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกแล้ว
สิงคโปร์ ยังมีความโดดเด่นในเรื่อง “เทคโนโลยี”
รู้ไหมว่า ในช่วงระหว่างปี 2012-2018 มูลค่าตามราคาตลาด (Market capitalization) ของธุรกิจเทคโนโลยีในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นจาก 281,000 ล้านบาท มาอยู่ที่ 609,000 ล้านบาท
ที่เป็นแบบนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายสนับสนุนธุรกิจสตาร์ตอัปจากรัฐบาล
ทำให้จำนวนบริษัทสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีของสิงคโปร์
เพิ่มขึ้นจาก 2,800 บริษัทในปี 2003 มาอยู่ที่ 4,000 บริษัทในปี 2017
เรื่องที่น่าสนใจคือ ปี 2019 มูลค่าสินค้าส่งออกของสิงคโปร์กว่า 5.4 ล้านล้านบาท หรือ 46% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด มาจากสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการพัฒนานวัตกรรมอย่างมาก
ซึ่งมูลค่าการส่งออกนี้มีสัดส่วนมากกว่า 53% ของมูลค่าเศรษฐกิจ (GDP) ของสิงคโปร์
และตอนนี้ สิงคโปร์ ยังตั้งเป้าจะเป็น “Technology Hub” หรือศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีระดับโลก
ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “Tech.Pass programme”
Tech.Pass programme ถูกตั้งขึ้นมาโดยรัฐบาลสิงคโปร์
โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงแรงงานที่มีความรู้ ความสามารถด้านเทคโนโลยีจากต่างประเทศให้เข้ามาทำงานหรือลงทุนสร้างเทคโนโลยีในสิงคโปร์
โดยโครงการนี้ อธิบายแบบคร่าวๆ ง่ายๆ ก็คือ
สิงคโปร์จะอนุญาตให้แรงงานที่มีความสามารถในด้านเทคโนโลยีที่ผ่านการคัดเลือก สามารถเริ่มต้นและทำธุรกิจในสิงคโปร์ รวมไปถึงการเป็นนักลงทุน พนักงาน หรือที่ปรึกษาในบริษัทที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ได้
แล้วเรื่องนี้ สิงคโปร์ จะได้อะไร?
รัฐบาลของสิงคโปร์มองว่า เรื่องนี้จะช่วยก่อให้เกิดการลงทุน การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีจากแรงงานต่างชาติที่มีทักษะและความสามารถ
การมีองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่แน่นขึ้นในประเทศ
จะทำให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสิงคโปร์มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของสิงคโปร์เติบโตขึ้นในอนาคต
จะเห็นว่า เทคโนโลยี กำลังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของสิงคโปร์อย่างมาก
และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่า ทำไมรัฐบาลสิงคโปร์จึงให้ความสำคัญอย่างมาก กับเรื่องการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
รู้ไหมว่า ทุกวันนี้ สิงคโปร์ คือที่ตั้งของ Data Center หรือศูนย์เก็บข้อมูลกลาง ของ Facebook แห่งแรกของเอเชียแปซิฟิก
รู้ไหมว่า Amazon บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก กำลังจะขยายธุรกิจเทคโนโลยี อย่างบริการคลาวด์ Amazon Web Service และศูนย์เก็บข้อมูล (Data Center) ในสิงคโปร์ในเร็วๆ นี้
รู้ไหมว่า สิงคโปร์กำลังจะเป็นหนึ่งในที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของ ByteDance บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติจีน เจ้าของแอปยอดนิยม TikTok
แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ และไม่มีทรัพยาธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เหมือนชาติอื่นๆ
แต่สิงคโปร์ก็สามารถเอาชนะข้อจำกัดนั้น
ด้วยการนำเอาจุดเด่นของตัวเองออกมาต่อยอด
จนสามารถเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเล
ศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของโลก
และกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก อย่างเต็มตัว..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
© 2021 Longtunman. All rights reserved.