รู้จัก Chick-fil-A ร้านฟาสต์ฟูด ที่ขายดีกว่า Burger King และ KFC ในสหรัฐฯ

รู้จัก Chick-fil-A ร้านฟาสต์ฟูด ที่ขายดีกว่า Burger King และ KFC ในสหรัฐฯ

21 ม.ค. 2021
รู้จัก Chick-fil-A ร้านฟาสต์ฟูด ที่ขายดีกว่า Burger King และ KFC ในสหรัฐฯ /โดย ลงทุนแมน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การดูแลสุขภาพเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น
ส่งผลให้ร้านอาหารฟาสต์ฟูด ยอดขายหดตัวลง ไม่เว้นแม้แต่ McDonald’s ที่เป็นเจ้าตลาดนี้
แต่ในสหรัฐอเมริกา กลับมีร้านแซนด์วิชไก่ทอดรายหนึ่ง ชื่อว่า “Chick-fil-A”
กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง จนมียอดขายแซงหน้าเชนฟาสต์ฟูดที่คนส่วนใหญ่รู้จัก อย่าง Burger King และ KFC ไปแล้ว

Chick-fil-A ทำอย่างไรถึงขายดี จนเอาชนะคู่แข่งรายใหญ่ๆ ได้?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
Chick-fil-A เป็นเชนร้านอาหารฟาสต์ฟูด
ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1946 หรือเมื่อ 75 ปีที่แล้ว โดยคุณ Samuel Truett Cathy
จริงๆ แล้ว คุณ Cathy เริ่มต้นธุรกิจจากการเปิดร้านอาหารทั่วไป ชื่อว่า Dwarf Grill
แต่ต่อมา เขาได้คิดค้นเมนูแซนด์วิชไก่ทอดขึ้นมา ซึ่งได้รับความนิยมมาก และสามารถเสิร์ฟได้เร็วพอๆ กับร้านฟาสต์ฟูดชื่อดังร้านอื่นๆ
ทำให้ในปี 1967 เขาจึงตัดสินใจรีแบรนด์ร้านใหม่เป็น “Chick-fil-A”
ซึ่งดัดแปลงมาจากคำว่า Chicken Fillet หรือ เนื้อไก่
เพื่อขายอาหารจานด่วน ที่มีแซนด์วิชไก่ทอดเป็นเมนูหลัก โดยเฉพาะ
คุณ Cathy เลือกใช้กลยุทธ์การเปิดร้านในห้างสรรพสินค้าแถบชานเมือง ที่ค่าเช่าไม่แพงมากนัก และผู้บริโภคน่าจะทานอาหารฟาสต์ฟูดบ่อยกว่า

ทำให้ชื่อของ Chick-fil-A เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว จนบริษัทสามารถขยายสาขาไปทั้งในและนอกตัวห้าง ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ผ่านมาถึงปัจจุบัน Chick-fil-A มีหน้าร้านอยู่ 2,605 สาขา
ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในรัฐทางตอนใต้ของสหรัฐฯ
และเริ่มทดลองเปิดสาขาในต่างประเทศบ้าง
เช่น แคนาดา, สหราชอาณาจักร และเปอร์โตริโก
ความน่าสนใจของร้านฟาสต์ฟูดแบรนด์นี้
คือมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่า ในช่วง 10 ปีหลัง หรือเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี
ซึ่งถือว่าเติบโตได้ดีเลยทีเดียว

ปี 2009 ยอดขายในสหรัฐฯ อยู่ที่ 9.6 หมื่นล้านบาท
ปี 2019 ยอดขายในสหรัฐฯ อยู่ที่ 3.3 แสนล้านบาท
โดยถ้าลองเปรียบเทียบกับยอดขายของเชนร้านฟาสต์ฟูดชื่อดัง ในตลาดสหรัฐฯ
ร้าน McDonald’s 1.2 ล้านล้านบาท
ร้าน Starbucks 6.4 แสนล้านบาท
ร้าน Taco Bell 3.3 แสนล้านบาท
ร้าน Burger King 3.1 แสนล้านบาท
ร้าน Subway 3.0 แสนล้านบาท
ร้าน KFC 1.4 แสนล้านบาท
จะเห็นได้ว่า Chick-fil-A กลายเป็นร้านอาหารจานด่วน ที่มียอดขายสูงเป็นอันดับ 3 ของสหรัฐฯ
แซงหน้าแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่มีลักษณะเมนูใกล้เคียงกันอย่าง Taco Bell, Burger King, Subway และ KFC ไปเรียบร้อยแล้ว
และที่น่าสนใจคือ Chick-fil-A ไม่ได้มีจำนวนร้านมากเท่ารายอื่น
คือมีเพียงประมาณ 2,600 สาขา ซึ่งยังถือว่าน้อย
เมื่อเทียบกับ McDonald’s ที่มีมากถึง หลักหมื่นสาขาในสหรัฐฯ
ทำให้บริษัทมียอดขายเฉลี่ยสูงถึง 126 ล้านบาทต่อสาขา ซึ่งมากสุดในกลุ่มอุตสาหกรรม
ขณะที่ผู้นำตลาดอย่าง McDonald’s มียอดขายเฉลี่ย 84 ล้านบาทต่อสาขา และ Starbucks มียอดขายเฉลี่ย 42 ล้านบาทต่อสาขา
ทำให้หลายคนต่างประเมินว่า บริษัทยังมีโอกาสขยายฐานตลาดได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็น ในพื้นที่ภูมิภาคอื่นของสหรัฐฯ หรือในต่างประเทศ
รวมทั้งปัจจุบัน ร้าน Chick-fil-A จะปิดให้บริการในวันอาทิตย์ และวันหยุดคริสต์มาส ตามนโยบายที่คุณ Cathy ปลูกฝังเอาไว้ เพื่อให้พนักงานได้หยุดพักผ่อนและไปเข้าโบสถ์
ซึ่งในอนาคต หากร้านเปลี่ยนมาเปิดในวันหยุดเหล่านั้น ก็คาดการณ์ว่าจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงสงสัยกันแล้วว่า
อะไร คือสาเหตุที่ทำให้ ร้าน Chick-fil-A ประสบความสำเร็จ?
ปัจจัยแรก คือ คุณภาพของอาหาร
Chick-fil-A มุ่งเน้นขายเมนูแซนด์วิชไก่ทอดเป็นหลัก
ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาคุณภาพให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้ดีกว่าคู่แข่ง ที่ส่วนใหญ่มีเมนูอาหารแบบหลากหลาย
และที่ผ่านมา Chick-fil-A ยังพยายามแก้ไขจุดอ่อนของฟาสต์ฟูด ที่ถูกมองว่าไม่ดีต่อสุขภาพ
โดยได้วิจัยค้นคว้าเพื่อลดปริมาณไขมันทรานส์ลง และเป็นร้านแรกที่ประกาศว่าใช้ไก่จากฟาร์มเลี้ยงที่ปราศจากสารกระตุ้นหรือยาปฏิชีวนะทั้งหมด ภายในปี 2019
ปัจจัยที่สอง คือ คุณภาพของบริการ
จากผลสำรวจความพึงพอใจลูกค้าในสหรัฐฯ ต่อแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟูด
ปรากฏว่า Chick-fil-A ได้คะแนนอันดับ 1 มาต่อเนื่องถึง 6 ปี
โดยร้านมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องการบริการด้วยความสุภาพและรวดเร็ว
เนื่องมาจาก บริษัทมีเกณฑ์คัดเลือกผู้ขอรับสิทธิ์แฟรนไชส์ที่ค่อนข้างเข้มงวด
โดยแต่ละปีมีผู้ได้รับเลือกแค่ราว 100 คน จากผู้สมัคร 60,000 คน ซึ่งกำหนดให้บริหารได้แค่คนละสาขา และต้องผ่านการฝึกอบรมอย่างหนัก เพื่อให้ได้คนที่ต้องการดูแลธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่แค่ลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทน
ด้วยเหตุนี้ Chick-fil-A จึงกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในธุรกิจฟาสต์ฟูดในสหรัฐอเมริกา จนบรรดาร้านเจ้าตลาดเดิมไม่อาจอยู่นิ่งเฉยต่อไปได้
โดย McDonald’s ประกาศเตรียมเปิดตัวแซนด์วิชไก่ทอดพร้อมกันถึง 3 เมนู ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดกลับมาจาก Chick-fil-A ส่วนทางด้าน Burger King และ KFC ก็ได้เริ่มทดลองวางขายเมนูแซนวิชด์ไก่ทอด เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ หลายคนอาจมองว่า การสร้างตัวตนในธุรกิจที่เป็นขาลง และมียักษ์ใหญ่ครองตลาดอยู่ อย่างธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟูด คงเป็นเรื่องยากมาก
แต่ Chick-fil-A ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มันเป็นไปได้
และในบางครั้ง เราไม่จำเป็นต้องเก่งในทุกด้าน
ขอเพียงแค่หาความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวให้เจอ และพัฒนาสิ่งนั้นให้แข็งแกร่ง
สุดท้าย มันก็อาจทำให้เราประสบความสำเร็จได้
เหมือนกับที่ Chick-fil-A ร้านที่เน้นขายแซนด์วิชไก่ทอด
จนตอนนี้ สามารถสร้างยอดขายได้ดีกว่าผู้เล่นรายสำคัญในตลาด อย่าง Burger King และ KFC ในสหรัฐฯ ไปแล้ว..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
© 2021 Longtunman. All rights reserved.