ทำไม ชิลี จึงเป็น ผู้ส่งออกไวน์ ระดับโลก

ทำไม ชิลี จึงเป็น ผู้ส่งออกไวน์ ระดับโลก

9 ก.พ. 2021
ทำไม ชิลี จึงเป็น ผู้ส่งออกไวน์ ระดับโลก /โดย ลงทุนแมน
หากพูดถึงไวน์ เรามักจะนึกถึงไวน์จากประเทศฝรั่งเศส อิตาลี หรือสเปน ซึ่งเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับไวน์มาหลายพันปี เป็นชาติแรกๆ ในยุโรปที่นิยมดื่มไวน์ และเป็นกลุ่มประเทศที่ส่งออกไวน์มากที่สุดในโลก
5 อันดับ ประเทศที่ส่งไวน์มากที่สุดในโลก ได้แก่
1. ฝรั่งเศส ส่งออกมูลค่า 330,000 ล้านบาท
2. อิตาลี ส่งออกมูลค่า 219,000 ล้านบาท
3. สเปน ส่งออกมูลค่า 93,000 ล้านบาท
4. ออสเตรเลีย ส่งออกมูลค่า 63,000 ล้านบาท
5. ชิลี ส่งออกมูลค่า 57,000 ล้านบาท
ประเทศที่ส่งออกไวน์มากที่สุด 4 อันดับแรก หากไม่ใช่ประเทศที่มีขนาดใหญ่ หรือมีประชากรมาก ก็ล้วนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
แต่หากลองสังเกตประเทศชิลี หลายคนอาจจะสงสัยว่า
ทำไมประเทศจากทวีปอเมริกาใต้ที่มีประชากรเพียง 18 ล้านคนแห่งนี้ สามารถส่งออกไวน์ได้มากเป็นอันดับที่ 5 ของโลก
ที่น่าสนใจก็คือ มูลค่าการส่งออกไวน์ของชิลีสูงกว่ามูลค่าการส่งออกไวน์ของสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดพื้นที่, ทรัพยากร, และเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าชิลีอย่างมหาศาล
แล้วทำไมประเทศในทวีปห่างไกลอย่างชิลี ถึงก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้ส่งออกไวน์ระดับโลก?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
เรื่องราวของไวน์จากชิลีต้องย้อนกลับไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 16
ซึ่งเป็นช่วงที่ชิลีกำลังถูกปกครองด้วยจักรวรรดิสเปน
ในช่วงเวลานั้น สเปนได้วางรากฐานทางวัฒนธรรมให้กับดินแดนแห่งนี้มากมาย ทั้งภาษา ประเพณี โดยเฉพาะศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก
เนื่องจากไวน์มีความสำคัญมากในศาสนาคริสต์ เพราะถูกเปรียบกับโลหิตของพระเยซู
ไวน์จึงเป็นส่วนสำคัญในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ด้วยเหตุนี้เอง มิชชันนารีชาวสเปนจึงได้นำองุ่นพันธุ์ดีจากสเปนมาปลูกที่ดินแดนชิลี เพื่อที่จะนำมาผลิตไวน์ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา
นอกจากชาวสเปนแล้ว ยังมีการนำเข้าองุ่นพันธุ์ดีจากชาติอื่นๆ ในยุโรปอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์องุ่นจากฝรั่งเศส และอิตาลี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชิลีจึงกลายเป็นเขตปลูกองุ่นที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้
ในแง่ภูมิศาสตร์ ชิลีมีภูมิประเทศแคบและยาว ทอดตัวเป็นระยะทางยาวกว่า 4,300 กิโลเมตร เลียบมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตก ส่วนทางตะวันออกมีเทือกเขาแอนดีสทอดยาวจากเหนือจดใต้
เขตเซ็นทรัลแวลลีย์ คือเขตที่อยู่ใจกลางของประเทศชิลี อยู่ตรงกลางระหว่างทะเลทรายอาตากามาที่แห้งแล้งทางตอนเหนือ กับป่าฝนเขตอบอุ่นทางตอนใต้ ทำให้เขตนี้มีภูมิอากาศคล้ายคลึงกับ แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของสเปน คือ ในฤดูร้อนมีอากาศแห้งแล้งและแดดจัด แต่มีฝนตกและชุ่มชื้นในฤดูหนาว ซึ่งเหมาะสมกับการเจริญเติบโตขององุ่นที่ชอบแสงแดดจัด และต้องการความชื้นแบบพอดีๆ
เขตเซ็นทรัลแวลลีย์ของชิลีจึงกลายเป็นเขตปลูกองุ่นที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
โดยไวน์จากชิลี จะถูกเรียกว่า ไวน์โลกใหม่ ซึ่งหมายถึง ไวน์ที่ผลิตในประเทศนอกทวีปยุโรป
จุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมไวน์ในชิลี คือในช่วงปลายศตวรรษที่ 18
ตรงกับช่วงที่ Phylloxera หรือเพลี้ยองุ่นกำลังระบาดอย่างหนักในทวีปยุโรป
โดยเฉพาะในฝรั่งเศส เพลี้ยองุ่นจะเข้าไปโจมตีรากของต้นองุ่น ทำให้ต้นองุ่นล้มตายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ไร่องุ่นในยุโรปได้รับผลกระทบอย่างหนัก
แต่เหตุการณ์ดังกล่าวกลับสร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมไวน์ในชิลีอย่างมาก
เนื่องจากชิลีตั้งอยู่ห่างไกลจากยุโรป จึงรอดพ้นจากการระบาดของเพลี้ยองุ่น ส่งผลให้ยังคงรักษาองุ่นพันธุ์ยุโรปดั้งเดิมเอาไว้ได้ และอุตสาหกรรมไวน์ในชิลีดำเนินต่อไปได้
ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีบริษัทไวน์จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนและร่วมลงทุนในชิลี ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจากฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา
ส่งผลให้ชิลีกลายเป็นประเทศที่ส่งออกไวน์และผลิตภัณฑ์จากองุ่นเป็นจำนวนมาก
นอกจากเงินทุนแล้ว ยังมีการถ่ายทอดเทคนิคต่างๆ โดยชิลีจะนิยมปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์แดงเป็นส่วนใหญ่ โดยพันธุ์องุ่นแดงได้แก่ กาแบร์เน โซวีญง, คาร์แมเยร์, แมร์โล, ซีราห์ และอื่นๆ
ในส่วนของพันธุ์องุ่นขาวได้แก่ โซวีญง บล็อง และอื่นๆ
ปัจจุบันมีไวน์ที่ผลิตในชิลี และมีชื่อเสียงระดับโลกหลายแบรนด์
ไม่ว่าจะเป็น Seña, Concha y Toro, Errázuriz และ Almaviva
ที่ชิลีมีการใช้กฎหมายไวน์เพื่อที่จะควบคุมคุณภาพของไวน์
ไม่ว่าจะเป็น การมีฉลากที่บอกว่าผลิตขึ้นจากเมืองไหนหรือเขตไหน
ที่สำคัญจะต้องใช้องุ่นในเขตนั้นมากกว่า 75%
และถ้าผู้ผลิตไวน์จะใส่ปีที่ผลิตบนฉลากไวน์ จะต้องใช้องุ่นที่เก็บในปีนั้นมากกว่า 75% เช่นกัน
เช่น ถ้าบนฉลากไวน์บอกว่า ไวน์ขวดนี้ผลิตในปี 2001 ผู้ผลิตไวน์จำเป็นต้องใช้องุ่นที่เก็บในปี 2001 มากกว่า 75%
จากข้อได้เปรียบเรื่ององุ่นพันธุ์ดีจากยุโรปที่ปลูกในชิลี รวมกับกฎหมายควบคุมคุณภาพไวน์
ส่งผลให้คุณภาพไวน์ของชิลีไม่น้อยหน้าไวน์จากยุโรป
ซึ่งจุดเด่นของไวน์ชิลีคือเป็นไวน์ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับไวน์โลกเก่า แต่มีราคาที่ถูกกว่า
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ไวน์ชิลีได้รับการตอบรับที่ดีจากทั่วโลก
ชิลีได้ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้ส่งออกไวน์สูงเป็นอันดับ 5 ของโลก
และเป็นสินค้าส่งออกหลักของชิลีได้ในที่สุด
อุตสาหกรรมไวน์ในชิลีจึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อย..
วิกฤติเพลี้ยในยุโรปอาจสร้างโอกาสให้ก็จริง
แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอและควบคุมคุณภาพอย่างเคร่งครัด ที่ทำให้ประเทศในทวีปอเมริกาใต้อย่างชิลี สามารถผลิตสินค้าฟุ่มเฟือยมาแข่งกับประเทศในยุโรปได้อย่างสูสี
แม้จะเริ่มต้นช้ากว่าประเทศเหล่านี้นับพันปีก็ตาม..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.