“แอสเซทไวส์” ก้าวสู่ปีที่ 17 ทะยานสู่ความสำเร็จ  เคาะขายไอพีโอหุ้นละ 9.82 บาท เตรียมเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 19-21 เม.ย. เข้า SET วันที่ 28 เม.ย. นี้

“แอสเซทไวส์” ก้าวสู่ปีที่ 17 ทะยานสู่ความสำเร็จ เคาะขายไอพีโอหุ้นละ 9.82 บาท เตรียมเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 19-21 เม.ย. เข้า SET วันที่ 28 เม.ย. นี้

16 เม.ย. 2021
ข่าวประชาสัมพันธ์..
“แอสเซทไวส์” ก้าวสู่ปีที่ 17 ทะยานสู่ความสำเร็จ
เคาะขายไอพีโอหุ้นละ 9.82 บาท เตรียมเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 19-21 เม.ย. เข้า SET วันที่ 28 เม.ย.นี้
บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (AssetWise) หรือ ASW ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพ เพื่อจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตที่ดี ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” (We Build Happiness) นับเป็นผู้พัฒนาโครงการที่น่าจับตาอย่างมากในช่วง 3–4 ปีที่ผ่านมานี้
โดยที่ในช่วงไตรมาส 1/2564 แม้ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด 19 ระลอกใหม่ แต่ ASW ยังคงเดินหน้าการเปิดขายโครงการอย่างต่อเนื่อง บนทำเลศักยภาพที่รองรับการขยายของเมืองและระบบคมนาคมเส้นทางใหม่ บวกรวมกับความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์นักพัฒนารุ่นใหม่ ที่พร้อมมุ่งสู่แผนสร้างศักยภาพของบริษัทฯ ให้แข็งแกร่ง สอดรับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งเทคโนโลยีที่รุดหน้าอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ผันแปร
· วิสัยทัศน์นักพัฒนารุ่นใหม่ สู่ความแข็งแกร่งของ ASW
คุณกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ทิศทางของ ASW ในปี 2564 ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่คุณภาพคับแก้วทั้งแนวสูงและแนวราบ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์แห่งยุคได้หลากหลาย พร้อมตั้งเป้าขยายตัวรุกตลาดคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง และยังมีแผนระดมทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพและเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ ในอนาคต
· ลุยตลาดอสังหาฯ คนรุ่นใหม่ ตอบทุกโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง
กว่า 16 ปีที่ ASW เติบโตในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่ที่เข้าใจตลาดเป็นอย่างดี มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยรอบด้าน ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” ผ่านแบรนด์คอนโดมิเนียมหลัก 3 แบรนด์สำคัญ ได้แก่ MODIZ (โมดิซ), ATMOZ (แอทโมซ) และ KAVE (เคฟ)
โดยในปี 2564 “ASW” ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ และก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงการพัฒนาโครงการบนทำเลที่เจาะกลุ่มตลาดบลูโอเชี่ยน เนื่องจากมีกำลังซื้อที่มีสัญญาณดีต่อเนื่อง เน้นทำเลใกล้มหาวิทยาลัย และเพิ่มฟังก์ชันสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการอยู่อาศัยที่โดนใจไลฟ์สไตล์หนุ่ม-สาวรุ่นใหม่ อาทิ ห้องดูหนัง, ห้องเล่นเกม, ห้องร้องเพลง, Co-Working Space ที่กว้างขวาง
โดยแบรนด์คอนโดที่โดดเด่นในกลุ่มนี้คือ KAVE (เคฟ) แบรนด์คอนโดมิเนียมใกล้สถานศึกษา (Campus Condo) ที่มีการออกแบบดีไซน์พื้นที่ที่มีเอกลักษณ์ มาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เพื่อให้รองรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเด็กรุ่นใหม่
นอกจากนั้น ยังมีแบรนด์ที่เน้นตอบโจทย์วัยทำงานที่ทุกตารางนิ้วเนรมิตขึ้นมาภายใต้คอนเซปต์ “คอนโดรีสอร์ทกลางเมือง” เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะโลดแล่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในแต่ละวัน และสามารถคลิกสู่ “โหมดพักผ่อน” (Rest Mode) ได้ทันที ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น เงียบ สงบ และส่วนกลางขนาดใหญ่ บนทำเลศักยภาพ NEW CBD ที่มีความคล่องตัวในการเดินทางสูง สามารถเข้า-ออกได้หลากหลายเส้นทาง อาทิ โครงการแอทโมซ รัชดา – ห้วยขวาง (Atmoz Ratchada – Huaikwang) ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มเริ่มสร้างครอบครัวและกลุ่มคนเริ่มทำงานเป็นอย่างดี
· เพิ่มฟังก์ชัน “สุขภาพ” เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนยุคใหม่
หนึ่งในแนวคิดของ ASW คือ “การมีสุขภาพที่ดี คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการอยู่อาศัยที่มีความสุข” สอดรับกับปัจจุบันที่ผู้คนต้องเผชิญกับปัญหามลพิษและสถานการณ์โรคระบาด “สุขภาพ” จึงเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรก ๆ ที่ ASW ให้ความใส่ใจในรายละเอียดการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ภายใต้คอนเซปต์ "Health Solution" ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุที่ไม่ทำร้ายสุขภาพ ไปจนถึงมอบสิทธิประโยชน์ที่ช่วยสนับสนุนการมีสุขภาพดี ผ่าน 4 หัวใจหลัก ได้แก่
“VIRTUAL HEALTH” การจัดพื้นที่ในโครงการพร้อมเตรียมอุปกรณ์สำหรับการตรวจสุขภาพในเบื้องต้น หรือ Health Station สำหรับลูกบ้านเพื่อติดต่อและรับคำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพ จากแพทย์จากโรงพยาบาลชั้นนำผ่านระบบออนไลน์
"HEALTHY PRIVILEGE" สิทธิพิเศษและบริการด้านสุขภาพที่หลากหลาย คัดสรรมาเพื่อลูกบ้าน ASW Club เช่น ส่วนลดค่ารักษาพยาบาล เรียกรถพยาบาลฟรี ส่วนลดบริการสปา ฯลฯ
"HEALTHY ACTIVITY" กิจกรรมด้านสุขภาพทั้งกายและใจในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน รวมถึงการอบรม CPR เพื่อการอยู่อาศัยที่ดีและเป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโครงการ
"HEALTHY LIVING" สาระน่ารู้ด้านสุขภาพที่สรรหามาเพื่อสมาชิก ASW Club
· มั่นใจก้าวต่อไปของแบรนด์ เติบโตอย่างยั่งยืน
กลุ่มบริษัท ASW มีบริษัทย่อยทั้งหมด 15 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลักคือ ธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม และโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ จำนวน 12 บริษัท และบริษัทย่อยอีก 3 บริษัท ที่ประกอบธุรกิจอื่น ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่า และธุรกิจรับฝากขายฝากเช่า
ความภาคภูมิใจที่ผ่านมาของ ASW คือการได้รับรางวัล Top 10 Developers จากเวทีใหญ่ระดับเอเชีย BCI ASIA AWARDS 2019 ซึ่งเป็นผลงานการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพและโดดเด่น จาก 3 โครงการเด่น ได้แก่ โครงการแอทโมซ ลาดพร้าว 71, โครงการแอทโมซ ลาดพร้าว 15, โครงการโมดิซ สุขุมวิท 50 โดยทั้ง 3 โครงการเป็นโครงการที่สะท้อนคุณภาพและการใส่ใจในรายละเอียด และยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งหมดจึงเป็นคุณภาพของการอยู่อาศัยที่ ASW จัดเตรียมไว้ให้ผู้ซื้อ ตอกย้ำแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ของคนรุ่นใหม่เพื่อคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีสังคมที่ดีในทุก ๆ วัน
และล่าสุด บมจ. แอสเซทไวส์ (ASW) เคาะขายไอพีโอหุ้นละ 9.82 บาท เตรียมเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 19-21 เม.ย.นี้ ได้ฤกษ์ดีเข้า SET วันที่ 28 เม.ย.นี้ ที่ปรึกษาทางการเงิน และแกนนำอันเดอร์ไรท์ฯ มั่นใจนักลงทุนให้การตอบรับคึกคัก ชูจุดเด่นเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯครบเครื่อง แบ็กล็อกรอโอนกว่า 7.8 พันล้านบาท ความสามารถการทำกำไรสูง Gross Profit Margin สูงกว่า 40% บิ๊กบอส “กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์” ปักหมุดปี 64 เปิด 6 โปรเจคใหม่ มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท หนุนผลงานเติบโตโดดเด่น
นางยอดฤดี สันตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ หัวหน้าสายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (ASW) เปิดเผยว่า ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 206 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท ในราคาหุ้นละ 9.82 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) เท่ากับ 8.54 เท่า (Post-IPO Dilution) ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ โดยจะเปิดให้จองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 เมษายน นี้ และคาดว่าสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 28 เมษายน 2564 โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า "ASW" เข้าเทรดในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
โดยมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
"การกำหนดราคาไอพีโอที่ 9.82 บาท/หุ้น คิดเป็น PE ที่ 8.5 เท่า คำนวณจากผลประกอบการปี 2563 เทียบกับ P/E ของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ 11 เท่า คิดเป็นส่วนลดให้กับนักลงทุนประมาณ 23% ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ซึ่ง ASW เป็นหุ้นที่น่าลงทุนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากที่โรดโชว์ไปแล้ว นักลงทุนมีความเข้าใจธุรกิจและทราบถึงแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก ทำให้ได้รับความสนใจอย่างคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนสถาบันซึ่งได้ bookbuild เกินยอดที่จัดสรรไปประมาณ 6 เท่า" นางยอดฤดีกล่าว
นางศิริพร เหล่ารัตนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า บมจ.แอสเซทไวส์ (ASW) เป็นบริษัทที่มีความสามารถในการพัฒนาโครงการที่ตรงความต้องการลูกค้า มีความโดดเด่นในด้านทำเลที่ตั้ง มีแบรนด์ที่มีลักษณะเฉพาะตัวเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรสูง เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปีที่ผ่านมา อยู่ในระดับสูงกว่า 40% จากการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ประสบการณ์การดำเนินธุรกิจมายาวนาน
"เชื่อมั่นว่า ASW จะเป็นหุ้นที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ลงทุน เนื่องจากมีการเติบโตต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปีที่แล้ว มีแบ็กล็อกรอโอนกว่า 7,800 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ ไปจนถึงปี 2566”
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอสเซทไวส์ (ASW) กล่าวว่า บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ในการพัฒนาโครงการ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ซึ่งจะครอบคลุมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ และการซื้อที่ดินเพื่อรองรับแผนการเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติมในอนาคต โดยในปีนี้ เตรียมเปิด 6 โครงการใหม่ มูลค่า 10,850 ล้านบาท
“หลังการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ต้นทุนทางการเงินลดลง ยกระดับชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับประเทศ เพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต และมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในระยะยาวอย่างต่อเนื่องได้” นายกรมเชษฐ์ กล่าวในที่สุด
อนึ่ง ASW มีโครงการในมือทั้งหมด 33 โครงการ มูลค่า 30,420 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแล้วเสร็จ 25 โครงการมูลค่า 19,043 ล้านบาท, โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างและเปิดขาย 8 โครงการ มูลค่า 11,377 ล้านบาท และ 11 โครงการ มูลค่ารวม 21,202 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการในอนาคต ที่จะเปิดขายและพัฒนาในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า
สามารถดูรายละเอียดบริษัทเพิ่มเติมได้ที่
https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=298870
หรือดูรายละเอียดโครงการต่าง ๆ และติดตามข่าวสารของ AssetWise ได้ที่
Website : www.assetwise.co.th
facebook : https://www.facebook.com/AssetWiseThailand
Line : @assetwise (https://lin.ee/7PPfGRN)
Youtube : www.youtube.com/AssetwiseChannel
IG : www.instagram.com/assetwisethailand
© 2021 Longtunman. All rights reserved.