“ดูไบ” จากหมู่บ้านชาวประมง สู่เมืองศูนย์กลางระดับโลก

“ดูไบ” จากหมู่บ้านชาวประมง สู่เมืองศูนย์กลางระดับโลก

8 พ.ค. 2021
“ดูไบ” จากหมู่บ้านชาวประมง สู่เมืองศูนย์กลางระดับโลก /โดย ลงทุนแมน
50 ปีที่แล้ว น้อยคนบนโลกที่จะรู้จักหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ริมอ่าวเปอร์เซีย
ที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลทรายรกร้างว่างเปล่า
แต่ในวันนี้ “ดูไบ” ดึงดูดให้คนทั้งโลกต้องจับตามอง
ด้วยการปักหมุดตัวเองให้เป็นศูนย์กลางในหลากหลายด้าน..
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบมีผู้ใช้บริการมากเป็นอันดับ 4 ของโลกในปี 2019
ส่วนท่าเรือ Jebel Ali ในดูไบ ก็ขนส่งสินค้าติด Top 10 ของโลกมาตั้งแต่ปี 2005
ดูไบยังเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในตะวันออกกลาง
มีตึกที่สูงที่สุดในโลก คือ เบิร์จคาลิฟา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านการค้า
เป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาค และศูนย์กลางค้าเพชรอันดับ 2 ของโลก
แต่นั่นยังไม่หมด เพราะเมืองแห่งนี้กำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายใหม่
คือการเป็น “ศูนย์กลางการแพทย์ระดับโลก”
เส้นทางกว่าจะมาเป็นวันนี้ของดูไบเป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ดูไบคือ 1 ใน 7 รัฐ ที่ประกอบกันเป็นประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ซึ่งแต่ละรัฐ ก็จะมีเจ้าผู้ครองนคร ทำหน้าที่ปกครองรัฐของตัวเอง
รัฐดูไบเป็นรัฐที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากรัฐอาบูดาบีซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ
แต่เป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุด คือราว 3.4 ล้านคน
คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ
แรกเริ่มเดิมที ดูไบเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ผู้คนดำรงชีพด้วยการทำประมง และทำฟาร์มไข่มุก
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงมาสู่การเป็นเมืองใหญ่
คือการค้นพบน้ำมันในช่วงทศวรรษ 1960s
ในปี 1969 ดูไบเริ่มมีรายได้จากการส่งออกน้ำมัน เมืองจึงมีฐานะร่ำรวยอย่างรวดเร็ว
มีการก่อสร้างถนนหนทาง และตึกรามบ้านช่องมากมาย
แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันสำรองของดูไบก็มีไม่มาก เมื่อเทียบกับรัฐอาบูดาบีเพื่อนบ้าน
เจ้าผู้ครองนครดูไบในขณะนั้น คือ เชครอชิด บิน ซาอิด อัลมักตูม
ได้มองเห็นว่า ในวันหนึ่งข้างหน้า น้ำมันสำรองของดูไบก็จะต้องหมดลง
แล้วรายได้มหาศาลจากน้ำมันก็จะหมดลงไปด้วย
นำมาสู่วิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนจากเมืองที่พึ่งพารายได้หลักจากการขายน้ำมัน
มาสู่เมืองที่มีเศรษฐกิจหลากหลาย
การพัฒนาขนานใหญ่จึงเริ่มต้นจากการมองหาศักยภาพที่ดูไบมี
ซึ่งไม่มีอะไรจะดีไปกว่า “ทำเลที่ตั้ง”
ถึงแม้จะล้อมรอบไปด้วยทะเลทราย แต่ดูไบก็ตั้งอยู่ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ
ซึ่งเป็นทางออกสู่ทะเลเพียงแห่งเดียวของหลายประเทศที่ตั้งอยู่รอบอ่าวเปอร์เซีย
ไม่ว่าจะเป็น อิรัก บาห์เรน คูเวต กาตาร์ รวมถึงบางส่วนของอิหร่าน และซาอุดีอาระเบีย
ปี 1972 รัฐบาลดูไบจึงตัดสินใจลงทุนสร้างท่าเรือ Rashid และท่าเรือ Jebel Ali
ตามมาด้วยการตั้งเขตเศรษฐกิจ Free Zone ขึ้นใกล้กับท่าเรือ
เพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทต่างชาติ โดยสามารถนำเข้าแรงงานและเงินทุนได้ไม่จำกัด
หลังจากเปิดดำเนินการในปี 1979 ท่าเรือของดูไบก็ค่อย ๆ เติบโตจนก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าสำคัญของประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย พร้อม ๆ กับดึงดูดแรงงานมุสลิมจากเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ
ประชากรดูไบ เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 2 แสนคนในปลายทศวรรษ 1970s กลายเป็นมากกว่า 1 ล้านคนในช่วงทศวรรษ 2000s
นอกจากการขนส่งทางเรือแล้ว ทำเลที่ตั้งของดูไบยังมีความโดดเด่นอีกประการหนึ่ง
ก็คือ อยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ทวีปใหญ่ คือยุโรปและเอเชีย
นำมาสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อมา คือ “การเป็นศูนย์กลางการบิน”
ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย เพื่อรองรับการเป็น Hub ให้กับหลายสายการบินแห่งรัฐดูไบ ซึ่งก็คือ สายการบิน Emirates ที่ถูกจัดตั้งในปี 1985
ด้วยทำเลที่ดี ใช้ระยะเวลาเดินทางจากทั้งยุโรปและเอเชียตะวันออกในเวลาที่ใกล้เคียงกัน
ทำให้ความนิยมในการเดินทางมาท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ และความนิยมของสายการบิน Emirates เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
สายการบินยังมีการลงทุนพัฒนาด้านการบริการ ปรับปรุงเบาะนั่ง ออกแบบตกแต่งห้องผู้โดยสารให้ทันสมัย ลงทุนด้านเทคโนโลยี เปิดเส้นทางการบินใหม่ ๆ
มีพนักงานต้อนรับจาก 120 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสามารถให้บริการได้ถึง 80 ภาษา
ปี 2018 สายการบิน Emirates มีผู้ใช้บริการมากเป็นอันดับ 7 ของโลก
ซึ่งผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ต้องมาทำการเปลี่ยนเครื่องที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ
ทำให้สนามบินแห่งนี้เติบโตจนกลายเป็น Hub การบินที่มีผู้ใช้บริการมากเป็นอันดับ 4 ของโลก
แต่ความโดดเด่นด้านทำเลของดูไบ ก็ยังไม่หมดแค่นี้..
ดูไบ ตั้งอยู่ใจกลางระหว่างทวีปแอฟริกาที่เป็นแหล่งแร่เพชร
กับรัฐคุชราตของอินเดีย ที่เป็นศูนย์กลางการเจียระไนเพชร
ดูไบได้มีการสร้างเขตการค้า Dubai Multi Commodities Centre ในปี 2002
เป็นเขต Free Zone เพื่อรองรับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะทองคำและเพชร
เขตนี้เป็นที่ตั้งของตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเพชร Dubai Diamond Exchange (DDE)
ซึ่งเป็นห้องค้าเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก รองรับผู้สนใจมาประมูลซื้อขายไม่ต่ำกว่า 200 ราย
ส่วนในด้านคุณภาพสินค้า ก็ได้มีการลงทุนติดตั้งเตาอุปกรณ์แบบพิเศษ เพื่อทำความสะอาดแร่เพชร ให้มีความบริสุทธิ์มากที่สุดตามความต้องการของผู้ซื้อ
ดูไบเป็นศูนย์กลางการขนส่งอยู่แล้ว ทั้งการขนส่งทั้งสินค้าและผู้คน
พ่อค้าจากทั่วโลกจึงสามารถเดินทางมาซื้อขายกันได้อย่างสะดวก
จนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรอันดับ 2 ของโลก รองจากเมืองแอนต์เวิร์ป ของเบลเยียม
ทั้งที่เพิ่งตั้งตลาดค้าเพชรหลังจากแอนต์เวิร์ปหลายร้อยปี
การเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าและการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ถูกต่อยอดมาเป็นธุรกิจการเงิน
ดูไบจัดตั้งศูนย์การเงินนานาชาติดูไบ ในปี 2002 และตลาดหลักทรัพย์ดูไบ
เพื่อวางตัวเองให้เป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคตะวันออกกลาง
เช่นเดียวกับการเป็นศูนย์กลางการค้าและการเดินทางทางอากาศ
ที่ถูกต่อยอดมาเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ปี 2019 ดูไบต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 16.7 ล้านคน โดยมีสถานที่ดึงดูด คือศูนย์การค้ามากมายหลายแห่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตึกระฟ้า โรงแรมหรูหรา และสนามแข่งขันกีฬาต่าง ๆ
แต่ประโยชน์จากการมีทำเลที่ดีก็ยังไม่หมดแค่นี้..
การท่องเที่ยวที่เติบโต ทำให้ดูไบเล็งเห็นศักยภาพที่จะต่อยอดจากนักท่องเที่ยวทั่วไป
คือการจับกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
หน่วยงานสาธารณสุขของดูไบ ได้พัฒนา Dubai Healthcare City (DHCC) ในปี 2002
ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีอัตราภาษีต่ำ เพื่อดึงดูดโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ต่าง ๆ ให้เข้ามาดำเนินกิจการ
ดูไบอาศัยความได้เปรียบของการเป็นศูนย์กลางการเดินทาง
เพื่อดึงดูดคนไข้ชาวตะวันออกกลางที่มีกำลังซื้อ ให้มารักษาสุขภาพที่นี่ โดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงยุโรปหรือเอเชีย
เช่นเดียวกับคนไข้ชาวยุโรปก็ไม่ต้องเดินทางมารักษาไกลถึงเอเชียตะวันออก
และคนไข้ชาวเอเชียตะวันออก ก็ไม่ต้องเดินทางไปรักษาไกลถึงยุโรป..
ปัจจุบันมีศูนย์การแพทย์ใน DHCC มากกว่า 200 แห่ง มีการตั้งสถานศึกษา และสถาบันวิจัยทางการแพทย์เพื่อพัฒนาบุคลากร และต่อยอดการรักษาให้มีประสิทธิภาพ
ในปี 2019 มีจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติกว่า 350,000 คน เดินทางมารักษายังสถานพยาบาลในดูไบ
โดยสัดส่วนของลูกค้า มาจากภูมิภาคเอเชีย 34% ตะวันออกกลาง 28% ยุโรป 17%
แอฟริกา 10% และสหรัฐอเมริกา 10%
ในขณะที่ปี 2020 ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์โรคระบาด
แต่รัฐบาลดูไบก็ได้ออกใบอนุญาตให้กับโรงพยาบาลแห่งใหม่ 45 แห่ง
และคลินิกการแพทย์เฉพาะทางอีก 10 แห่ง เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต
จากการจัดอันดับ Medical Tourism Index จากทั้งหมด 46 แห่งทั่วโลก
ดูไบถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 6 ของโลก และอันดับ 1 ของภูมิภาคตะวันออกกลาง
ด้วยการกระจายเศรษฐกิจที่หลากหลาย
ในปี 2019 รัฐดูไบมี GDP 3.5 ล้านล้านบาท
เมื่อหารด้วยประชากร จะทำให้ชาวดูไบมี GDP ต่อหัว 1,029,000 บาทต่อปี
ถึงแม้ว่าดูไบจะมี GDP ต่อหัวน้อยกว่ารัฐอื่น ๆ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
หรือประเทศใกล้เคียงที่มีรายได้หลักมาจากการขายน้ำมัน
แต่รู้ไหมว่าสัดส่วนจากการขายน้ำมันของดูไบ มีน้อยกว่า 1% ของ GDP มาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว
ดูไบเติบโตมาถึงวันนี้ได้ ด้วยการมีทรัพยากรอย่างน้ำมันเป็นส่วนผลักดัน แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดเพราะดูไบมองเห็นข้อจำกัดของตัวเอง และมองเห็นศักยภาพที่จะพัฒนาต่อยอดมาจากจุดนั้น
การมีทำเลที่ดี พัฒนามาสู่การสร้างท่าเรือ เป็นศูนย์กลางขนส่งทางเรือ ทางอากาศ
ต่อยอดเป็นศูนย์กลางการค้าเพชร การเงิน การท่องเที่ยว และบริการทางการแพทย์
เรียกได้ว่า ดูไบ ค่อย ๆ สร้างสิ่งที่ตัวเองยังไม่มี แต่สามารถทำให้ได้เปรียบกว่าคนอื่น
จนในวันนี้ เรียกได้ว่า คนทั้งโลกน้อยคนที่จะไม่รู้จักดูไบ
และในปี 2021 ดูไบก็จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Expo ในเดือนตุลาคม
โดยได้ระดมฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้กับทั้งชาวเมืองและแรงงานต่างชาติ
เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับผู้มาร่วมงานจากทั่วโลก
และในอนาคตอันใกล้ เราอาจเห็นดูไบ เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมอื่น ๆ อีกก็เป็นได้
ซึ่งมันก็คงทำให้เราเห็นได้ว่า เงินมหาศาลจากการขายน้ำมัน อาจเนรมิตให้เงินเข้าประเทศได้ในระยะสั้น
แต่ในระยะยาวแล้ว สิ่งที่จะทำให้ประเทศเจริญได้อย่างยั่งยืน ก็คือ “วิสัยทัศน์”..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References:
-https://www.weforum.org/agenda/2019/11/dubai-uae-transformation/
-https://www.dsc.gov.ae/Report/الناتج%20المحلي%20الاجمالي%20بالاسعار%20الثابتة%202019.pdf
-https://www.dsc.gov.ae/Report/DSC_SYB_2019_01%20_%2003.pdf
-https://edition.cnn.com/2019/12/19/business/dubai-diamond-exchange/index.html
-https://healthmanagement.org/c/healthmanagement/issuearticle/dubai-global-healthcare-hub
-https://www.arabianbusiness.com/healthcare/451472-how-dubai-compares-globally-as-medical-tourism-hub
-https://assets.website-files.com/5d8aac42c851d2d6528d50d4/5f0df13e57906e9f895e3767_2020-2021%20Medical%20Tourism%20Index%20Overall%20Ranking.pdf
© 2021 Longtunman. All rights reserved.