อนันดาฯ ออกหุ้นกู้รองรับการเติบโตต่อเนื่อง 2 รุ่นอายุ ดอกเบี้ยสูงสุด 5.40% ต่อปี เสนอขาย 11-13 ม.ค. 65

อนันดาฯ ออกหุ้นกู้รองรับการเติบโตต่อเนื่อง 2 รุ่นอายุ ดอกเบี้ยสูงสุด 5.40% ต่อปี เสนอขาย 11-13 ม.ค. 65

13 ธ.ค. 2021
Ananda x ลงทุนแมน
อนันดาฯ ออกหุ้นกู้รองรับการเติบโตต่อเนื่อง
2 รุ่นอายุ ดอกเบี้ยสูงสุด 5.40% ต่อปี เสนอขาย 11-13 ม.ค. 65
เมื่อความกังวลเรื่องของโควิด-19 คลี่คลายลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับคืนสู่สภาพปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีมติผ่อนปรนมาตรการการปล่อยสินเชื่อ LTV (Loan to Value) สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผู้บริโภคมีความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เราจึงเห็นบรรดาผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ออกแคมเปญการตลาดกับโครงการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำอย่างบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN นั้น จะเรียกว่าโดดเด่นกว่าใคร ๆ ก็ได้ เพราะได้จัดให้ 2 ผู้บริหารสูงสุด คือ คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกมาฉายภาพของอนันดาฯ ในปี 2565 ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยกลยุทธ์ ANANDA NEW BLUE ในการมองหาโอกาสใหม่ ๆ กับแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยและบริการในรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการชีวิตคนเมืองที่ปรับเปลี่ยนไปหลังสถานการณ์โควิด มาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการต่าง ๆ ในปี 2565 โดยแต่ละโครงการที่ได้เปิดตัวมานั้นมีความแตกต่างและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เป็นคนเมืองได้อย่างตรงจุด และชัดเจน
อนันดาฯ มีแผนเปิดโครงการใหม่จำนวน 7 โครงการ มูลค่ากว่า 28,000 ล้านบาท โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ และโครงการแนวราบ 2 โครงการ เดี๋ยวจะกลับมาเพิ่มเติมรายละเอียดเรื่องนี้อีกที
ขอตัดมาที่เรื่องของการออกหุ้นกู้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนทั้งที่เป็นแฟนพันธุ์แท้หุ้นกู้ ANAN และผู้ลงทุนทั่ว ๆ ไป ได้เตรียมตัวเตรียมเงินสำหรับการลงทุนกันก่อน
หุ้นกู้ที่จะออกใหม่ของอนันดาฯ คราวนี้มี 2 ชุด คือรุ่นอายุ 1 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.50% ต่อปี และรุ่นอายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.40% ต่อปี ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564 ที่ระดับ BBB- (เท่ากับอันดับเครดิตองค์กร) แนวโน้ม “คงที่” (Stable)
โดยมีผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 7 ราย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
กำหนดเสนอขายช่วงวันที่ 11-13 มกราคม 2565 แต่ผู้ลงทุนสามารถสอบถามเพื่อแสดงความสนใจไปยังสถาบันการเงินทั้ง 7 แห่งได้เลยตั้งแต่วันนี้ โดยลงทุนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
ตัดกลับมาที่ธุรกิจของ ANAN ซึ่งเรารู้จักกันดี ว่าเป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มุ่งเน้นทำเลติดรถไฟฟ้า และตอบโจทย์ความต้องการของคนเมือง (ทั้งที่ต้องการอาศัยในเมือง หรือที่จำเป็นต้องเดินทางมาทำงานในเมือง)
ANAN ทำทั้งโครงการคอนโดมิเนียม โครงการบ้านจัดสรร และทาวน์เฮ้าส์ รวมถึงเซอร์วิสอพารท์เม้นท์ ซึ่งสร้างรายได้สม่ำเสมอ (Recurring Income) โดยเน้นแนวคิดและการออกแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละกลุ่มลูกค้า
แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีปัจจัยท้าทายหลายเรื่องที่ต้องเผชิญ แต่ ANAN ยังสามารถสร้างการเติบโตทั้งในส่วนของยอดขายและยอดโอนที่มีสัญญาณที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยจะเห็นได้จากช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม 2564 มียอดขายเติบโตขึ้นทุกเดือน โดยเดือนสิงหาคมโตจากเดือนกรกฎาคม 12% เดือนต่อมาโตอีก 22% และเดือนตุลาคมโตจากเดือนกันยายนถึง 30% และในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 นี้ บริษัทฯ คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 4,104 ล้านบาท และยอดโอนกว่า 2,557 ล้านบาท ซึ่งเติบโตมาจากทั้งโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบ นอกจากนี้ บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 12,821 ล้านบาท เพื่อรองรับการโอนในระยะ 2 ปีข้างหน้า
ตัดกลับมาดูโครงการใหม่ 7 โครงการ ในปี 2565 มูลค่ากว่า 28,000 ล้านบาท ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องจากพันธมิตรชั้นนำระดับอินเตอร์เนชั่นแนล เช่น มิตซุย ฟูโดซัง, บีทีเอส กรุ๊ป, เพรซิเดนท์ ดี เวนเจอร์, ดุสิตธานี, สแครทช์ เฟิร์สท์ และดิ แอสคอทท์ เป็นต้น
เป็นโครงการคอนโดมิเนียม 2 แบรนด์ใหม่ (3 โครงการ) ครั้งแรก ได้แก่
1. แบรนด์ โคโค่ พาร์ค (COCO PARC) พัฒนาเป็นโครงการ โคโค่ พาร์ค มูลค่าโครงการ 4,622 ล้านบาท เป็นการจับมือกับกลุ่มดุสิตธานี ด้วยมาตรฐานระดับโรงแรมห้าดาวเฉพาะโครงการ COCO PARC Managed by DUSIT คอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ก่อนเปิดขาย เป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่จะเปลี่ยนรูปแบบในการอยู่อาศัยให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
2. แบรนด์ คัลเจอร์ (CULTURE) ซึ่งเป็นครั้งแรกกับโครงการแนวคิดใหม่ของการอยู่อาศัยในสังคมร่วมสมัย ด้วยการร่วมปลุกปั้นแบรนด์ใหม่เพื่อเปลี่ยนนิยามชีวิตเมือง ANANDA X SUSTAINABILITY CONCEPTS BY SCRATCH, FROM THE CREATOR OF WONDERFRUIT ผู้นำวิถีชีวิตเมืองที่เน้นความยั่งยืนและเป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างสร้างสรรค์ CULTURE การรวมตัวกันทางความคิดของกลุ่มคนเมืองที่มีความเชื่อในการมองหาทางเลือกการใช้ชีวิตแนวใหม่ เน้นความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ผสานความยั่งยืน สร้างแรงบันดาลใจและสะท้อนตัวตนที่โดดเด่นในการอยู่อาศัยสู่สุดยอด 2 ทำเลศักยภาพใจกลางเมือง คือ โครงการ คัลเจอร์ ทองหล่อ (Culture Thonglor) มูลค่าโครงการ 3,383 ล้านบาท และโครงการ คัลเจอร์ จุฬา (Culture Chula) มูลค่าโครงการ 6,031 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว 2 โครงการคอนโดมิเนียม New Series ใหม่ ภายใต้แบรนด์หลัก ไอดีโอ ได้แก่
1. โครงการ ไอดีโอ พหล-สะพานควาย (Ideo Phahol-Saphan Khwai) มูลค่าโครงการ 7,521 ล้านบาท และ 2. โครงการ ไอดีโอ รามคำแหง-ลำสาลี สเตชั่น (Ideo Ramkhamhaeng Lam Sali Station) มูลค่าโครงการ 2,085 ล้านบาท
สำหรับโครงการแนวราบมีแผนเปิดตัว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ อาร์เทล พระราม 9 (Artale Rama 9) มูลค่าโครงการ 3,538 ล้านบาท และ NEW HOUSING BRAND ติวานนท์ - แจ้งวัฒนะ เป็นแบรนด์โครงการบ้านใหม่ล่าสุดจากอนันดาฯ ที่มีแนวคิดที่ชัดเจนด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ มูลค่าโครงการ 1,041 ล้านบาท
ในส่วนของธุรกิจเซอร์วิสอพารท์เม้นท์ ซึ่งจะมีรายได้ประจำสม่ำเสมอ (Recurring Income) ก็จะกลับมาดีขึ้นภายหลังจากการเริ่มเปิดประเทศและรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยคาดว่าปี 2565 โครงการเซอร์วิสอพารท์เม้นท์จะสามารถเปิดดำเนินการได้ทั้ง 5 โครงการ คือ โครงการซัมเมอร์เซ็ต พระราม 9 โครงการแอสคอทท์ แอมบาสซี่ สาทร โครงการแอสคอทท์ ทองหล่อ บางกอก โครงการไลฟ์ สุขุมวิท 8 บางกอก และโครงการซัมเมอร์เซ็ต พัทยา
ANAN นั้นมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน มีศักยภาพในการลงทุนขยายโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีเงินสด ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 กว่า 5,900 ล้านบาท และมีเงินสดรับจากการขายและโอนโครงการที่สร้างเสร็จแล้วอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ เพิ่งได้รับเงินเพิ่มทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสภาพคล่องทางการเงิน ตามที่กำหนดไว้คือประมาณ 1,292 ล้านบาท โดยมียอดจองซื้อสูงถึง 1,716 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นที่จะเติบโตไปพร้อมกับบริษัทฯ
ส่วนประเด็นคดีความเรื่องการเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการแอชตัน อโศก ที่บริษัทฯ ถือหุ้นในโครงการดังกล่าวในสัดส่วน 51% ในลักษณะบริษัทร่วมค้านั้น โครงการนี้ไม่มีภาระหนี้คงเหลือ และบริษัทฯ ไม่ได้เป็นผู้ถูกฟ้องร้องโดยตรง ส่งผลให้ความเสียหายสูงสุดที่จะกระทบต่อฐานะทางการเงินของบริษัทฯ จึงถูกจำกัดเพียงมูลค่าของยูนิตที่ยังไม่ได้โอนตามสัดส่วนที่เป็นของบริษัทฯ เท่านั้น ซึ่งตามที่ปรากฎในงบการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีจำนวน 117 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าต้นทุนตามบัญชี 655.1 ล้านบาท (หากคิดตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทที่ 51% จะเป็นมูลค่าประมาณ 334.1 ล้านบาท)
และการดำเนินการให้บริษัทร่วมค้ายื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลปกครองกลางต่อศาลปกคลองสูงสุดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างศาลปกครองสูงสุดแสวงหาข้อเท็จจริง ทั้งนี้ บริษัทฯ และบริษัทร่วมค้าเชื่อมั่นว่าการก่อสร้างโครงการดังกล่าวได้ปฏิบัติตามกฎหมายในทุกขั้นตอน
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการเตรียมแผนต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและนักลงทุนมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเพิ่มทุน โดยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทสามารถเพิ่มทุนได้ 1,291.5 ล้านบาทเพื่อเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่บริษัท
หากสนใจลงทุนในหุ้นกู้อนันดาฯ สอบถามผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 7 รายได้เลย ที่หมายเลขโทรศัพท์นี้
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1111
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-888-8888 ต่อ 819
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-626-7777
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด โทร. 02-695-5000
บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) โทร. 02-351-1801 กด 1
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-56
© 2022 Longtunman. All rights reserved.