ฟิล์ม FOCUS ธุรกิจที่คาดไม่ถึง

ฟิล์ม FOCUS ธุรกิจที่คาดไม่ถึง

ฟิล์ม FOCUS ธุรกิจที่คาดไม่ถึง / โดย ลงทุนแมน
ประเทศไทยทุกคนน่าจะมีโทรศัพท์มือถือ
และ ถ้าทุกคนติดฟิล์มมือถือ แปลว่าตลาดนี้จะใหญ่มาก
ใครจะไปคิดว่าแผ่นฟิล์มเล็กๆ ต้นทุนไม่กี่บาท
จะสามารถเกิดเป็นธุรกิจที่ใหญ่โตได้
แต่รู้หรือไม่ว่าที่ขายดี ตอนนี้ไม่ใช่ฟิล์มแล้ว แต่เป็นกระจก
วันนี้ลงทุนแมนจะมาเล่าธุรกิจนี้ให้ฟัง

ตลาดอุปกรณ์เสริมมือถือมีมูลค่ารวมโดยประมาณ 5,000 ล้านบาท ขยายตัวตามการเติบโตของสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต

อุปกรณ์เสริม จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. อุปกรณ์เสริมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หูฟัง สายชาร์จแบตเตอรี่ 2. อุปกรณ์เสริมที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ฟิล์มกันรอย เคส ซองกันน้ำ หรืออุปกรณ์แฟชั่นตกแต่งอื่นๆ

และเจ้าตลาดฟิล์มกันรอยก็คือ Focus ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 มากกว่า 65%

ซึ่งฟิล์มกันรอยทั้งของ Focus และเจ้าอื่นๆ ในรุ่นแรกๆ จะไม่ได้มีอะไรพิเศษ มีให้เลือกแค่แบบใสและด้าน โดยเน้นไปที่การปกป้องริ้วรอยบนหน้าจอไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนเพียงอย่างเดียว

ต่อมาก็พัฒนาเพิ่มลูกเล่นเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มลดรอยนิ้วมือ ฟิล์มกันกระแทก ฟิล์มถนอมสายตาที่ลดอันตรายจากแสงสีฟ้า

ต่อจากฟิล์มกันรอย ก็มาเป็นกระจกนิรภัย ปกป้องหน้าจอจากการตกแตก ซึ่งกำลัง
ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมากในช่วงนี้

ปัจจุบันกระจกกันรอย ทำให้สัดส่วนการจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 70 จากเดิมในปี 2558 ที่มีสัดส่วนการขายเพียงร้อยละ 10 ส่วนฟิล์มกันรอยในปัจจุบันสัดส่วนการจำหน่ายลดลงเหลือเพียงร้อยละ 30 จากร้อยละ 90 ในปี 2558

ในส่วนของราคา ก็จะแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติของการปกป้อง เริ่มตั้งแต่แบบธรรมดาราคาไม่กี่บาท ไปถึงกระจกกันรอยแข็งแกร่งพิเศษ ราคาเป็นหลักพันก็มี

ฟิล์มกันรอยโฟกัสมีจุดเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร

บริษัทดีพลัส อินเตอร์เทรด จำกัด คือ เจ้าของผลิตภัณฑ์โฟกัส

ผู้บริหารของบริษัทดีพลัส เริ่มต้นธุรกิจจากที่ได้ตระเวนไปงานแสดงสินค้าในหลายๆ ประเทศ เห็นสินค้าไอทีมากมาย ที่มีคุณภาพดี จึงเริ่มนำมาจัดจำหน่ายในประเทศ เมื่อ 12 ปีก่อน จากอุปกรณ์เสริมกล้องดิจิทัล กระเป๋ากล้อง และแบตเตอรี่กล้อง

จากนั้นในปี 2549 เริ่มเปิดตัวสินค้าอย่างเป็นทางการ สินค้าหลักๆ คือ เครื่องเล่น MP3 ฟิล์มกันรอยคุณภาพดี จากญี่ปุ่น ในแบรนด์ The Pixel

ก่อนที่จะตัดสินใจผลิตและจำหน่ายฟิล์มกันรอย หน้าจอมือถือ แบรนด์ Focus ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้นำตลาดฟิล์มกันรอยในปัจจุบัน

มาดูรายได้ของ บริษัท ดีพลัส อินเตอร์เทรด จำกัด
ปี 2557 รายได้รวม 701 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5.2 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้รวม 741 ล้านบาท กำไรสุทธิ 10.8 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้รวม 773 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13.3 ล้านบาท

ผู้บริหารให้ความเห็นว่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ขายต้องปรับตัวตามให้ทัน เมื่อก่อนบริษัทเคยขาย MP3 และ Aircard ต่อมาเมื่อสมาร์ทโฟนเกิดขึ้น สามารถฟังเพลงได้ ต่ออินเตอร์เน็ตได้ MP3 และ Aircard ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป แต่บริษัทก็มาสำเร็จจาการเริ่มขายฟิล์ม และกระจกกันรอย

เรื่องนี้ให้ข้อคิดเราได้ว่า เราต้องรู้จักสังเกต และปรับตัวอยู่เสมอ สินค้าที่ขายได้ในวันนี้อาจจะขายไม่ได้ในวันหน้า โดยเฉพาะสินค้าที่เปลี่ยนเร็ว

ถ้าเราคาดหวังความสำเร็จกับการกระทำแบบเดิมๆ โลกใบนี้ก็คงไม่ใช่โลก

เพราะแก่นที่แท้จริงของโลกใบนี้ ก็คือ การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา..
———————-
<ad> อยากสำเร็จต้องเปลี่ยนแปลง ลงทุนแมนเปิดรับสมัครงาน Content Creative, IT Developer, Digital Marketing, Graphic Video, Admin/HR หมดเขตรับสมัคร 15 ธันวาคม 2560 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ longtunman.com/career
———————-

Reference
-http://marketeer.co.th/archives/46978
-http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9600000031055