เจาะกลยุทธ์ปี 2565 สิงห์ เอสเตท ตั้งเป้ารายได้ 13,400 ล้านบาท พร้อมจับมือพันธมิตร

เจาะกลยุทธ์ปี 2565 สิงห์ เอสเตท ตั้งเป้ารายได้ 13,400 ล้านบาท พร้อมจับมือพันธมิตร

28 มี.ค. 2022
Singha Estate x ลงทุนแมน
ปี 2564 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของสิงห์ เอสเตท
โดยบริษัทสามารถทำรายได้รวม 7,739 ล้านบาท เติบโต 18% จากปีที่แล้ว
ซึ่งการขยายตัวหลัก ๆ มาจากความต้องการอสังหาริมทรัพย์แนวราบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประกอบกับการฟื้นตัวที่ดีของธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ รวมทั้งความแข็งแกร่งของ Singha Complex ที่มีอัตราการเช่าพื้นสูงถึง 95%
และในปลายปี 2564 บริษัทยังเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน อีกด้วย
ที่น่าสนใจคือ นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตท กล่าวว่า
“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ปรับโครงสร้างธุรกิจ
มุ่งเน้นกลยุทธ์กระจายการลงทุนเพื่อสร้างความหลากหลาย 4 กลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกัน
ทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ”
ปี 2565 สิงห์ เอสเตท ตั้งเป้าดันรายได้ 13,400 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตเกือบเท่าตัว
ผ่านโครงการต่าง ๆ รวมถึง โครงการร่วมทุนกับพันธมิตร และการนำทรัพย์เข้ากองทุน เอส ไพรม์ โกรท หรือ SPRIME
แล้ว สิงห์ เอสเตท มีกลยุทธ์อะไรในการผลักดันรายได้ ให้แตะนิวไฮ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
รู้หรือไม่ว่า โครงสร้างรายได้ที่ถูกคาดการณ์ในปี 2565 จำนวน 13,400 ล้านบาท จะมาจาก
- ธุรกิจโรงแรม 63%
- ธุรกิจที่อยู่อาศัย 25%
- ธุรกิจอาคารสำนักงาน 8%
- ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและอื่น ๆ 4%
ที่น่าสนใจคือ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่อยู่อาศัย ขึ้น 50% ในปีนี้
จากการโอนกรรมสิทธิ์ 2 คอนโดฯ พร้อมอยู่คือ โครงการ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ (The ESSE at Singha Complex) และ ดิ เอส อโศก (The ESSE Asoke) ที่เป็น Ultra Luxury Residence
รวมไปถึงโครงการแนวราบ “สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส” ที่มี Backlog 2,600 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ 70% ภายในปีนี้
บริษัทยังมีแผนเปิดโครงการแนวราบเพิ่มอีก 1 โครงการ ในทำเลพัฒนาการ มูลค่ารวมกว่า 2,900 ล้านบาทซึ่งที่จะรับรู้รายได้ทันทีภายในปี 2565 นี้
แล้วธุรกิจโรงแรมของเครือสิงห์ เอสเตท เป็นอย่างไร ?
ธุรกิจโรงแรมในเครือ สิงห์ เอสเตท เติบโตอย่างก้าวกระโดด 88% จากปีที่แล้ว
และสร้างรายได้ 8,500 ล้านบาท สูงเป็นประวัติศาสตร์ อีกด้วย
ซึ่งการเติบโตเป็นผลพวงมาจากกลยุทธ์แบบกระจายความเสี่ยงไปหลายภูมิภาค หรือ Well-diversified portfolio เพื่อให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืนในทุก ๆ ภาคส่วน
ปัจจุบัน สิงห์ เอสเตท มีโรงแรมในเครือที่ตั้งอยู่ในหลาย ๆ ปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก เช่น สหราชอาณาจักร, มัลดีฟส์, มอริเชียส และ ฟิจิ
ซึ่งกลุ่มประเทศเหล่านี้ มีการขยายตัวของภาพการท่องเที่ยวเร็วที่สุดในโลก และยังจะได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศที่จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ อีกด้วย
โดย สิงห์ เอสเตท ตั้งเป้าลงทุน 500 ล้านบาท ในการปรับปรุง และพัฒนาโครงการโรงแรมในสหราชอาณาจักร และ ฟิจิ
และมีแผนที่จะเสริมห้องพักแบบพูลวิลล่าในโรงแรมมัลดีฟส์ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าตะวันออกกลาง
กลยุทธ์สำคัญคือ การปรับสมดุลพอร์ตผ่านการหมุนเวียน และต่อยอดการลงทุน หรือ Asset Rotation
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ สิงห์ เอสเตท คาดว่าจะสามารถเพิ่มอัตราราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) 10-20%, สร้างผลกำไรที่เพิ่มขึ้น (EBITDA) 40%
และผลักดันสู่การเป็นผู้ประกอบการโรงแรมไทยที่มียอดรายได้สูงเป็นอันดับที่ 2 อีกด้วย
มาถึงตรงนี้ ต้องบอกว่าอีก 2 ธุรกิจคือธุรกิจอาคารสำนักงาน และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ของ สิงห์ เอสเตท ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน
โดยธุรกิจอาคารสำนักงานเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของปีนี้
เพราะจะมีการเปิดตัวโครงการ เอส โอเอซิส (S OASIS) ที่เป็นอาคารสำนักงานเกรด A ขนาด 55,700 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในย่านลาดพร้าว
ซึ่งบริษัทได้ตั้งเป้าว่า เอส โอเอซิส จะมีอัตราการเช่าพื้นที่ 50%
และยังวางแผนรีโนเวตโครงการ เอส เมโทร (S METRO) ที่เป็นอาคารสำนักงานหรูย่านพร้อมพงษ์ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้คนในยุคปัจจุบัน อีกด้วย
สุดท้ายสำหรับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากการขายและโอนที่ดินเป็นปีแรก
โดยบริษัทมีที่ดินรวม 2,000 ไร่ โดย 50% จะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภค ที่เหลืออีก 992 ไร่ คาดว่าจะขายได้ 15% ภายในปีนี้
ทีนี้ ลองมาดูกลยุทธ์ด้านการร่วมทุนของ สิงห์ เอสเตท กันบ้าง
ที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น
- ฮ่องกง แลนด์ เพื่อพัฒนา ดิ เอส สุขุมวิท 36 (THE ESSE SUKHUMVIT 36) มูลค่าโครงการ 5,900 ล้านบาท
- วาย อีโค เวิลด์ ดีเวลลอปเปอร์ จำกัด (WEWD) เพื่อพัฒนารีสอร์ตพร้อมวิลล่าหรู ในประเทศมัลดีฟส์
โซ/มัลดีฟส์ หรือ SO/ MALDIVES จำนวน 80 หลัง เติมเต็มโครงการ CROSSROADS MALDIVES ให้ตอบโจทย์ผู้คนในทุก ๆ ไลฟ์สไตล์
ส่วนของกองทุน REIT นั้น
บริษัทยังมีแผนที่จะร่วมลงทุนผ่านกองทุน REIT ที่ชื่อว่า เอส ไพรม์ โกรท (SPRIME)
โดยให้โครงการในเครือของ สิงห์ เอสเตท อย่าง สิงห์ คอมเพล็กซ์, เอส เมโทร และพื้นที่ค้าปลีก ซันทาวเวอร์ส ปล่อยเช่าพื้นที่ให้แก่กองทรัสต์ ที่เป็นไปตามกลยุทธ์บริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอ
และยังมีแผน Recycle Capital หรือการรีไซเคิลทุนในกอง SPRIME
เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน และผลักดันให้กอง SPRIME ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ประเภทอาคารสำนักงาน
นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าไปลงทุนในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ในช่วงปลายปี 2564
โดยการเข้าไปถือหุ้น 30% ในบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) 1 จำกัด
ซึ่ง บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) 1 จำกัด ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าประเภทพลังความร้อนร่วม ด้วยกำลังผลิต 123 เมกะวัตต์ ที่จะรับรู้รายได้ภายในปี 2565 นี้
มากไปกว่านั้น สิงห์ เอสเตท ยังได้ร่วมลงทุนกับบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) 2 จำกัด และ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) 3 จำกัด
เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมอีก 2 แห่ง ส่งผลให้มีการผลิตรวมกว่า 280 เมกะวัตต์ และจะจ่ายไฟฟ้าได้ในปี 2566
แล้ว สิงห์ เอสเตท จะขยายธุรกิจด้านไหนอีกบ้าง ?
ใน 5 ปีข้างหน้า บริษัทจะพุ่งเป้าสร้างซินเนอร์จี 4 กลุ่มธุรกิจข้างต้น
เพื่อเชื่อมโยงโอกาส และต่อยอดทางธุรกิจใหม่ ๆ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของบริษัท ในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
ท้ายนี้ นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สิงห์ เอสเตท ยังกล่าวอีกว่า
“เพื่อให้ สิงห์ เอสเตท เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของไทย
เราศึกษาเทรนด์ด้านธุรกิจ และวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป หลังจากอยู่กับยุคนิวนอร์มอลมากว่า 2 ปี และมองเห็นโอกาส และการสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต
ขณะเดียวกัน เราจะใช้ประโยชน์จาก 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอของเรา
และการเติบโตในครั้งนี้ เราจะไม่เดินคนเดียว แต่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้เห็นผลสำเร็จในวงกว้าง
เรามองหาโอกาสในการร่วมมือกับพันธมิตรแขนงต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด และเสริมความแตกต่างที่ดีที่สุด
โดยเราคาดว่าการเติบโตทางธุรกิจภายใน 5 ปีข้างหน้า จะเฉลี่ย 25% ต่อปี”
Reference
-งานแถลงข่าว สิงห์ เอสเตท กางแผนยุทธศาสตร์ปี 2565
© 2022 Longtunman. All rights reserved.